|









|
เหรียญสองด้าน ขาวกับดำ หยินกับหยาง
|
คนทุกคนก็ล้วนมีด้านมืดกับด้านสว่างด้วยกันทั้งนั้น นิสัยคนเราก็เช่นกัน นิสัยที่ผมเป็นอยู่คนมองกันว่ามันขัดแย้งกันมาก
เดี๋ยวซีเรียสจริงจัง เดี๋ยวสนุกสนานดูเหมือนเด็ก ๆ หรือที่หลาย ๆ คนชอบเรียกว่าบ้า (สนุกสนานมันบ้าตรงใหนวะ?)
ความจริงแล้วทุกคนก็มีเหรียญคนละสองด้านกันทั้งนั้น มันขึ้นอยู่แค่ว่าช่วงเวลานั้นจะหงายด้านใหนขึ้นมา
แต่เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่า ไม่มีใครหงายทั้งสองด้านที่ตรงกันข้ามขึ้นมาได้พร้อมกัน มันต้องหงายขึ้นมาทีละด้าน
ผมเองก็ไม่ต่างกันที่จะมีเหรียญอยู่สองด้านในตัว อาจจะแตกต่างไปหน่อยตรงที่ทั้งสองด้านขัดแย้งกันอย่างชัดเจน
ด้วยการที่ผมคิดและทำอะไรไม่ค่อยจะเหมือนใคร ก็เลยมักจะมีคนเข้าใจผิดในการกระทำของผมเสมอ ๆ
และบางครั้งความเข้าใจผิดเล็ก ๆ น้อย ๆก็มักจะสร้างความขัดแย้งขึ้นมาได้บ่อย ๆ
แล้วมันก็เป็นข้อเสียของผมด้วย ที่เบื่อที่จะพูดหรืออธิบายอะไร ประมาณว่าไม่เข้าใจก็ช่างมันฉันไม่เดือดร้อน
ก็เลยยิ่งเสริมความเข้าใจผิดกันไปใหญ่อีก
คนส่วนใหญ่จะแยกแยะกันไม่ออกว่าผมกำลังเล่นอยู่หรือผมกำลังเอาจริงเอาจัง เวลาที่ผมเอาจริงเอาจังคนมักจะคิดว่าผมกำลังเล่น แต่เวลาที่ผมกำลังเล่นคนกลับมองว่าผมกำลังจริงจังอยู่ หรือบางคนเคยเห็นผมแค่ด้านเดียวแล้วมักจะมาคิดว่าผมกำลังพยายามสร้างภาพในด้านตรงกันข้าม
คนที่เคยเห็นแต่ด้านจริงจังของผมก็มักจะไม่สนุกกับมุกหรือด้านร่าเริงของผม เพราะติดภาพเครียด ๆ ของผม ส่วนคนที่เห็นแต่ด้านสนุกสนานของผม ก็มักจะรับไม่ได้กับการจริงจังของผม กลับมองว่าผมเก็กหรือวางมาดไป คำพูดหนึ่งที่จะได้ยินบ่อย ๆ ก็คือบอกว่าผมไม่เหมือนเดิม ความจริงแล้ว ผมเหมือนเดิม ผมไม่เคยเปลี่ยน และผมก็เป็นอย่างนี้มากว่าสามสิบปีแล้ว คนที่เพิ่งจะรู้จักผมไม่ถึงสิบปี อย่าพูดเลยว่าผมเปลี่ยน คุณรู้จักผมดีแล้วหรือ?
ความจริงแล้วเวลาที่ต้องจริงจังผมก็เต็มที่กับมัน เวลาเล่นผมก็เต็มที่กับมัน ผมว่าผมรู้จักแยกแยะแล้ว คนที่บอกว่าผมเครียดเกินไป หรือ ผมเล่นบ้า ๆ บอ ๆ ต่างหากล่ะที่ไม่รู้จักแยกแยะ ว่าอะไรเป็นอะไร มันจะให้ซีเรียสจริงจังเวลาสนุกผ่อนคลายอย่างนั้นหรือ แล้วเวลาที่ผมลุยงานมันจะให้ผมมาบ้า ๆ บอ ๆ อย่างนั้นหรือ นี่เป็นตัวผมจริง ๆ ที่คนที่จะคบผมควรจะรู้จัก ถ้าคุณรับไม่ได้กับคนสองบุคลิก คุณเดินออกไปจากชีวิตผมได้เลย ผมไม่เคยรั้งใครไว้ เมื่อไม่เข้าใจกัน คบกันรังมีแต่จะทะเลาะกัน ไม่คบกันเลยจะดีกว่า
เป็นธรรมดาของคนเลือดกรุ๊ปบีที่จะมีสองบุคลิก คือร่าเริงกับเงียบขรึมอยู่ในคน ๆ เดียว
ผมไม่เคยเปลี่ยน ผมเป็นอย่างนี้ของผมมาเป็นชาติ เพียงแต่ว่าคุณไม่เคยเห็นเท่านั้นเอง เมื่อเห็นอีกด้านนึงของผมอย่าบอกว่าผมเปลี่ยนไป มันเป็นที่คุณไม่รู้จักผมดีพอต่างหาก
มองให้ชัดก่อนตัดสิน
|
ผมเซ็งไอ้พวกไม่รู้จักสังเกตุแล้วก็กล่าวหาตราหน้าผมอย่างที่มันคิด
อย่าเรื่องพูดนี่ไอ้พวกที่ชอบมองเผิน ๆ มันชอบบอกว่าผมพูดมาก ทั้งที่โดยสันดานนั้น ผมไม่ชอบพูดกับใครเลย นอกจากเพื่อนสนิทกับญาติ ๆ เท่านั้น คนอย่างผมไม่มีทางที่จะเข้าไปพูดกับใครก่อน นอกจากเข้าไปจีบผู้หญิงคนที่ชอบเท่านั้น นอกนั้นไม่มีทาง ผมเบื่อที่จะพูดคุยกับพวกที่คุยกันไม่รู้เรื่อง ผมจะพูดก็ต่อเมื่อมีคนถาม ก็คือการตอบคำถามนั่นเอง แต่ต่างจากที่ชาวบ้านตอบคำถามก็คือ ผมค่อนข้างจะตอบคำถามอย่างละเอียด เพราะรู้ดีว่ามันจะต้องถามสเต็ปต่อไป ก็ต้องตอบมันให้หมดทีเดียวมันจะได้หมดคำถามหรือไม่ถามอีก เพราะขี้เกียจพูดหรือตอบหลายรอบ มันเลยยาว แล้วไอ้พวกนั่งรอบข้างมันก็จะได้ยินเสียงผมอย่างเดียว แล้วแม่งก็จะหาว่าผมพูดมาก ทั้งที่ความจริงนั้นผมตอบคำถามคนอื่น Damb Robin! เวรจริง ๆ ถ้าผมเป็นคนชอบพูด ผมคงไม่ต้องมาทำเว็บไซต์อธิบายความเป็นมาเป็นไป ความรู้สึกหรือความนึกคิดของผมอย่างนี้หรอก ตลอดชีวิตผมคนรอบตัวไม่เคยมีใครสังเกตุอะไรเลย แล้วมาตราหน้าว่าผมพูดมาก ทั้งที่ผมจะพูดเรื่อยเปื่อยไม่หยุดจริง ๆ ก็ต่อเมื่อ "ตอนบ่น หรือ สร้างบรรยากาศในวงเบียร์เท่านั้น" นอกนั้นไม่มี คนรอบข้างมักตีความเอาจากมองผมเผิน ๆ แล้วพิพากษาว่าผมเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ผมว่ามันก็ไม่แปลกหรอก เคยมีไอ้สารเลวคนหนึ่งที่ผมโง่คบกับมันนานถึง 15 ปี มันเองก็คบกับผมนานถึง 15 ปี ไปใหนมาใหนด้วยกัน กลับไม่เคยสังเกตุเลยว่าผมไม่กินปลา จนวันหนึ่งเมื่อผมบอกให้มันรู้ว่าผมไม่กินปลา มันดันบอกว่าเห็นผมเคยกินตอนไปด้วยกัน ทั้งที่ผมกินข้าวอย่างเดียววันที่ไปกับมัน
ผมก็ต้องทนเหลือเกิน เพราะผมไม่พูดคนเลยไม่เข้าใจ ผมเองก็ดันขี้เกียจพูดอีกนั่นล่ะเดี๋ยวจะกลายเป็นบ่นไป คนก็เลยไม่เข้าใจกันไปอีก แค่อยากจะบอกว่าจะตัดสินว่าผมเป็นยังไงน่ะ มองให้ชัดเจน เก็บข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินเถอะ เซ็ง
|
|