ปีที่ 2 ฉบับที่ 638 ประจำวันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2542
ปุจฉา - วิสัชนา
เศษเงินสร้างโลก
เมื่อ 40 ปีก่อนโน้น มีหนังสือเรียนชั้นประถมเล่มหนึ่งที่เริ่มต้นด้วยบท
"นะโมข้าจะไหว้ วะระไตร ระตะนา ใส่ไว้ในเกศา วะระบาทะมุนี..."
รูปประกอบของหนังสือเป็นภาพวาดพระภิกษุวัยกลางคนรูปหนึ่ง กำลังสอนเณรน้อย ให้หัดเขียนอักษรไทย บนกระดานชนวน มองออกไป นอกหน้าต่าง เห็นต้นกล้วยร่มรื่น ดูแล้วสงบคิดถึง บรรยากาศในอดีต ที่ศูนย์กลางการศึกษาอยู่ในวัด และกุลบุตรไทยนิยมบวชตั้งแต่เด็ก อยู่ใน ความดูแลของพระภิกษุ ผู้ทรงศีลาจารวัตรที่งดงาม
การได้รับการอบรมจากผู้ทรงศีล ทำให้เมืองไทยสงบสุข และพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาจนทุกวันนี้
จนกระทั่งการศึกษาแบบตะวันตกเข้ามา ภาพเก่าๆ ก็เลือนหายไป มีแต่ภาพครูและนักเรียน ฆราวาสนั่งเรียนอยู่ในตึก มองออกไป นอก หน้าต่างจะเห็นอาคารห้องแถว รถวิ่งอยู่บนถนนเสียงดังเข้ามารบกวนถึงในห้องเรียน
เยาวชนของชาติคือผู้ที่เราควรให้กำลังใจเข้ามาอยู่ในองค์กรศีลธรรม เพื่อให้มีความรู้คู่คุณธรรมให้มากที่สุด เพื่อให้เขาเป็นคนดีของ ประเทศและของโลก ขอให้เราลองนึกภาพดูว่า เด็กบางคนเกิดมาเห็นพ่อแต่ไม่เห็นแม่ บางคนเห็นแม่แต่ไม่เห็นพ่อ บางคนไม่เห็นทั้งพ่อและแม่ และบางคนเห็นทั้งพ่อและแม่
แต่ถึงจะมีทั้งพ่อและแม่ก็ตาม ถ้าหากเด็กเติบโตขึ้นตามยถากรรม ขาดผู้สนับสนุนให้เป็นคนดีของโลกแล้ว จะเกิดอะไรขึ้น? ลองนึกภาพ เด็กติดยาเสพติดหัดลักเล็กขโมยน้อย อาศัยอยู่ใต้สะพานสลัม หรือเข้าองค์กรมาเฟีย เป็นทาสแรงงานเด็กผู้หญิงก็ถูกส่งไปขายตัว ฯลฯ ปัญหา เหล่านี้เกิดจากอะไร?
ในแต่ละปีรัฐบาลจะต้องจัดงบประมาณก้อนใหญ่ออกมาเท่าไร เพื่อนำมาดูแลเด็กที่ไม่มีคนเอาใจใส่ดูแล
ทอดทิ้งให้ตกอยู่ในความหายนะ ติดยา เข้าซ่อง สถานเริงรมย์ต่างๆ ก่อคดีอีกมากมาย
ทำให้ตำรวจ อัยการ ศาล และเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ต้องทำงานหนักขึ้นกว่าแต่ก่อนหลายเท่าตัว
ถึงแม้จะมีเราคนหนึ่งที่เป็นคนดี และไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร แต่เราจะเป็นคนดีของสังคมตามลำพังไม่ได้ เพราะเราอาจจะถูก คนไม่ดีเบียดเบียนเอาได้
ด้วยเหตุนี้เราทุกคนจึงต้องเกื้อกูลสนับสนุนให้ทุกคนเป็นคนดี สังคมจะได้สงบสุขร่มเย็นเหมือนอดีต ภาพลักษณ์ของประเทศก็จะดี สมกับ เป็นเมืองพุทธศาสนา
วิธีที่จะส่งเสริมให้สังคมเกิดความสงบสุข ในการพัฒนาประเทศแบบประหยัดสุด ประโยชน์สูง คือการสนับสนุน ให้เด็กอยู่ใน เครื่องนุ่งห่ม ของเพศบรรพชิต เรียนหนังสือทั้งทางโลกและทางธรรม เพื่อให้เป็นคนดีมีศีลธรรม นี่เป็นการส่งเสริมและป้องกันปัญหาต่างๆ ที่จำเป็นต้องทำ ควบคู่กันไป
ภาษิตโบราณที่ว่า "กันไว้ดีกว่าแก้" ยังใช้ได้เสมอ เยาวชนแสนชีวิตในเพศนักบวช เป็นเทือกเถาเหล่ากอของสมณะ ตั้งใจเป็นคนดีของ สังคม และคนดีที่โลกต้องการคือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันคุ้มครองโลก 22 เมษายน ที่จะถึงนี้ที่วัดพระธรรมกาย
ทางวัดพระธรรมกายได้จัดตั้ง "กองบุญธรรมะคุ้มครองโลก" ในวันที่ 22 เมษายน โดยจะขอรับการสนับสนุน จากท่านที่มีรายได้พอ ที่จะช่วยเหลือเจือจุน เพื่อนรอบข้างในสังคม โดยเฉพาะเยาวชนของชาติ
ผู้ที่สนับสนุนเยาวชนของชาติให้เป็นคนดี หากท่านมีจิตเป็นกุศล เพียงแต่ท่านสละเงินทำบุญกองทุนละ 500 บาท คงไม่ทำให้ท่านลำบาก หรือยากจนลงเลย แม้ประเทศไทยจะอยู่ในยุค IMF ก็ตาม
พูดง่ายๆ มันเป็นเพียงเศษเงินเท่านั้น สำหรับคนมีสตางค์ แต่เงินจำนวน 500 บาท ที่เป็นเศษเงินของท่านเศรษฐี มันมีค่ามากสำหรับคนจน และมันสามารถสร้างคุณธรรมดีๆ ให้กับเด็กตัวเล็กๆ และเป็นการสร้างคุณความดีให้แก่สังคมได้ด้วย
เศรษฐีบางบ้านซื้อหมามาเลี้ยง ตัวหนึ่งราคาเป็นหมื่น ให้นอนในห้องแอร์อย่างดี ปรนเปรออาหารทั้งเนื้อ นม ไข่ ทะนุถนอมชื่นชมกอดจูบ ใส่สร้อยคอ เสื้อผ้าให้ ซึ่งตามธรรมชาติแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่มันต้องการ เวลาป่วยก็ส่งให้สัตวแพทย์ดูแลรักษาอย่างดี
สรุปแล้วเศรษฐีบางคนให้หมามากกว่าให้พระเสียอีก
หมาเอย แมวเอย นกเอย ทำไมซื้อแพงอย่างนี้? ซื้อมาแล้วก็ไม่ได้เอาไว้เฝ้าบ้าน เพราะเจ้าของเอาไปนอนบนเตียงด้วย
มีเรื่องจริงอยู่เรื่องหนึ่ง ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งมีบริวารแสนคนทั่วประเทศ เผอิญวันหนึ่ง ผู้ใหญ่ท่านนั้นได้ไปเยี่ยม คารวะผู้บังคับบัญชาที่บ้าน พอมองไปข้างห้องรับแขก เห็นหมาของเจ้าของบ้าน นอนในห้องแอร์สบาย ตัวแขกกลับยืนเหงื่อตกนอกห้องแอร์ หันไปมองเจ้านายของตน ท่านกำลังดื่มไวน์เฉยไม่สนใจอะไร
ผู้ที่เป็นแขกอดนึกไม่ได้ว่า นี่เห็นหมาดีกว่าคนเชียวหรือ?
เพราะฉะนั้นถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องช่วยกันสนับสนุนการศึกษา และความเป็นอยู่ทางด้านศีลธรรม ของเยาวชน ส่งเสริมให้มีการศึกษา และปฏิบัติตามพุทธพจน์ อันเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด เพราะธรรมะสามารถคุ้มครองโลก ให้อยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งเท่ากับเราได้รักษา สิ่งที่ดีงาม ไว้ให้ ลูกหลานต่อไป แล้วเราจะได้เห็นประเทศไทย เป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง ดังปณิธานของ องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ตั้งไว้มาช้านาน
เงินที่เราสละเพียง 500 บาท ให้กองบุญธรรมะคุ้มครองโลกจำนวน 100,000 กองทุนนี้ ท่านผู้มีจิตใจที่ศรัทธาจะทำกี่กองทุนก็ได้ หรือจะ บริจาคเป็นค่าเครื่องใช้ส่วนตัว เช่นสบู่ ยาสีฟัน ฯลฯ หรืออุปกรณ์การเรียนพระปริยัติธรรม ที่พระเณรขาดแคลน อย่างหนักทั่วประเทศ
ซึ่งพระเณรเหล่านั้น กำลังจะเดินทางมาชุมนุมกันในที่เดียวกัน ณ วัดพระธรรมกาย และนี่คือความจริง ที่เราทุกคนจะต้องช่วยกัน สละเศษเงิน ของคุณเถิด แล้วบ้านเมืองก็จะสงบร่มเย็น พระพุทธศาสนาก็จะเจริญรุ่งเรืองดังกาลก่อน
โอกาสที่คนไทยในยุคนี้จะได้เห็นพระเณรมารวมกัน 100,000 รูป นั้นไม่ใช่ง่าย มันเกิดขึ้นได้ยากยิ่ง
ถามตัวเองดูสิว่า จะหาภาพพระเณรแสนองค์ทั่วโลกมาดูได้ที่ไหน ขนาดภาพก็ยังไม่มีให้ดู ก็จงมาดูของจริงกันเถิด มาเป็นส่วนหนึ่งของภาพ ด้วยกัน แล้วเก็บภาพเหล่านั้นเอาไว้ให้ลูกหลานดู การหาภาพ กับการเป็นส่วนหนึ่งของภาพอย่างไหนจะดีกว่ากัน?
"ลูมิแนร์"