ปีที่ 3 ฉบับที่ 992 ประจำวันพุธที่ 5 เดือนเมษายน พ.ศ. 2543

สหัสวรรษที่ 3

นักการเมืองหน้ายิ่งดำ คนเข้าวัดหน้ายิ่งใส

ผมไม่เห็นจะตื่นเต้นอะไรกับการที่ สส.ย้ายพรรค และผู้เสียประโยชน์ก็จะออกมาโจมตี ด่าว่า ค่อนแคะแบบผู้หญิง ๆ ที่ชอบนินทาคนอื่น แต่ที่น่าหดหู่ใจก็คือ คนที่พูดเป็นถึง ระดับรัฐมนตรี ระดับนายกรัฐมนตรีที่ต้องบริหารเรื่องใหญ่ ๆ ของประเทศ

รัฐมนตรีหนุ่มบางคนที่ผมเคยชื่นชมนักหนาว่ามีความรู้ มีความคิดสร้างสรร จะไม่ถูกดูดเข้าไปกลายเป็นนักการเมืองปากจัด น้ำเน่า งานนี้ก็พลอยเสียรังวัดไปด้วย โธ่เอ๋ย ไม่น่าเสียคะแนนเลยนะคุณอภิสิทธิ์ที่รัก

เพราะลำพังถ้าเป็นคุณชวนคนเดียวผมถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกใจ เพราะเส้นทางเติบโตจนได้ดีทุกวันนี้ก็เพราะใช้ปากบาง ๆนี่น่ะกรีดคนอื่นเพื่อเรียกคะแนนมาตลอด

อันที่จริงแกเหมาะสำหรับเป็นประธานสภามากกว่ามารับผิดชอบปากท้องของประเทศ เพราะเก่งแต่ในสภา พอมาบริหารประเทศ แก้ความจนของคนจะทำได้ยังไง เพราะตัว คุณชวนก็ยังจนยาก น่าสงสาร บ้านก็ไม่มีต้องอาศัยเขาอยู่ โถ น่าเห็นใจชะมัด คงต้องทำตัวจนอย่างนี้ทั้งชาติ

ผมก็ต้องโทษว่าเป็นเพราะดวงเมือง ที่ยุคนี้จะต้องอยู่ในยุคมิคสัญญีทางเศรษฐกิจ เราจึงได้ผู้นำชนิดนี้กับคณะที่น่าหดหู่มาบริหารประเทศอย่าไปโทษใครเลย โทษดวงประเทศ ดีกว่า

วันนี้ประเทศไทยทั้งประเทศถูกปีศาจดูดให้กลายเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยยาเสพติดครองเมือง ดังไปทั้งโลก ประเทศที่คอรัปชั่นระบาดทุกกระทรวงทบวงกรม ตั้งแต่ระดับเสมียน ไปจนถึงระดับรัฐมนตรี ปัญหาความยากจนที่ทำให้ทุกคนต้องดิ้นรนเอาตัวรอดทุกวิถีทาง

เหมือนเรือไททานิคที่อับปางและผู้คนถูกลอยแพเต็มทะเลที่เย็นยะเยือก ใครทนความเย็นระดับแช่น้ำแข็งทั้งตัวไม่ไหวก็ตายกันเกลื่อน ใครโชคดีมีเรือบด มีซากไม้ลอยน้ำให้พยุงตัว ได้ก็อยู่นานหน่อย รอจนกว่าจะมีใครมาช่วยเหลือ

วันนี้คนไทยก็เหมือนกับพระมหาชนกที่ว่ายน้ำอยู่กลางทะเลด้วยความมืดมิด ไม่รู้ทิศรู้ทางว่าจะไปทางไหน เหลืออย่างเดียวก็คือความมุ่งมั่นที่จะต้องไปให้รอดให้ได้ ว่ายไปทั้ง ที่ไม่มีทิศทางไม่รู้ว่าแผ่นดินอยู่ทางไหน

และวันนี้ถ้าคนไทยจะก็จะรอสวรรค์ทรงโปรด ถ้าบุญของคนไทยยังมี ฟ้าก็คงเมตตามาอุ้มให้ไปสู่แผ่นดินที่งดงามในอนาคต แต่วันนี้น้ำในทะเลการเมืองมันเย็นยะเยือกเหลือเกิน จะมีคนเหลือรอดอีกสักกี่คนก็ไม่รู้

เพราะฉะนั้นผมจึงไม่แปลกใจที่นักการเมืองในพรรคใหญ่ ๆ เริ่มแปรพักตร์ เริ่มจับขั้วใหม่ เริ่มมีการเคลื่อนไหว เพราะวันนี้พรรคใหญ่ ๆ ก็ใกล้ถึงวันอับปางได้เช่นเดียวกัน เหตุเพราะ บาปที่คนทั้งพรรคทำตลอดสองสามปีที่ผ่านมา บาปหนักที่กระทำไว้กับคนไทยทั้งประเทศ

ในขณะที่ตัวเองกับพรรคพวกร่ำรวยเต็มไปด้วยอำนาจบาทใหญ่ นักการเมืองที่เป็นรัฐบาลและอดีตเคยเป็นรัฐบาลภาคเดียวเท่านั้นที่ร่ำรวยมหาศาล ดูดเอาความความร่ำรวย ของคนทั้งประเทศไปอยู่ในกระเป๋าของคนแค่หยิบมือเดียว มีความสุขอยู่ภาคเดียว ไม่เดือดร้อนอยู่ภาคเดียว

วันนี้สวรรค์มีตา ฟ้าเริ่มออกฤทธิ์ และถ้าใครเชื่อดวงก็มีคนกระซิบว่า ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน นี้เป็นต้นไป ราหูจะออกจากประเทศไทยแล้ว จริงไม่จริงผมไม่ทราบ ไปดูกันเอาเอง ก็แล้วกัน จะถึงวันฟ้าเปลี่ยนสี คนบาปจะวินาศ คนดีจะได้ดี

ใครที่ทำบาปทำกรรมอะไรไว้ก็จะต้องรับกรรมชนิดดิจิตัลไฮเท็ค แถมด้วยระบบเพนเทียม 3 ความเร็วกว่า 400 เม็กกาเฮิสท์

และตามกระแสข่าวจากคุณหลวงผดุงกรุงเกษม เจ้ากรมข่าวลือเจ้าเก่า บอกว่าจะมีพรรคใหญ่ที่ถึงกาลอับปางแบบเรือไททานิคหลายพรรค ถ้ามีการเลือกตั้งในเร็ว ๆ นี้ เพราะ จะเกิดกระแสพลังเงียบจากประชาชน ตามติดด้วย กกต.ที่จะทำงานใกล้ชิดตาไม่กระพริบ

จะมี สส. โดนแขวนกันเป็นระโยงระยางทั้งประเทศ ใครจ่ายเงินซื้อเสียงเท่าไรก็จะถูกประนามถูกนำมาประจานมากขึ้นเท่านั้น เรียกว่ามาดังก็ต้องตายดัง และเผลอ ๆ ก็เสียเงินฟรี เท่ากับว่าเอาเงินเลว ๆ มาแจกชาวบ้านแบบโรบินฮู้ด ก็ดีเหมือนกันเป็นระบบผันเงินที่ดีกว่าระบบของหม่อมคึกฤทธิ์เยอะแยะ เพราะแจกกันถ้วนทั่วดี

เพราะฉะนั้น สส. หลายคนก็คงจะเห็นอาการใกล้อับปางของพรรคหลายพรรค รวมถึงพรรคเล็ก ๆ ทั้งหลายก็จะเริ่มหมดสภาพไปในตัว เพราะระบบปาร์ตี้ลิสต์แบบใหม่ตาม รัฐธรรมนูญใหม่ที่เจ็บปวดหัวใจนัก พรรคเล็ก ๆ จะไม่มีโอกาสได้เป็นรัฐมนตรีเลยแม้แต่น้อย

การเตรียมตัวย้ายพรรคไปเข้าพรรคใหญ่ ๆ หรือย้ายไปอยู่พรรคที่ดูแล้วมั่นคงแข็งแรงกว่าตอนนี้จึงกลายเป็นค่านิยมใหม่ เป็นธรรมดา พรรคที่ได้คนใหม่เข้าไปก็ดีใจกระดี๊กระด๊า พรรคที่สูญเสียคนไปก็มีอาการ และเมื่อไม่รู้จะทำอะไรได้ก็ใช้วิธีด่าลับหลัง

แต่ในทางรัฐศาสตร์ ผมคิดว่าเป็นแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เป็น วิวัฒนาการทางการเมือง ที่เริ่มจะเข้ารูปเข้าแบบ ทำให้พรรคเล็ก ๆ ล่มสลาย กลายเป็น พรรคใหญ่ ๆ ซึ่งสุดท้ายอาจจะเหลือแค่สองสามพรรคเท่านั้น ผมว่าดีออกจะตายไป

ถ้าเช่นนั้นการเมืองก็จะเข้าสู่ยุคการแข่งขันแบบในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย เป็นการต่อสู้ด้วยระบบมากกว่าตัวบุคคล พรรคส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่งจะอยู่ไม่ได้ จะต้องปรับตัวเป็นการทำงานด้วยระบบ ด้วยการบริหารชนิดกระจายอำนาจ มิใช่หัวหน้าพรรคชี้เป็นชี้ตายคนเดียวแบบพรรคการเมืองไทยดั้งเดิม

ครับ ราหูจะออกแล้ว จะเลือกตั้งใหม่ตอนนี้ก็อาจจะได้นายกคนใหม่ หรือจะรอไปตอนสิ้นปีเพื่อหวังลุ้นให้เศรษฐกิจดีขึ้นหลังราหูออก แล้วขว้างลูกไปเสี่ยงดวงกันแบบ เฮลล์แมรี่ ของฟุตบอลอเมริกัน ก็แล้วแต่จะตัดสินใจ 

เพราะตอนนี้ทุกพรรคหน้าดำคร่ำเครียดหัวใจร้อนเป็นไฟ เพราะบาปมันเร่งมากระชั้นชิด บางคนรวยจนไม่รู้จะเอาเงินไปไหนแต่ใจร้อน หน้าดำ ไม่มีความสุขแม้แต่นิด บางคนถึง ป่วยหนัก

แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ คนทำดีที่ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน วันอาทิตย์ก็เข้าวัดนั่งสมาธิ หน้าใสจิตใจสงบ เจอหน้ากันคุยแต่เรื่องยิ้มแย้ม สุขกายสบายใจ แล้วนั่งดูผลของกฎแห่งกรรม สบาย ๆ

"สิงห์ขาว"


[หน้าหลัก][หน้า1][วิวาทะ][สหัสวรรษ]

1