โลโก้นะเนี่ย
About Me
 Home
JK's Story
JKong's Family
JKong's Favorite
JKong's Friend
JKong's Gallery
JKong's GuestBook
JKong's Individual World
JKong's Memories
JKong's More Story
JKong's Name
JKong's News
JKong's Society
JKong's Trait
JKong's Will
JKong 's Ability
JKong 's Attitude
JKong 's Board
JKong 's Card Collection
JKong 's Chatroom
JKong 's Diary
JKong 's Dictionary
JKong 's Expirien
ขอบคุณครับ
เพื่อนบ้านและพันธมิตร

หมายเหตุครับ
ข้อความสีแดงทั้งหลายที่คุณเห็นในเว็บนี้หลาย ๆ จุด
เป็นข้อความที่ผมถูกลอกไป
มีพวกสิ้นคิดอยู่สามรายด้วยกัน
หนึ่งในนั้นเป็นเว็บดังระดับที่มีคนเข้าชมเป็นแสน
(ตามเคาเตอร์ขึ้นโชว์)
แต่ขอยืนยัน
ถึงเว็บผมจะไม่ใช่เว็บดังก็เถอะ
แต่สันดานอย่างผมไม่ลอกใคร
ผมเป็นต้นฉบับที่ถูกลอกไป
จะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ


ป.ล.

เพื่อเนื้อหาที่ครบถ้วนสมบูรณ์
กรุณาดาวน์โหลด
ฟอนต์จีนและฟอนต์ลาว
ติดตั้งลงในเครื่องของคุณก่อน




ข่าวคราว JK!
ความเป็นไปและความเป็นมาในช่วงที่ผ่านมา



9 เดือนอันยาวนานของการทุ่มเทกับร้านเอเลี่ยนส์เน็ต กุฉินารายณ์ เป็นร้านอินเตอร์เน็ตและเกมส์ออนไลน์ ของ JK! ต้องสิ้นสุดลง หรือไม่ก็จะมีเอเลี่ยนส์เน็ต ภาค 2 ที่ใหนซักแห่ง ผมใช้วเวลาตัดสินใจอยู่นานพอสมควร ก็ขาดทุนไปหลายแสน จนสุดท้ายก็ต้องยอมถอย

เป็นอันว่า เอเลี่ยนส์เน็ตปิดตัวไปเรียบร้อยแล้วนะครับ ผมเองก็ได้พักผ่อนมาระยะหนึ่ง หลังจากขาดทุนไปหลายแสน ผมก็มาคิดว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตดี กับคนตัวเปล่า ๆ ที่มีหนี้สินติดตัวจากสามแสนเศษ เพิ่มขึ้นมาเป็น หกแสนกว่า ก็คิด ๆ ไปว่า ถ้ายังจะดันทุรังทำธุรกิจต่อไปในสภาพอย่างนี้ล่ะก็ มีหวังหนี้สินพอกพูนเป็นล้าน ก็เลยคิดว่าจะกลับไปทำงานเป็นลูกจ้างชาวบ้านอีกครั้งหนึ่งเก็บเงินและเก็บเกี่ยวประสบการณ์และมองทิศทางและลู่ทางว่าในอนาคตจะทำธุรกิจอะไรดี ที่จะไม่พังพับ เจ๊งบ๊งวอดวายยับอับจนอย่างนี้อีก หลังจากเอเลี่ยนส์เน็ทปิดตัวไป ผมเองก็ไม่มีอะไรจะทำ รู้สึกเคว้งคว้าง เวิ้งว้าง โหวงเหวง พอสมควร ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปทำอะไรต่อ ก็ล่องลอยเคว้งคว้างไม่มีอะไรจะทำอยู่พักหนึ่ง จากนั้นเลยตัดสินใจกลับเข้ากรุงเทพหางานทำอีกครั้งหนึ่งเมื่อกลางเดือนมีนาคม 2545

เข้ากรุงเทพมาก็มาหาเตร่ ๆ สมัครงาน โดยมาพักอยู่กับเฮียอาร์มที่ปู่เจ้า ก็อย่างว่าล่ะครับ งานยุคสมัยนี้หายากยิ่งกว่างมเข็ม สมัครงานอยู่พักใหญ่ ก็ยังไม่มีงาน ต่อมาก็ย้ายไปอยู่กับเจ้าบอยหลานชาย พอไม่มีอะไรให้ทำ สงกรานต์ก็เลยกลับมาบ้าน เที่ยวสงกรานต์ซักหน่อย หลังสงกรานต์ก็กลับไปลุยต่อ สมัครงานที่ไว้ พอดีปลายเดือนจะมีงานแต่งงานเจ้าพี ก็เลยกรอกในใบสมัครว่าพร้อมจะเริ่มงานหลังวันที่ 25 พฤษภาคม ก็สมัครงานทิ้งไว้เรื่อยเปื่อน แล้วก็ไปร่วมงานแต่งงานเจ้าพี และยังรู้สึกผิดมาจนบัดนี้ เพราะเป็นตากล้องในงาน ถ่ายภาพไปเรื่อย ๆ จนจบงาน แต่ฟิลม์ไม่เดิน ถ้าตรวจสอบกล้องตั้งแต่แรกก็จะไม่รู้สึกผิดอย่างนี้หรอก จากงานแต่งงานเจ้าพีก็มุ่งขึ้นเหนือไปเที่ยวลำพูนบ้านน้องแบมสามวันครึ่งสนุกสดชื่นดี หลังจากเพลิดเพลินกับการเที่ยวกลับมาก็มีงานติดต่อเข้ามา และเริ่มทำงานตั้งแต่วันนี้มา
ทำงานก็มีเรื่องดีเรื่องห่วย ๆ สลับกันมาเรื่อย ๆ แต่พักหลัง ๆ เริ่มห่วยจนเบื่อ จนสุดท้ายแย่สุด ๆ ก็เลยตัดสินใจลาออก

เอาเป็นว่าหลังจากออกจากงานแล้ว ก็ตระเวนหางาน และประทังชีพด้วยเงินประกันสังคมซักพักนึง ต่อมาก็ได้งานที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เงินเดือนสตาร์ทหมื่นนึง ตอนแรกก็เข้าใจว่าชีวิตจะดำเนินต่อไปด้วยดี เข้าที่เข้าทาง ที่ใหนได้ งานที่นั่นไม่เคยมีแผนกคอม ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่คอมต้องทำงานอะไรบ้าง ก็เหมาเอางานบ้าบอมากมายที่ไม่เกี่ยวกับแผนกคอมมากองให้เป็นกระบุง ขอเพียงมีคอมพิวเตอร์ในงาน โดยปกติก็คือตรวจเช็คระบบซ่อมดูแลฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ แต่นี่พี่ท่านโยนมาหมด ไม่ว่าจะเป็นการทำกราฟฟิค โบร์ชัวร์ ป้ายราคา ป้ายประกาศ ทำเว็บไซต์ ประสานงานกับโฮสติ้ง ถ่ายรูป จัดซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยที่กำหนดเวลาจะเอาทันทีเลย โดยที่ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมืออะไรให้ ไม่มีทีมงาน ไม่มีอะไรซักอย่าง มองเห็นว่ายังไงก็ไม่รุ่งแน่ ก็เลยออกดีกว่า ทำได้แค่เดือนเดียวแล้วก็โต๋เต๋ไปทำงานพาสท์ไทม์ที่หนึ่ง เป็นงานเกี่ยวกับกราฟฟิค แต่เดือนนึงได้ทำแค่สิบกว่าวันและรับเงินเป็นรายวัน ค่าเช่าห้องยังไม่ได้เลย ดูยังไงก็ไม่รอด เลยตัดสินใจว่า คงต้องทิ้งกรุงเทพ กลับบ้าน สมัครงานผ่านเน็ตเอา เจองานใหนที่ให้เงินเดือนเท่าที่ต้องการจริง ๆ ถึงจะกลับมาอยู่กรุงเทพ ตอนนี้ก็เลยทำงานวิจัยฝุ่นละอองกันต่อไป

การกลับบ้านของผม ผมคิดว่าผมจะได้พักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ผมเข้าใจผิด กลับไปผมก็ต้องไปเจอเรื่องที่ทำให้ต้องเหนื่อยกายและเหนื่อยใจ กับความคิดของคนในครอบครัวที่ชอบเอากรอบความคิดของตัวเองมาตัดสินชีวิตผม คนเหล่านั้นคิดกันว่าผมว่างนักว่างหนา ไม่มีอะไรทำ ไม่รู้ว่าผมมีงานมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง และชอบมาวุ่นวายกับเส้นทางเดินชีวิตที่ผมเลือกเหลือเกิน มันทำให้ผมหงุดหงิดจนแทบจะเป็นบ้าเอาทีเดียว กลับมาแทนที่จะได้พักผ่อน พอดีกับว่าลุงผมป่วยเข้าโรงพยาบาล ผมต้องไปนอนเฝ้าที่โรงพยาบาล ผมตัดสินใจว่าเมื่อลุงออกจากโรงพยาบาลผมจะกลับกรุงเทพอีกครั้ง และถ้าไม่ได้งานผมจะไม่กลับไปบ้านอีก ผมกลับมาอยู่กรุงเทพอย่างลำบากลำบนกระเบียดกระเสียนกระเสือกกระสนเหลือเกิน แต่ยังไงก็ต้องทนต่อไป ลำบากกายก็ยังดีกว่าเสียสุขภาพจิต นั่นเองคือสาเหตุที่ผมยอมมาลำบากกายที่นี่กรุงเทพ แทนที่จะกลับไปสบายกายแต่เสียสุขภาพจิตที่บ้าน ผมก็ยังเดินทางต่อไป แล้วแต่เส้นทางชีวิตมันจะพาไป


เหมือนเป็นโชคชะตาผมสมัครงานแค่เดือนเดียวทางทรู คอร์ปอร์เรชั่นก็ติดต่อมา ผมได้งานเป็นคอลเซ็นเตอร์ที่นี่ บริษัทรับทำเอาท์ซอรส์ให้กับบริษัทข้างนอก คือบริษัทคอมพิวเตอร์บริษัทหนึ่ง คอยให้บริการข้อมูลของลูกค้าบริษัทนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างน่าจะไปได้ดี เพราะผมได้ทำงานกับบริษัทใหญ่ เงินเดือนดี สวัสดิการดี แต่มันกลับไม่เป็นอย่างนั้น งานที่ต้องมาคอยโกหกลูกค้าไปวัน ๆ ผมไม่ได้มีความสุขเลย นอกจากนี้ในสายที่ลูกค้าโทรเข้ามาวันละ 60-80 สายนั้น จะโทรเข้ามาด่าวันละราว ๆ 20 สาย ซึ่งการที่ต้องมานั่งฟังคนด่าทั้งวันติดต่อกันทั้งปีอย่างนี้มันทำให้สุขภาพจิตผมแย่ลงทุกวัน ความอดทนเริ่มลดน้อยลง และกลายเป็นคนหงุดหงิดง่ายขึ้น ถ้าเดินถนน เดินลงบันไดเลื่อนแล้วมีคนขวางหน้า หรือเดินช้า อาการหงุดหงิดจะออกมาทันที นับวันเริ่มคุมอารมณ์ไม่ได้ ผมมองว่าสิ่งที่ผมได้รับกับสิ่งที่ผมสูญเสียไปนั้น ช่างไม่คุ้มค่าเลย ผมเสียความร่าเริงกับความสขุมไป ได้ความเลือดร้อน ขี้โวยวายมาแทน แลกกับเงินแค่เดือนละหมื่นนิด ๆ ผมมองเห็นว่าถ้าผมทำต่อไปยิ่งนานเท่าใหร่ สุขภาพจิตผมจะต้องแย่ลงมากกว่านี้แน่ เมื่อทำงานได้ครบปี ผมจึงลาออกพร้อมกับตระเวนหางานใหม่ต่อไป

หากต้องการติดต่อ JK! ส่ง E-Mail มาที่
webmaster@kongmemories.cjb.net
methipat@Hotmail.com
Joekong72@Hotmail.com










A living dog is better than a dead lion.

สุนัขที่มีชีวิตดีกว่าสิงโตที่ตายไปแล้ว


1