โลโก้นะเนี่ย
Special Column
 Home
 X-Files Series
 Photo Gallely
 Lyric
 Joke
 MultiLinks
 Jkong Guest Book
บทความพิเศษ
 มาทำเว็บกันเถอะ
 ชวนกันอ่านหนังสือ
 คุยเฟื่องเรื่องหนัง
 เรื่องราวของประเทศไทย
 ธรรมะเพื่อชีวิต
About Me
JK's Story
JKong's Family
JKong's memories
JK's Friends
JK's Society
JK's Diary
JK 's Chatroom
ขอบคุณครับ











Jonathan Kong 陳德明 Trần Đức Minh ເມທິພັດ





中文名(ชื่อจีน) 陳德明 (เฉิน เต๋อ หมิง) English Name Jonathan Kong
Tên việt Trần Đức Minh 한국명(韓國名) 진덕명(Jin Deok Myeong)
小名(ชื่อเล่น) ก้อง (2524- ปัจจุบัน) หมิง May(2521-ปัจจุบัน) JK.(2542-ปัจจุบัน)
ชื่ออื่น ๆ ทั้งหมดที่มี
เก่ง(ตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่-2536) ต้น(2532-2533) ต้อน(2532) พีพี(2536-2540) โกโร่ แมงบ้ง
綽號(ฉายา) น่องเก่กกะโบ่ง โส่โหร่น่อย ซือแป๋ เถ่าพาก โคแก่
นามแฝงในอดีต Mr.Kong Elway,Kong Denver,หวายคง,เฉียวฟง,กงซุนก้อง,ฮาน โซโล,JK,Jedi Kong
ชื่อหากิน JK!,江明(Kong Ming) JK! อ่อนหัด,JK! อ๊อนอ่อน,JK! หมัดมั่ว,ไซมึ้งชวยเสาะ

ที่มาของแต่ละชื่อ
ชื่อภาษาไทย

泰文名(ชื่อ) เมธิพัฒน์ วัฒนเนติกุล (2540- ปัจจุบัน)  
ถาม อันนามนี้เราได้แต่ใดมา ?
ตอบ ตั้งเองครับไม่ได้หยิบยืมใครมาเด็ดขาด ด้วยความที่ไม่ชอบเหมือนใคร

ความเป็นมาของชื่อผมคือเมื่อยังอยู่ในท้องแม่ ท่านพ่อตั้งชื่อให้ว่า "เมธา" อันเป็นคำบาลีหมายความว่า "ปัญญา"
แม่บอกว่ามันสั้นไปก็เลยเติมคำว่า "วี" ต่อท้ายให้ ซึ่งเป็นคำบาลีเป็นหนึ่งใน 9 ปัจจัยในตทัสสัตถิตัทธิต อันใช้แทน อตฺถิ แปลว่า "มี" รวมความ "เมธาวี" จึงมีความหมายตามภาษาบาลีว่า มีความรู้หรือมีปัญญานั่นเอง ชื่อของผมก็เลยกลายเป็น "เด็กชายเมธาวี วัฒนเนติกุล" อันเป็นนามสกุลที่ท่านพ่อยกให้ตั้งแต่เกิดมา ไม่ได้หยิบยืมใครมาเช่นกัน

ผมใช้ชื่อ "เมธาวี" ด้วยความภาคภูมิใจอยู่ 19 ปี จนกระทั่งผมได้มีโอกาสรู้จักกับ ผู้หญิงรุ่นน้องคนหนึ่งเธอน่ารักมาก ชื่อของเธอคือ "เมธาวี" ผมชอบผู้หญิงคนนี้มากเลย พยายามตาม พยายามจีบ แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว

ตอนนั้นเองที่ผมเริ่มไม่ชอบชื่อเมธาวีของผมแล้ว อ่านชื่อตัวเอง หรือได้ยินชื่อตัวเองทีไร นึกถึงเธอคนนั้นขึ้นมาทันที ประจวบกับการได้ศึกษาตำราทักษา พบว่า อักษร ย ร ล ว เป็นกาลกินี สำหรับผู้ที่เกิดวันศุกร์ ก็เลยคิดอยากจะตั้งชื่อใหม่ขึ้นมาทันที

ผมใช้เวลาอยู่นานทีเดียว กว่าจะตั้งชื่อที่คิดว่าจะไม่ซ้ำใคร ไม่เหมือนใครในโลก โดยตั้งชื่อว่า "พงศ์พิสิฐ วัฒนเนติกุล"
แต่ไป ๆ มา ๆ ผมก็พบคนที่ชื่อเดียวกับผมจนได้ และเพื่อนเก่า ๆ ผมก็ยังเรียกผมว่า "เมย์" อยู่เหมือนเดิม ไป ๆ มา ๆ ผมก็คิดถึงชื่อเมธาวีของผมขึ้นมาจนจับใจ ผมไปติดต่อขอเปลี่ยนกับทางที่ว่าการอำเภอ ปรากฏว่าทางเจ้าหน้าที่ทะเบียนไม่ยอมทำให้ บอกว่าการเปลี่ยนชื่อแล้วเปลี่ยนกลับเป็นการส่อเจตนาทุจริต ไม่ยอมแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงให้ผม ผมเลยต้องกลับบ้าน เพื่อจะตั้งชื่อใหม่ โดยมีกรอบความคิดอยู่ว่า ต้องมีคำว่าเมนำหน้าเหมือนเดิม ต้องถูกต้องตามหลักทักษา ต้องฟังดูไพเราะ และที่สำคัญ ต้องไม่ซ้ำกับใครในประเทศ หรือไม่ผมก็ต้องเป็นคนแรกที่ใช้ชื่อนี้ และสรุปได้ลงตัว คือชื่อ "เมธิพัฒน์" เมื่อปี 2538 โดยเขียนติดกระเป๋า ติดรูป และทุกอย่างของผม โดยยังไม่เปลี่ยน และเปลี่ยนแปลงชื่อตามกฏหมายเมื่อปี 2540 และใช้ชื่อนี้จากนั้นเป็นต้นมา

ที่มาของชื่อคือหนึ่งต้องขึ้นต้นด้วยคำว่า "เม" เพื่อให้เข้ากับความเคยชินของเพื่อนเก่า ๆ สอง คือต้องมีความหมายที่ดีและสืบเนื่องมาจากชื่อเดิม ผมเลือก "เมธี" สำหรับตัวแรก สาม คือต้องมีความหมายที่ดีกว่าเดิม ผมคือ "เมธาวี" คนเดิม ที่พัฒนาแล้ว คือเจริญขึ้นแล้ว จึงใฃ้ชื่อว่า "เมธีพัฒน์" อันมีความหมายว่า "นักปราชญ์ผู้เจริญแล้ว" แต่เมื่อตรวจสอบเลขกำลังของชื่อ "เมธีพัฒน์" แล้วพบว่าไม่เป็นมงคลเอาเสียเลยกับคนเกิดวันศุกร์ ผมคิดอยู่นาน เพื่อจะให้ได้ชื่อที่เข้ากับตัวตนของผมที่แท้จริง ก็นึกย้อนไปถึงสมัยเรียนชั้นประถม ผมมีเพื่อนสนิทอยู่สองคน คือ"เนติรัฐ วีระนาคินทร์" และ "เกียรติศักดิ์ แสนวัง" เราสามคน "เมธาวี" "เนติรัฐ" เกียรติศักดิ์" เป็นเพื่อนที่สนิทกันมากในสมัยประถม มีอย่างหนึ่งที่พวกเราเหมือนกันคือชื่อของพวกเรามีสระ "เอ" นำหน้า ผมสังเกตุดูว่าชื่อของเพื่อนทั้งสองเหมือนกันคือเรียงสระได้เป็น สระเอ สระอิ ไม้หันอากาศ ผมลองตรวจสอบดูชื่อใหม่ผมแล้วนึกดูว่าถ้าเรียงชื่อให้เหมือนเพือนสนิททั้งสองก็จะได้ว่า "เมธิพัฒน์" ซึ่งผมว่ามันฟังดูดีมาก ฟังคล้าย ๆ กับชื่อนางแบบ "เมทนี กิ่งโพยม" นางแบบที่ผมชอบตอนนั้น จึงตกลงใช้ชื่อ "เมธิพัฒน์" ซึ่งมันทำให้ชื่อไม่สามารถจะหาความหมายได้ หรือพูดตรง ๆ ก็เป็นชื่อที่ไม่มีความหมายเอาซะเลย แต่ผมก็ยังยืนยันจะใช้ชื่อนี้ และขอบัญญัติเอาดื้อ ๆ ว่า "เมธิพัฒน์" หมายความว่า "นักปราชญ์ผุ้เจริญแล้ว" ชื่อนี้จึงมีที่มาจากตัวผม และผูกเรื่องราวเกี่ยวกับผมตั้งแต่เล็กจนโตไว้ในชื่อนี้ ชื่อนี้จึงเป็นชื่อที่ดีที่สุดสำหรับผม ถึงแม้ว่าตามความจริงแล้วมันจะไร้ความหมาย แต่สำหรับผม ชื่อนี้หมายถึงตัวผมเอง มีความหมายว่า"นักปราชญ์ผู้เจริญแล้ว" และ เป็นชื่อเฉพาะของผู้ชายที่เกิด วันศุกร์ ที่ 24 เดือนพฤศจิกายน(แรม4 ค่ำ เดือน 12) ปีชวด พ.ศ. 2515 คนนี้คนเดียวเท่านั้น

หลังจากผมทำเว็บนี้ไปเมือปี 2543 เป็นต้นมา ชื่อผมก็ถูกเผยแพร่ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ก็มีคนบางคนเอาชื่อนี้ไปตั้งให้ลูกหลาน ไม่ก็เอาไปเปลี่ยนชื่อลูกหลาน แม้แต่ราชบัญฑิต อาจารย์ เสฐียรพงษ์ วรรณปก ท่านยังเอาไปแนะนำเป็นชื่อคนเกิดวันศุกร์ในคอลัมน์ของท่านในหนังสือพิมพ์ "มติชน" โดยให้ความหมายว่า "นักปราชญ์ผู้เจริญ" ผมก็ไม่เข้าใจว่าท่านไปเอาคำว่า "เมธิพัฒน์" มาจากใหน และท่านแปลมาได้ความหมายเดียวกันกับชื่อผมได้อย่างไร เพราะไม่เห็นมีพจนานุกรมไทยเล่มใหนที่จะแปลคำว่า "เมธิ" เป็นนักปราชญ์ได้ ถ้าใครอยากจะเอาชื่อนี้ไปตั้งชื่อลูกหลานผมก็ไม่ว่าหรอก ถ้าคุณพอใจจะให้ลูกหลานคุณมีชื่อที่ไร้ความหมาย และไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวลูกหลานคุณเลยก็ตามใจล่ะครับ

พิจารณาตามหลักทักษา

[  เ เป็น อายุ] [ เป็น มนตรี] [ เป็น อุตสาหะ] [  ิ เป็น อายุ] [ เป็น มนตรี] [  ั เป็น อายุ] [ เป็น มูละ] [ เป็น อุตสาหะ


    ความหมายของทักษา
  • บริวาร หมายถึง บุตร สามี ภรรยา ข้าทาสบริวารชายหญิง คนในบ้านผู้ที่อยู่ในอุปการะ ผู้ใต้บังคับบัญชา รวมไปจนถึงเพื่อนและมิตรสหายของตน
  • อายุ หมายถึง อายุ ความเป็นอยู่ การดำเนินชีวิตที่ต้องเพื่อให้มีอายุยืนยาว หรือมีอายุมั่นขวัญยืน หากนำตัวอักษรที่มีทักษานี้มาตั้ง เชื่อกันว่าทำให้มีอายุยืนยาว
  • เดช หมายถึง อำนาจวาสนา บารมี เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับบัญชาคนเหล่านั้น
  • ศรี หมายถึง สิ่งที่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัมธาในตัวเรา
  • มูละ หมายถึง ทุนทรัพย์ หรือมรดก ราคาและคุณค่าที่จะเพิ่มพูนให้แก่ตนเองในปัจจุบันและภายภาคหน้า
  • อุตสาหะ หมายถึง ความขยันหมั่นเพียร การประกอบกิจการค้า หรือการเกษตรกรรม อุตสาหกรรมให้เกิดผลสำเร็จ จากความมีมานะ อุตสาหะและความพยายามของตนเอง
  • มนตรี หมายถึง ความเป็นใหญ่ หรือประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน
  • กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนีด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

ชื่อ "เมธิพัฒน์"
คิดเป็นเลขศาสตร์ได้ค่าเลขกำลัง 44 ตามตำราเลขศาสตร์กล่าวว่า "จะมีคนให้การอุปการะอยู่เสมอ ชีวิตมักประสบความสำเร็จดีพอสมควร เป็นคนใจอ่อน มีโมหะจริต ลุ่มหลงหลงอะไรก็หลงได้ง่าย หลงแล้วถอนตัวไม่ขึ้น ถ้าหลงในสิ่งที่ดี อนาคตก็จะเจริญ ถ้าหลงในสิ่งที่ผิด หลงอบายมุขมัวเมาในสิ่งที่ไม่ดี อนาคตจะดับวูบลงทันที "
ได้เลขอักษร 9
ธาตุไฟ แสดงถึงความคิดฉับพลัน เป็นเลขแห่งความลึกลับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สนใจในสิ่งลี้ลับ ศาสนา มักมีลางสังหรณ์แม่นยำ เลื่อมใสศรัทธาในสิ่งเร้นลับ ศึกษาเรื่องใดจะศึกษาจนถึงแก่น และอิทธิพลของดาวเกตุเป็นดาวคุ้มกันภัยแคล้วคลาดจากอุบัติเหตุและภัยทั้งปวง

นามสกุล "วัฒนเนติกุล"
คิดเป็นเลขศาสตร์ได้ค่า 40 ตามตำราเลขศาสตร์กล่าวว่า "มักจะเพ้อฝันถึงสิ่งแปลก ๆ ชอบสร้างความประหลาดใจให้กับเพื่อนฝูงให้กับวงสังคมอยู่เสมอ มักจะเชื่อคนง่าย เป็นคนไม่ค่อยจะอยู่ติดที่ ชอบเดินทางไปเรื่อย ๆ ชอบเปลี่ยนที่อยู่บ่อย ๆ เป็นคนชอบคิดชอบค้นสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ ให้คนสนใจอยู่เรื่อย "

ได้เลขอักษร 11
มักอ่อนนอกแข็งใน ภายนอกดูนุ่มนวลอำพรางส่วนลึกไม่ให้ใครเห็น ยากที่ใครทายใจ หลงตัวเอง ชอบอวดตัวเอง มักทำตัวเองเป็นหลัก เข้าข้างตนและถือพวกพ้อง ดื้อรั้นมากๆ ปักใจสิ่งใดจะเปลี่ยนใจยาก บางครั้งอ่อนไหว จิตใจรวนเร มักพวกมากลากไป ชีวิตสร้างตัวเองด้วยลำแข็ง ฟันฝ่าอุปสรรคอย่างโดดเดี่ยว ไม่ยอมให้ใครลองดี ถ้าสู้ทางตรงไม่ได้มักอาฆาตและหาทางล้างแค้นภายหลัง ทะเยอทะยานสูง ใฝ่ก้าวหน้าอย่างเร่งร้อนแรงกล้า ตัดสินใจแล้วจะแสดงออกอย่างเด็ดเดี่ยวแข็งกร้าว กล้าตัดสินใจต่อเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างเด็ดขาดชนิดไม่มีใครคาดถึง

ชื่อ/นามสกุล เมธิพัฒน์ วัฒนเนติกุล ได้เลข กำลัง 84
ชีวิตในวัยรุ่นมักจะประพฤติผิด ทำให้ชีวิตมีส่วนผิดพลาด ถึงกับได้รับอันตราย ในชีวิตนี้มักได้รับความเดือดร้อน และสูญเสียอย่างใหญ่หลวง มักประสบชะตากรรมอย่างรุนแรง เช่น บาดเจ็บ อุบัติเหตุจาการกลั่นแกล้งของบุคคลอื่น และต้องคดีความและถูกคนอื่นเกลียดชังด้วย
ชื่อ/นามสกุล เมธิพัฒน์ วัฒนเนติกุล ได้เลข อักษร 20
ชอบเพ้อฝันและปฏิรูปเปลี่ยนแปลง ไม่ชอบหยุดนิ่งอยู่กับที่ มีความทะเยอทะยาน ชอบไขว่คว้าหาสิ่งที่สูงสุด เอื้อมจนกลายเป็นเรื่องละเมิดสิทธิของผู้อื่นอยู่เสมอๆ กระตือรือร้นรุนแรง ชอบทำอะไรด้วยกลวิธีใหม่ กล้าลองกล้าเสี่ยงจนบางครั้งทำให้ความคิดวิปริตเฉไฉได้ง่ายๆเพราะเชื่อว่าสิ่งที่ทำจะต้องสำเร็จ ถ้าได้ผู้บังคับบัญชาดีมีความรอบคอบชีวิตจะเป็นสุขประสบสำเร็จดีเยี่ยม หากทำงานด้วยตัวเองมักสำเร็จยากเพราะสิ่งที่คิดมักทำคนเดียวไม่ได้ มักแต่ฝันโครงการใหญ่ๆหากขาดกำลังย่อมสำเร็จยากตามความคิด หมายถึง การเริ่มต้นทั้งหลายที่มีมา ที่จะเกิด จำต้องรอคอยหรือหวัง ล่าช้า การรอคอย


ชื่อภาษาจีน

中文名(ชื่อภาษาจีน) 陳德明 (เฉิน เต๋อ หมิง) 
ถาม อันนามนี้เราได้แต่ใดมา ?
ตอบ ตั้งเองครับไม่ได้หยิบยืมใครมาเด็ดขาด

ชื่อเดิมผมชื่อเฉินเจียหย่ง ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองกล้าหาญเหมือนชื่อซักเท่าใหร่ เลยเปลี่ยนชื่อใหม่ให้เข้ากับบุคลิคลักษณะของตัวเอง
เป็น 德明 (เต๋อหมิง) 德(เต๋อ)มาจากคุณธรรม เป็นสิ่งที่ทุกคนควรมีติดตัว มันเป็นคำที่ผมชอบ
明(หมิง) ประกอบด้วยอักษร (ยรื่อ-ดวงตะวัน) กับ (เยว่-พระจันทร์) ซึ่งเป็นภาพรวมของสองสิ่งที่อยู่ตรงกันข้ามกัน
เหมือนนิสัยของผมที่มีสองด้านอยู่ในตัวคนเดียว อีกอย่างเมื่อความหมายรวมกันแล้วหมายถึงแสงสว่าง ซึ่งผมว่าความหมายมันดี
พอรวมกันเป็น德明(เต๋อหมิง) ด้วยแล้วความหมายยิ่งดีเข้าไปใหญ่ สว่างไปด้วยคุณธรรม
สรุปผมชอบชื่อนี้ เปลี่ยนไปใช้ชื่อนี้ประมาณปี 2534 หรืออาจจะก่อนหน้านั้นจำได้ไม่ชัดเจน แต่ปี32 ผมยังใช้ชื่อเจียหย่งอยู่เลย


ชื่อภาษาอังกฤษ

English Name(ชื่อภาษาอังกฤษ) Jonathan Kong
ถาม อันนามนี้เราได้แต่ใดมา ?
ตอบ หยิบยืมเขามาจริง ๆ ครับชื่อนี้

เดิมทีผมชื่อ Peter ชื่อ Peter นี้ก็ได้มาจากตัวละครที่ชอบมาก ๆ ตอนเด็ก ๆ คือ Peter Pan ซึ่งตอนเด็ก ๆ ผมชอบมาก
พออายุซัก 16-17 มีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง โจนาธาน ลิฟวิงสตัน นางนวล ของริชาร์ด บาร์ค
ตัวละครตัวนี้ ผมว่ามันแสวงหาคล้ายผมมาก ๆ ผู้ที่ไม่เอาแต่จับปลากินไปอย่างเดียว แต่พยายามค้นหาวิถีทางอันสุดยอดของการบิน
ทำไมต้องเหมือนคนอื่น ทำไมไม่แสวงหาทางใหม่ที่ดีกว่า ผมชอบความเหมือนของมันกับผมมาก นั่นเองทำให้พีเทอร์ กลายเป็นโจนาธาน



1