ปีที่ 3 ฉบับที่ 1046 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 25 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543

หน้า 1

"ทองขาว" ล้วงย่ามพระ อ้างคนบิ๊กเต้เบ่งตำรวจ สน.ชนะฯ บีบยอมความ

ผงะสองนักจัดรายการวิทยุธรรมะร่วมสมัยล้วงย่ามพระ พระมหาทวนชัยเผยถูก "กมล-พ.อ.ทองขาว" ฉกเงินหมื่นบาทล่องหน อ้างนำไปบริจาคให้เด็กปัญญาอ่อน ร้อนถึง ตร. ขณะที่ "ทองขาว" เล่นบทกร่างคับโรงพักชนะสงคราม อ้างเป็นเด็กบิ๊กเต๊ รับหน้าชื่นนำเงินพระไปจริง แต่กลับจบลงด้วยการเกี้ยเซี้ยะของตร. บีบพระให้ยอมความ

พระมหาดร.ทวนชัย อฐิจิตโต อายุ 61 พรรษา จำพรรษาอยู่ในจิตตภาวันวิทยาลัย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 พ.ค.เวลา 12.00 น. ได้เดินทางไปยัง สน.ชนะสงคราม เพื่อแจ้งความ ร้องทุกข์ นายกมล ศรีนอก ผู้ร่วมรายการวิทยุธรรมะร่วมสมัย ของ พ.อ.(พิเศษ) ทองขาว พ่วงรอดพันธุ์ ได้ยักยอกเงินไปเป็นจำนวน 10,000 บาท เหตุเกิดที่ห้องประชุม กรป.กลาง สนามเสือป่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากร้อยเวรได้สอบถามรายละเอียด เห็นว่า การยักยอกเงินดังกล่าวเกิดขึ้นที่ สน.ดุสิต จึงได้แนะนำให้ไปยังสน.ดุสิตเพื่อแจ้งความ และได้ลงบันทึกประจำวันเรียบร้อยในวันเดียวกัน

โดยมีรายละเอียดว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2543 พระมหาดร.ทวนชัย ราชาพร ผู้แจ้งได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรบรรยายในที่ประชุม กรป.กลาง (สนามเสือป่า) พร้อมด้วยพระภิกษุอีก จำนวนหลายรูป ก่อนที่พระมหาดร.ทวนชัยจะขึ้นไปพูดบนเวทีได้ฝากเงินไว้กับนายกมล จำนวน 10,000 บาท ซึ่งเป็นผู้ที่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่หลังจากที่ลงจากเวทีแล้ว กลับไม่พบ ตัวนายกมล จึงได้ติดตามหาตัวอยู่หลายวัน โดยโทรศัพท์ไปติดต่อนายกมล เพื่อทวงถามเรื่องเงิน แต่นายกมลกลับตอบว่า เงินที่ฝากไว้นั้น ตนได้นำไปบริจาคให้กับมูลนิธิเด็ก ปัญญาอ่อน หมดแล้ว จึงไม่มีเงินคืนให้ เมื่อเห็นว่า นายกมลมีพฤติกรรมยักยอกทรัพย์ อันเป็นเงินของสงฆ์ จึงได้นำเรื่องมาแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

พระมหาดร.ทวนชัย ระบุด้วยว่า หลังจากที่ลงบันทึกประจำวัน สน.ดุสิตจึงออกหนังสือเรียกตัวนายกมลมารับทราบข้อกล่าวหา และได้ประสนไปยังสน.ชนะสงคราม เพื่อติดตาม ตัวนายกมล โดย ผกก.ชนะสงครามได้สั่งให้ผู้กำกับจราจรเดินทางไปกับพระมหาดร.ทวนชัย เพื่อชี้ตัวนายกมล เมื่อไปถึงบริเวณประตูทางเข้าวัดมหาธาตุ ได้พบกับนายกมล ขณะ กำลังเดินออกมา จึงชี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปเชิญตัวนำไปยังสน.ชนะสงคราม แต่นายกมลขัดขืน และยังได้ด่าทอพระมหา ดร.ทวนชัย เสียๆ หายๆ ถึงกับขึ้น ไอ้ มึง กู อย่างไร ก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำบันทึกประจำวันให้ดู จึงยอมเดินทางไปยัง สน.ดุสิต แต่เมื่อไปถึงร้อยเวรเจ้าของคดีได้ออกเวรไปแล้ว

ร้อยเวรคนใหม่จึงได้สอบปากคำนายกมล ท่ามกลางนายตำรวจอีกหลายนายในห้องสืบสวน ซึ่งพระมหาดร.ทวนชัย กล่าวว่า เงินที่อาตมาฝากไว้นั้น เป็นเงินที่ได้มาโดยบริสุทธิ์ เพราะเป็นเงินที่ได้มาจากงานผ้าป่าที่วัดพระธรรมกาย นายกมลจึงกล่าวว่า เงินที่ฝากไว้นั้น ถ้าคิดว่า เป็นเงินบริจาค ก็ไม่สามารถที่จะรับไว้ได้ เพราะเป็นเงินสกปรกของ พระธัมมชโย เป็นเงินปัญญาอ่อน ก็ต้องนำไปบริจาคให้กับเด็กปัญญาอ่อน

นายกมลยังกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า ต่อพระมหาดร.ทวนชัยอย่างเสียหาย และหยาบคาย ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยังได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง พ.อ.(พิเศษ) ทองขาว ให้เดินทาง มาช่วยเหลือ ระหว่างนั้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งให้นายกมลได้ทราบว่า ตามที่พระกล่าวหามานั้น และนายกมลได้ยอมรับแล้วว่า ได้นำเงินนั้นมาจริง จึงเข้าข่ายผิดกฎหมาย อาญา ว่าด้วยการยักยอกทรัพย์ผู้อื่น ทำให้นายกมลถึงกับนั่งเงียบไปชั่วระยะหนึ่ง และรวบรวมสติพูดว่า ความจริงตนไม่ได้นำเงินไปบริจาค แต่ได้นำไปให้ พ.อ.(พิเศษ)ทองขาว

จากนั้น พ.อ.(พิเศษ) ทองขาว ได้เดินทางมาถึงสน.ชนะสงคราม ได้แสดงกิริยากร้าวร้าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับกล่าวว่า ตำรวจอย่ามายุ่งเรื่องนี้ ตนคือคนของบิ๊กเต้ (พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล) พร้อมทั้งข่มขู่ด้วยถ้อยคำที่กร้าวร้าวต่างๆ นานา

พระมหาดร.ทวนชัย กล่าวด้วยว่า การข่มขู่ของ พ.อ.(พิเศษ)ทองขาว ทำให้พนักงานสอบสวนหวาดผวา พร้อมกับพูดจาไกล่เกลี่ยให้อาตมายอมความกันและกัน

"เมื่ออาตมาเห็นว่า ตกอยู่ในที่นั่งลำบาก จึงจำใจเซ็นยินยอม ในหนังสือยอมความของตำรวจ และเมื่อคืนที่ผ่านมา อาตมาก็ได้ยิน พ.อ.(พิเศษ) ทองขาว จัดรายการธรรมะร่วมสมัย ก่นด่าพระภิกษุด้วยวาจาที่หยาบคายในรายการธรรมะร่วมสมัยอีก อาตมาไม่ทราบว่า ทางการปล่อยให้มีการจัดรายการออกอากาศด่าพระภิกษุสงฆ์ทางวิทยุทุกวันได้อย่างไร" พระมหาดร.ทวนชัยกล่าว

อีกด้านหนึ่ง ศาลอาญาได้ประทับรับฟ้อง พระพรหมโมลี อดีตเจ้าคณะภาค 1 ได้กล่าวโทษต่อนายประจิณ ฐานังกรณ์ ในข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และประกาศโฆษณาอันเป็นเท็จ ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากนายประจิณ ได้เป็นโจทก์ฟ้องกล่าวโทษนิคหกรรมพระธัมมชโย แต่เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี พระสุเมธาภรณ์ ได้ตรวจสอบ หลักฐาน ไม่ปรากฏว่า นายประจิณเป็นพุทธศาสนิกชน ผู้เลื่อมในพระพุทธศาสนา ทำให้ขาดคุณสมบัติ จึงไม่พิจารณารับฟ้อง จากนั้น นายประจิณได้ยื่นอุทธรณ์ต่อพระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 ขณะนั้น ซึ่งพระพรหมโมลีได้ปฏิเสธ โดยยืนยันว่า คณะผู้พิจารณาชั้นต้นยังไม่ได้ดำเนินการนิคหกรรม จึงไม่สามารถนำอธิกรณ์มาอุทธรณ์ได้ ทำให้นายประจิณ เกิดความไม่พอใจ วิพากษ์วิจารณ์ ให้สัมภาษณ์ โจมตีท่าน ให้ได้รับความเสียหาย ท่านจึงได้นำเรื่องฟ้องศาล เพื่อดำเนินการต่อไป

ด้าน หลวงตามหาบัว เผยถูกมหาโจรต้ม หลอกให้เซ็นชื่อ เพื่อนำเงินบริจาคเข้าคลัง แต่รัฐบาลมหาภัย กลับหอบเงินไปฝากแบงก์ต่างชาติ ย้ำรัฐบาลชุดปัจจุบันเลวที่สุด เก่งแต่สร้าง หนี้ โยนภาระให้ประชาชน ลั่นบริจาคแล้วไม่ขอคืน ส่วนบัญญัติออกโรงโต้แหลก 5 หมื่นคนปลด "ธารินทร์" เหลวไหล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่ นางสงบ ปัญญาตรง นายไมยฤทธิ์ ปิตะวนิค นายชาญวิทย์ ที่ได้รับหมายเรียก แจ้งข้อหายักยอกเงินวัดพระธรรมกาย 137 ล้านบาท ร่วมกับ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (พระธัมมชโย) แต่ผู้ต้องหาอีก 3 คน ขอเลื่อนวันนัดพบพนักงานสอบสวน จากวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยจะมาให้ปากคำในวันที่ 24 พ.ค. นั้น ที่กองปราบปราม วานนี้ (24 พ.ค.) ผู้ต้องหาจำนวน 3 คน ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ในข้อหาร่วมกันยักยอกทรัพย์วัดพระธรรมกาย โดยให้การปฏิเสธทุกข้อหา และขอประกันตัวเพื่อสู้คดีในชั้นศาลต่อไป


[หน้าหลัก][หน้า1][สหัสวรรษ]

1