ปีที่ 3 ฉบับที่ 982 ประจำวันศุกร์ที่ 24 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 |
วันนี้วงการพระไทยเริ่มขยับ ขบวนการปิศาจเริ่มสยอง
วันที่ 24 มีนาคม ปี 2543 เป็นวันที่น่าสนใจของกระแสคลื่นลูกใหม่ของวงการพุทธ วันที่พระทั่วประเทศ จะเดินทางมาประชุมสัมมนาเรื่องวิกฤตการณ์ของวงการพุทธในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ที่จิตตภาวันวิทยาลัย ชลบุรี เพื่อวิเคราะห์กระแสทำร้ายภาพพจน์พระพุทธศาสนา โดยสื่อมวลชนระดับชาติ
กระแสบ่อนทำลายพุทธศาสนา ตั้งใจโค่นล้มพระพุทธศาสนา ด้วยวิธีใต้ดินที่เลือดเย็นและเหี้ยมเกรียม
การสร้างให้เกิดความแตกแยก
ในวงการสงฆ์ที่บานปลาย
ไปจนถึงระดับ พระผู้ใหญ่ ที่หลงผิดเดินตามกระแสสื่อ กลายเป็นความแตกร้าวในระดับสูงที่น่าสลดใจ
ฐานันดรสี่ ที่มีเกียรติได้กลายเป็นผู้ครอบจิตใจคนทั้งประเทศ หนังสือพิมพ์ที่มีชื่อเสียง
ที่มีผู้อ่านมากนับแสนนับล้าน
สถานีโทรทัศน์ที่ถือว่า เป็นคลื่นของทางราชการทุกแห่ง กลายเป็นอุปกรณ์โจร ทำผิดกฎหมายทุกวัน ปิดหูปิดตาประชาชน ให้แต่ข่าวร้ายตลอดเวลากว่า 1 ปี
ภาพพจน์พระสงฆ์ไทยที่ถูกทำลายทุกวัน ด้วยสิ่งพิมพ์เลวและสื่อเลว
และวันนี้ วัดพระธรรมกายเป็นเพียงเหยื่อชิ้นเล็ก ๆ ที่มีพยายามสร้างสถานการณ์ ให้เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว เป็นเส้นทางในการไต่สู่ตำแหน่งสูงในวงการสงฆ์
การสร้างให้เกิดความ มัวหมอง
กับคู่แข่งขัน การใช้อำนาจสูงสุดอย่างผิดกฎหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
และที่สำคัญคือ การกระทำกันเป็นกลุ่ม เป็นขบวนการอย่างน่าพิศวง แน่นเหนียวอย่างน่าประหลาดใจ ไม่เบื่อไม่หยุด ไม่เลิกรา เสมือนหนึ่งมีเชื้อไฟหล่อเลี้ยงให้ดำเนินการต่อเนื่อง เลี้ยงสงครามไว้ไม่ให้ยุติ ทั้ง ๆ ที่เป็นสงครามที่บุกทำลายล้างฝ่ายเดียว
โดยมีสื่อระดับชาติเป็นกองทัพอากาศชี้นำ ทิ้งระเบิดโจมตีทำลายล้างยิ่งกว่าจรวดอเมริกันในศึกโคโซโว กองทัพโจรพันธมิตรที่กลายเป็นขบวนการปีศาจ
ที่เกาะเกี่ยวกับอย่าง
มหัศจรรย์ โดยมีจุดหมายเดียวกัน ใช้กรณีวัดพระธรรมกายเป็นทางผ่าน เป้าหมายสุดท้าย คือ ขุดรากถอนโคนพระพุทธศาสนาในประเทศไทยให้ได้
วันนี้สงครามศาสนาในไทย ความพยายามหนึ่งพันปี ทำท่าจะได้ผล เพราะฤทธิ์อำนาจที่ทำลายมหาศาลของสื่อยุคใหม่ ฐานันดรสี่ที่ถือว่า มีเกียรติระดับชาติ
ฐานันดรที่ชี้นำ ประชาชน ฐานันดรที่สามารถทำให้เกิดสงครามได้
ได้ละทิ้งเกียรติศักดิ์ ศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ
และวันนี้ กองทัพทหารราบอันเกรียงไกร นำโดยรัฐบาลที่เลือกตั้งมาโดยประชาชน ของประชาชน
นำโดยบุคคลระดับรัฐมนตรี เข้าสอดรับแผนชั่วนี้อย่างประหลาด อ้างในความหวังดี อ้างความรักในพระพุทธศาสนา ครับ เจตนาดี แต่หวังร้าย หมากตื้นๆ
ขบวนพลกองทัพตำรวจนับร้อย ๆ พร้อมอาวุธเข้าล้อมวัด เตรียมจู่โจมประหนึ่งอาชญากรร้ายของประเทศ ทั้งที่ศาลยังไม่ได้ตัดสิน ไม่ว่าศาลทางโลกหรือศาลทางสงฆ์ เป้าหมาย คือ เจ้าอาวาสผู้ถือศีล 227 ข้อ พระองค์เดียว ไม่มีอาวุธ รักษาแต่ศีล แผ่แต่เมตตา สอนสมาธิ
ขบวนเจ้าหน้าที่กรมการศาสนา ตั้งแต่ระดับอธิบดีลงมาทำงานบาปนี้ ด้วยความขยันขันแข็ง เรื่องนี้เรื่องเดียว จนงานหลักอื่นไม่ได้ทำ
และบรรดานักกฎหมายที่เตรียม
ตั้งแท่น
ร่างกฎหมายควบคุมองค์กรสงฆ์ ให้มาอยู่ใต้อุ้งเท้าของนักการเมือง ยึดอำนาจวงการสงฆ์ การออกหน้าออกตาอย่างประหลาด เหมือนมีเชื้อไฟหล่อเลี้ยงให้ดำเนินการ
ทั้งหมดนี้ เป็นขบวนการต่อเนื่องมาตลอด การปิดประตูตีแมว มิให้ประชาชนได้รับรู้ความจริง โดยสื่อ จนหูหนวก ตาบอดทั่วประเทศ อย่างไม่น่าเชื่อ
การบุกเข้าไปดำเนินการ
โจมตีครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดปี
ในขณะที่ผู้ถูกทำร้าย ผู้ถูกกล่าวหามิได้ต่อสู้ แต่ใช้ความนิ่งสงบ สยบความเคลื่อนไหว ให้หลักอหิงสาของมหาตมะคานธี ที่สู้กองทัพอังกฤษ จนแตกพ่าย คนนับแสนนั่งสงบ ใช้พลังจิตแผ่เมตตาให้กับผู้หลงผิด
มิใยที่ขบวนการปีศาลที่มีอำนาจร้ายอยู่เบื้องหลัง และมีกำลังเงินมหาศาลหนุนเนื่อง ให้ดำเนินการ การใช้ขบวนการโกนหัวกรีดเลือด เป็นตัวสร้างสถานการณ์ให้เกิดเหตุร้าย อย่างน่าสังเวชใจ ทั้งหมดนี้ ผ่านหูผ่านตาของเจ้าหน้าที่ข่าวกรองระดับชาติ ไม่มีใครติดตาม ไม่มีใครสืบสาวเบื้องหลัง เพราะทุกคนมุ่งจับผิดข้างเดียว
แต่มิได้มองว่า "ใครอยู่เบื้องหลังสงครามถล่มวัดพระธรรมกาย และเขาต้องการอะไร เมื่อเผด็จศึกวัดพระธรรมกายได้แล้ว" ณ วันนี้ ยังเป็นความลับอันมืดสนิท
ที่ไม่มีใครกล้า แตะต้อง
กว่าหนึ่งปีกับห้าเดือนเต็ม ที่สงครามฝ่ายเดียว ที่ประสานกันทั้งประเทศ นับตั้งแต่อำนาจระดับสูงสุดของรัฐ ระดับสูงสุดของสงฆ์ กองทัพปราบประชาชนของแผ่นดิน
อำนาจสื่อ
ระดับชาติที่โหมโจมตี พร้อมกันสร้างข่าวเท็จ ข่าวลวงมาตลอด
ใช้นักวิชาการคนดังระดับชาติ ใช้องค์การโง่ (NGO) บางแห่งเป็นเครือข่าย โดยมีดารานำตอนนี้ เป็นตัวหมดชาติหมดตระกูลแล้ว ตอนนี้
วางแผนลึกเข้ายึดการเลือกตั้ง
วุฒิสมาชิก ครั้งที่แล้ว พยายามสอดแทรกเข้ามา เพื่อชี้นำใช้เงินต่างประเทศมหาศาล
สอดรับด้วยการใช้พระอกหัก พระไร้ศีล รับจ๊อบด้วยอำนาจดำกฤษณา และโมหะจิต กล้ามุสาทิ้งความเป็นพระภิกษุ กล่าวร้ายต่อผู้มีพระคุณอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส
และวันนี้ ก็เห็นชัดแล้วว่า คดีธรรมกายเป็นเพียงเหยื่อชิ้นเล็ก เป็นแค่ตัวจุดประกาย แต่เป้าหมายสงครามที่ใหญ่กว่านั้น เปิดเผยตัว การเตรียมเข้ายึดองค์กรสงฆ์ระบบบริหารสงฆ์ ให้อยู่ในอำนาจของนักการเมือง แต่ละมาตราที่บรรจงเขียนอย่างแยบยล น่าสะพรึงกลัว การหยุดการเติบโตและเขย่าฐานศาสนาพุทธอันมั่นคงในประเทศไทย
วันนี้ พระไทยทั่วประเทศตื่นแล้ว การประชุมสัมมนาที่จิตตภาวันวิทยาลัย ของหลวงพ่อกิตติวุฑโฒ เริ่มต้นวันนี้ ท่ามกลางความตื่นกลัวของขบวนการปีศาจ
ที่บ้าระห่ำจนถึงกล้า
ปลอมลายเซ็นหลวงพ่อ เพื่อยกเลิกการประชุมส่งไปทั้งประเทศ และสถานีโทรทัศน์ ก็รีบอ่านประกาศทันที อย่างลิงโลด
ผมสะใจที่สุด เพราะแสดงว่า การสัมมนาครั้งนี้ มีคนกลัวจนใกล้สติแตก เมื่อเห็นพระไทยรวมกันได้ และตื่นขึ้นมารับรู้ความจริง
ทั้งที่เป็นการสัมมนาสร้างสรรค์ปรกติธรรมดา ไม่เห็นจะน่ากลัวอะไร ครับ มีอาการเหมือนนักมวยใกล้แพ้ เห็นลางสังหรณ์ของบาปและกฎแห่งกรรม
กาขาว