ปีที่ 3 ฉบับที่ 1039 ประจำวันศุกร์ที่ 19 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543

วิวาทะ

คุณธรรมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯ

สองสามวันมานี้ ผมเริ่มเข้าใจกับความเห็นที่ว่า "คนดีชอบแก้ไข คนอะไรชอบแก้ตัว" ขึ้นมาเสียดื้อ ๆ อาจมีปัจจัยมาจากภาพแห่งความเคลื่อนไหวของคนในสังคม ที่มักชอบ หลบหลีก ความระยำตำบอนของตัวเอง

เสียดายที่รัฐมนตรีผู้นี้ไม่ได้ระบุว่า สื่อชั้นเลวไร้คุณธรรมอย่างนั้น เป็นใครอยู่สำนักใด ???

ผมคนหนึ่งล่ะครับ ที่ออกจะเห็นใจ "สมศักดิ์" อยู่ลึก ๆ เพราะตั้งแต่ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งอันสง่างามเป็นถึงเจ้ากระทรวงพัฒนาทรัพยากรบุคคล อันเป็นกำลังหลักของประเทศชาติ ก็ถูกสื่อบางฉบับเสนอข่าวโจมตี เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแซ่ ทำเหมือนไม่ใช่มนุษย์

แต่เสี่ยตือก็ใช้ความอดทนอดกลั้น นำหลักธรรมะ "วางอุเบกขา" รักษาตบะไว้ไม่ให้กระเพื่อมได้อย่างสวยงาม

เข้าใจว่า เสี่ยตือคงจะพอรู้กำพืดของคนข่าวสัมภเวสีกลุ่มนี้ มีพฤติกรรมไม่ต่างจากพวกอีแร้ง ประกาศตัวเองคือ สำนักข่าวที่ใสสะอาด ด้วย "มอตโต" ที่น่าประทับใจ ที่นี่ .. มีแต่เพื่อนแท้และอริถาวร

ประทานโทษ แต่สำนักข่าวแห่งนั้น กลับมีพฤติกรรมเหมือนอีแร้ง ไม่ต่างอะไรไปจากกระดาษเช็ดตูด

ฉบับก่อนเขียนถล่มเสี่ยตือจนเสียผู้เสียคน แต่พอถึงวันนี้ พวกกลับลำพลิกลิ้น ยกยอให้เสี่ยตือเป็นเทพเจ้าในฐานะมือปราบวัดพระธรรมกาย

ทำหน้าที่เป็นทนายแก้ต่างให้เสี่ยตือ ว่า กรณีสื่อมวลชนที่เปิดข่าวฉาวคฤหาสน์ 30 ล้าน ที่จังหวัดอ่างทอง มีอคติเป็นสมุนสาวกธรรมกาย ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องเท็จทั้งสิ้น

เพราะคนอ่างทองต่างรู้ดีว่า เสี่ยตือแม้มีฐานะไม่ร่ำรวย แต่ก็ไม่ใช่คนยากจน ญาติพี่น้องตระกูลเมียเป็นคหบดีในอำเภอวิเศษชัยชาญ ต่างดูแลเสี่ยตือให้สมกับเกียรติรัฐมนตรี

โดยเฉพาะพ่อตาเสี่ยตือ คือ "บักซิว" เจ้าของโรงสีที่ใหญ่ที่สุดของอ่างทอง มีเงินหมุนเวียนในกิจการโรงสีปีหนึ่งกว่า 300 ล้าน สมบัติที่บักซิวทิ้งไว้ให้เมียเสี่ยตือ จึงเป็นบัลลังก์ ค้ำจุนรัฐมนตรีผู้นี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

อีกทั้งยังมีกระสุนดินดำจาก "เสี่ยหวัด" ประธานหอการค้าอ่างทอง ซึ่งเป็นพี่เขยจะทอดทิ้งกันได้อย่างไร

กระดาษเปื้อนหมึก อีแร้งข่าว คงลืมไปว่า ถ้าจะประกาศความร่ำรวยของเสี่ยตือแล้ว ผู้ที่เป็นฐานรากให้กับเขา มาแต่เริ่มต้นควรจะมีชื่อ "เสี่ยแหย" อยู่ด้วย จะหยิบตอนหนึ่ง แล้วตัด สาระ สำคัญอีกช่วงหนึ่งของชีวิตไปไม่ได้

บังเอิญเสี่ยตือโชคร้ายไปหน่อยที่ประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไป เพราะคนข่าวบางคนยอมอด ดีกว่า ตระหวัดลิ้นเลียเนื้อข้างเขียง ของกากมนุษย์ไร้คุณธรรม

งานนี้ผมไม่อยากโทษอีแร้งโซ เพราะอย่างไรเสีย ก็ไม่มีปัญญาจับสัตว์เป็น ๆ กินเพื่อยังชีพได้ มีแต่จิกซากศพเน่าเหม็นหล่อเลี้ยงชีวิตไปวัน ๆ เท่านั้น

ที่ต้องตำหนิให้หนัก น่าจะเป็นเสี่ยตือ ที่น่าเสียดายสู้อุตส่าห์ร่ำเรียนจนจบปริญญาโท แต่กลับไม่รู้จักการประชาสัมพันธ์และการชี้แจงถึงเรื่องบ้าน 30 ล้าน และการทุจริตใน โครงการ ศูนย์กีฬาคลอง 6

ที่หนักกว่านั้น คือ การแสดงบัญชีทรัพย์สิน หนี้สินต่อสำนักงานป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ปปช. ที่ไม่มีความโปร่งใส

ตรงนี้ ไม่ใช่เรื่องของความร่ำรวย หรือความยากจน หากแต่เป็นเรื่องของกฎหมายที่ต้องเอาความจริงมาพูดกันต่างหาก

ภาพการที่เกิดขึ้นกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงเป็นภาพที่อึมครึม และสร้างความสับสนให้กับคนในสังคมนี้ จวบจนนาทีนี้

หากพูดถึงเรื่องการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ในทฤษฎีมีอยู่ว่า ผู้ส่งสาร ผู้รับสาร ช่องทางสื่อ และตัวสื่อ

เสี่ยตือจะต้องเลือกช่องทางสื่อสารว่า จะใช้หน่วยงานรัฐหรือเอกชน เพื่อให้การสื่อสารนั้น เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมากที่สุด

สุดท้ายกรณีเสี่ยตือพูดถึงคุณธรรมจรรยาบรรณของนักสื่อสารมวลชนบางคน ก็ต้องกลับไปดูคุณธรรมของนักการเมืองควบคู่ไปด้วย

เพราะทุกวิชาชีพ หากขาดคุณธรรม ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ไม่ดีไม่งามทั้งสิ้นแหละครับ

โซตัส


[หน้าหลัก][หน้า1][ต่างดาว][วิวาทะ]

1