ปีที่ 3 ฉบับที่ 1000 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 13 เดือนเมษายน พ.ศ. 2543 |
เมื่อสังคมตกต่ำ พระถูกจับเป็นตัวละครสนองตัณหาใคร
ขอบคุณอาจารย์ผู้ที่ใช้นามปากกาว่า "ธรรมทายาท" ที่กรุณาไขปริศนาที่ พระธรรมปิฎก ท่านจะจงใจ หรือถูกอวิชชาครอบงำ จึงออกมายืนยันเป็นตุเป็นตะว่า "วิชชาธรรมกาย" คือสัทธรรมปฏิรูป
ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นของกลาง ไม่ใช่สมบัติผูกขาดกับใครคนใดคนหนึ่ง
พระนิพพานคือถนนปลายทาง จุดสุดท้ายของนักสร้างบารมี จะทะยานไปถึงต้องเพียรด้วยแรงแห่งตน ถึงพร้อมด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา เมื่อใด ก็เมื่อนั้น
ไม่มีใครเอาบุญนำบาปมาให้เราได้ เว้นแต่เรา
อย่าสำคัญตัวเองเป็นศาสดา แล้วเที่ยวออกมาชี้หน้าตำหนิผู้อื่นเป็ฯโจร เป็นหมาหางด้วน ไม่งามเลยครับ
หมาแม้จะหางด้วน แต่ก็เป็นสัตว์ผู้ได้ชื่อว่า รู้บุญ รู้คุณ
ผิดกับมนุษย์ขี้เหม็นบางคน ที่สำคัญตัวเองเป็นศาสดา แต่สำรอกออกมาแต่ละคำ หางแดง หางยาว เป็น "ตะกวด" เที่ยวเลื้อย ขอส่วนบุญตามรัฐสภา
ผู้เข้าถึงธรรมะย่อมไม่โกรธ ย่อมไม่สั่นไหว อารมณ์อาฆาตพยาบาท ลืมกันซะบ้างก็ดี จะจำฝังหุ่น ก่อกรรมทำเวรกันไปทำไม
สงกรานต์ปีใหม่ไทย สาดน้ำใส่กัน ผมอยากให้หมายเอาเป็นการชำระล้างจิตใจของกันและกันให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง อย่าได้มีเรื่องติดข้องหมองใจกันเลยครับ ผูกเวร ผูกกรรม
หาทาง เจริญไม่ได้ มีแต่เสื่อมล่มจมฉิบหายเท่านั้น
เมรัยเข้าปาก ก็ไม่เหลือความเป็นผู้เป็นคนอยู่ วิชาความรู้สั่งสมภูมิธรรมมากมาย ประโยคสูงสอย 8-9 ไร้ค่า ไร้ความหมายยิ่งนัก
เศร้าสะเทือนใจ ตกต่ำอายอับ แม้วงมิตรญาติตระกูล ไม่มีใครเขาสนิทใจคบหา ให้สมาคม
กึกก้องร้องดังกลางใจ ครบเครื่องเรื่องภาษิตโบราณว่า ... "มีความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด"
สายปราชญ์ สายปลวก ไล่วิ่งไล่ชน ก้อนหิน กำแพงดิน หมายเอาเป็นจุดสุดยอดแห่งปลายทาง
คัมภีร์ พระไตรปิฎกคือปีกของนักบวช ปัญญาไตร่ตรองจิตละเอียด คือ สมองปัญญาแก้ว เทียมเรดาร์นำร่องประคับประคองสองปีก บินทะยานสู่เป้าหมายปลายทาง ไม่ผิดแวง รุ้ง ตำบลประเทศ
สองมือ สองขา สองตา หนึ่งปาก จะพูดจะคิด ต้องชั่งให้ดีโดยเฉพาะผู้นำของบ้านเมือง "ชวน หลีกภัย" ยืมปากนักข่าวรุ่นเด็กรุ่นลูกหลาน ฝากปุจฉาไปถามหลวงตามหาบัว จะเอาอย่างไรกับเงินบริจาคผ้าป่าช่วยชาติ
หลวงตามหาบัวท่านก็ตอบซื่อ ไม่มีอะไรจะต้องปิด ไม่จำเป็นต้องสนศักดินาของใคร จะเป็นพรรคใหญ่พรรคเล็ก พรรคน้ำดี พรรคน้ำเน่า ฉะมันเข้าไป
ธรรมะของพระพุทธเจ้า ของจริง อย่าทำมาล้อเล่น เล่ห์เหลี่ยมมีไว้ใช้กับโจรกระมังขอรับพระคุณเจ้า บางคนงง ไม่รู้ว่า พระหรือแพะ เป็นนักบุญหรือโจร ก็พูดไม่ถูกตอบไม่ได้ จำไม่เป็น
เป็นหนี้เป็นสิน
ชาวบ้านชาวเมือง ขายขี้หน้าจะตายชัก ก็จำตัวเลขหนี้สิน เขาไม่ได้ขึ้นมาอย่างนั้น
วันนี้ ความรู้สึกของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงไม่เข้าใจธรรมะของหลวงตามหาบัว แห่งวัดป่าบ้านตาด แต่เข้าใจธรรมะของหลวงตาปั่นแห่งวัดชลประทานฯ ได้มากกว่า
เพราะจุดยืนของหลวงตามหาบัวท่านคือธรรมะของพระพุทธเจ้า จึงไม่จำเป็นต้องไปการันตีว่า นักการเมืองคนนั้นชั่ว คนนี้ดี หรือหลุดจากพรรคประชาธิปัตย์ นับหัวส.ส.
ทุกราย หาเจริญไม่
กลับกัน แล้วไอ้ที่เลวชั่ว ย้ายพรรคเป็นว่าเล่น เป็น "โสเภณีทางการเอง" มาลงบ่อทองประชาธิปัตย์ หรือไร จึงกลายเป็นคนดีชั่วพริบตา
อย่าไปว่าหลวงตาปั่นเลยครับ ชาตินิยม ภาคนิยม ท่านไม่เหมือนหลวงตามหาบัว ที่ท่านไม่สนเรื่องของภาคนิยม จะผิดจะถูกอย่างไร ก็เว้ากันซื่อๆ ตรงไปตรงมา ไม่มีคำว่า "เชลียร์"
คนชั่วจะการันตีให้เป็นคนดี มันก็มุสา ศีล 227 ข้อ จะเป็นเกราะคุ้มครองเพศบรรพชิตอย่างไร?
ญาณทัศนะของหลวงตาปั่นบอดหรือไม่ ผมมิได้อภิญญาใด ๆ จึงไม่กล้าชี้ชัด ก็กลัวนรกเป็นเหมือนกัน
สองวันก่อน "ประสก" คอลัมน์ข้างวัด นสพ.สยามรัฐ เขียนธรรมะไว้ซาบซึ้งใจ หยิบประเด็นวิพากษ์วิจารณ์เงินผ้าป่าหลวงตามหาบัว ไปถามหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ
เทพเจ้าแห่ง อีสาน ท่านก็เว้าซื่อ ๆ ว่า ... กูไม่อยากจะพูด เพราะพูดไปก็กระทบถึงบุคคลหลายคน
และว่า ... ก็สมแล้วนี่เองเงินไปให้นักการเมืองมันเอง ทำไมไม่ไปช่วยเหลือด้านอื่น ชาวบ้านเขาอยากจะได้ถังกักเก็บน้ำ
สรุป "ประสก" เห็นด้วยกับหลวงพ่อคูณ และเห็นว่า หลวงตาบัวน่าจะมีขอบเขตยุติเกี่ยวกับการเรี่ยไรช่วยชาติ เพราะเงินไม่เข้าใครออกใคร
หลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ เคยบอกไว้ว่า การที่พระเถระสะสมเงินนั้นไม่ดี เพราะมี 100 ก็อยากมี 1,000 มีถึง 10,000 จิตอกุศล "เอ๊ะ มีเมียได้แล้วนี่"
หลงตามหาบัวถึงภูมิอรหันต์แล้ว ใครนำเงินมากองเท่าภูเขาไว้ข้างหน้า บอกให้ท่านลาสึกไปบริหาร พระอรหันต์ ท่านจะบอกว่า "นำมันไปถมทะเล"
ทว่าถ้าท่านไม่ถึงภูมิอรหันต์ เป็นหลวงตาธรรมดา ก็ไม่อยากให้ท่านเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ เมื่อสู่ปรโลก
ขอแทรกอรหันต์ ทำไมกินหมากปากเปรอะ หลวงพ่อศรีวัดป่ากุง ร้อยเอ็ด บอกไว้ว่า เป็นความเคยชินทางการที่พระอรหันต์ละไม่ได้ ละได้แต่วิสัยพระพุทธเจ้า ทรงละกิเลส
และ วาสนาได้ เช่น พูดจาดุดัน อย่างหลวงตาบัว เป็น "วาสนาปาก"
"ประสก" อรรถกาหลวงตามหาบัวเทศน์ดุดัน เทศน์ตามกระแส ไปถึงเรื่องส.ว.คดโกงซื้อเสียงเลือกตั้ง ลงทุนเพื่อเข้ามาโกย เป็นวาสนาปากของหลวงตามหาบัว เพราะรู้ว่า
จิตท่าน
บริสุทธิ์สดใสเหมือนน้ำ แต่เป็นการเดินตามกระแสใครจะปั้นแต่งขึ้นก็ได้ โดยเฉพาะการด่ารัฐบาลยิ่งง่าย
แต่ศาสนาพุทธสอนให้ชาวพุทธ ไม่ให้วิ่งไปตามกระแสง แต่ให้ใช้สติสัมปชัญญะไตร่ตรอง และมีสติมั่นคง
ครับ ผมก็เห็นด้วยกับ "ประสก" พระกินหมากก็ถึงอรหันต์ได้ หลวงปู่แหวนสูบขี้โย ก็เชื่อว่า ท่านถึงอรหันต์
แต่ไอ้กระแสอะไรที่ว่าเนี้ย "ประสก" คนหนึ่งหรือไม่ ที่วิ่งตามกระแส จนกลายเป็น "ประจบ" เพราะเทศนาธรรมส.ว.ขี้โกงของหลวงตามหาบัว เท็จจริงอย่างไร จะประสก หรือประจบไม่มีใครรู้ดีเท่าคนข้างวัด ฮา...
โซตัส