ปีที่ 2 ฉบับที่ 638 ประจำวันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2542
สหัสวรรษที่ 3
สังคมยุคคนชั่วมีอำนาจ
ทีวีช่องปลุกระดมสงครามศาสนา
ผมนั่งดูรายการ "ตามล่าหาแก่นธรรม" ทางช่อง 11 มาตลอดทุกครั้ง ตั้งแต่เริ่มครั้งแรก พยายามดูด้วยใจเป็นธรรม ตั้งใจให้เป็นกลาง ให้อยู่ใน เมตตา มุทิตา อุเบกขา แต่จนแล้วจนรอด ก็อุเบกขาไม่ไหว เบรคแตกทุกครั้ง เพราะหาแก่นไม่ได้ มีแต่เปลือก
ใจที่พยายามให้เย็นเข้าไว้ แต่ยิ่งฟังเท่าไรก็ไฟธาตุลุกโชน ถ้าผมเป็นฝ่ายตรงข้ามวัดพระธรรมกาย จิตใจจะเต็มไปด้วยความฮึกเหิมสะใจ ยิ่งด่าเท่าไรก็ยิ่งมัน เพราะอคติที่เป็นทุนเดิม
เพราะรายการก็ช่างสรรหาคนด่าเก่ง ปากจัด ระดับอวดอ้างว่า มีความรู้สูง เป็นที่น่าเชื่อถือมาได้แทบทุกครั้ง แต่ละคน ล้วนพกความ อาฆาตแค้น วัดพระธรรมกาย ไม่รู้ว่า วัดไปทำความโกรธแค้นให้กับ โคตรตระกูลของบุคคลเหล่านี้ ตั้งแต่สมัยไหน
การแสดงออกก็สมบทบาท พยายามยกเอาความรู้ที่นึกว่าสูง ได้เปรียบคนอื่น พยายามยกเอาพระไตรปิฎกไว้บนหัว ทำเป็นว่า รักพระพุทธ ศาสนาแบบถวายชีวิต จะต้องยอมตายเพื่อพระพุทธศาสนาก็ยอม อยากสร้าง Holy War หรือ สงครามศักดิ์สิทธิ์เหมือนศาสนาอื่น
คงลืมไปว่า ศาสนาพุทธไม่มีสงครามศักดิ์สิทธิ์ มีแต่บาปและกฎแห่งกรรม
รายการนี้ จึงเต็มไปด้วยคนผิดศีลผิดธรรม เต็มไปด้วยการใส่ร้ายป้ายสี การอวดภูมิให้คนทั้งประเทศรู้ว่า ข้านี่แหละที่แน่กว่าใคร ความคิด ของข้าจะต้องเป็นใหญ่เหนือคนอื่นประการทั้งปวง ถึงเป็นบาปก็บาปศักดิ์สิทธิ์ และก็ช่างจะขุดสรรหาคนเกลียดวัด ชอบด่าวัด คนด่าพระ พระด่าพระ มาได้ทุกครั้ง แม้บางครั้ง จะวนเวียนอยู่ในประเภทดาราเก่าไม่กี่คน
ส่วนใครจะเดือดร้อนอย่างไรเป็นเรื่องคนอื่น คนทำรายการไม่เกี่ยว
ผมคิดว่า รายการนี้ไม่ได้มีความสุจริตใจต่อพุทธศาสนา ผมอยากให้ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เจ้าของสถานี ซึงขณะนี้ ต้องรับ ผิดชอบแทนคณะกรรมการวิทยุและโทรทัศนื ลุกจากเก้าอี้อันแสนสบายของตำแหน่ง แล้วทำหน้าที่นายสถานี สถานที่ราชการ ซึ่งสร้างจาก เงินภาษีของแผ่นดิน ทำหน้าที่เสียทีเถอะครับ
สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เป็นของกรมประชาสัมพันธ์ ขึ้นโดยตรงต่ออธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ รายงานตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมี คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ
วัตถุประสงค์ของสถานี้ช่องนี้ เพื่อเป็นรายการสร้างสรรค์ให้เกิดความสงบในแผ่นดิน เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล ในการให้ความรู้ที่ดี ต่อประชาชน มิใช่เอาความรู้อันเป็นยาพิษมาเจือใส่สมองประชาชนคนไทย ทั้งที่รายการที่ดีสร้างสรรค์ของสถานีนี้ ก็มีไม่น้อย
แต่ตั้งแต่รายการตามล่ำตามด่าวัดพระธรรมกายนี้เกิดขึ้น ได้สร้างความมัวหมองให้กับสถานีแห่งนี้ อยากรู้ก็ไปเอาเทปทั้งหมดของรายการนี้ ตั้งแต่วันแรกมาลองฟังดู
รายการนี้ได้สร้างความแตกแยกขึ้นในหมู่คนไทย การเอาบุคคลที่ไม่เหมาะสมมาออกรายการ โดยอ้างเอาความรู้และภูมิหลังมาเป็นที่ตั้ง
เป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงในชาติ การทำให้เกิดความแตกแยกในวงการศาสนา การตกเป็นเหยื่อของศาสนาอื่น ในการสร้างให้เกิด ความมัวหมอง ความเสื่อมศรัทธาในพุทธศาสนา
การเอาพระภิกษุสงฆ์มาออกอากาศ แสดงอาการโกรธขึง อ้างพระปริยัติแบบงูพิษผิดวิสัยสงฆ์ ตั้งแต่จัด ผมเห็นมีเจ้าคุณพิพิธธรรมสุนทร วัดสุทัศน์ฯ รูปเดียว ที่กล้าเตือนผู้จัดให้ยุติการทำบาป ทำให้คนจัดหน้าแตกกลางอากาศ แต่นอกนั้นน่าสังเวชใจ
ในเมื่อปัจจุบัน เสียงเรียกร้องประชาธิปไตร ทำให้ กบว. ต้องยุติบทบาทในการเซ็นเซอร์รายการไป ยกหน้าที่นี้ไปให้ นายสถานีโทรทัศน์ เซ็นเซอร์รายการของตนเอง
ผมคิดว่า ณ วันนี้ ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 บกพร่องต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง ปล่อยให้บุคคลภายนอก เข้ามาเหมารายการไปทำเอง ใช้เครื่องมือเครื่องไม้ของทางราชการ ไปในการทำประโยชน์ธุรกิจส่วนตัว
ขัดต่อกฎหมาย กบว. ที่มิให้รายการที่บ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ ดูหมิ่นสถาบันสูงสุดคือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะ คณะกรรมการมหาเถรสมาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประมุขแห่งสงฆ์ คือ สมเด็จพระสังฆราช ถือว่าเป็นสถาบันสูงสุดของศาสนาพุทธ ในประเทศไทย
การจ้วงจาบอย่างไร้มารยาทต่อพระมหาเถระ การสร้างความแตกแยกในวงการสงฆ์ ทั้งที่มหาเถรสมาคมก็ได้มีคำตัดสินชี้ขาด ในเรื่อง วัดพระธรรมกายเรียบร้อยแล้ว แต่บุคคลเหล่านี้ยังไม่ยอมยุติ กลับหาทางปลุมระดมสร้างเรื่องราวไม่รู้จบ
ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 กลับนิ่งเฉย ไม่ทำหน้าที่แทนกบว. ปล่อยให้เหตุการณ์ ซึ่งอาจลุกลามใหญ่โตต่อไปบ้านเมือง โดยอาศัย สถานที่และเครื่องมือของทางราชการ ถือว่า เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบราชการอย่างร้ายแรง
และมีผลไปถึงอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้บังคับบัญชาโดยตรง รวมไปถึงรัฐมนตรีประจำสำนักนายกผู้รับผิดชอบ ท่านจะปลดรายการ หรือจะปลดตัวตัวท่านก็พิจารณาดู
จะต้องให้ล่ารายชื่อ 50,000 รายชื่อ เพื่อปลดใครไหมครับ หรือจะรอให้เขาหมดความอดทน และเดินขบวนโดยสันติ มาถึงหน้าทำเนียบ ฯพณฯท่าน
"กาขาวแทน"