ปีที่ 3 ฉบับที่ 1039 ประจำวันศุกร์ที่ 19 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543

สำนักข่าวต่างดาว

ดื้อด้าน

มันเอาแน่เงินคลังหลวง สร้างเล่ห์ลวงหลอกชาวบ้าน
รวมบัญชีเรื่องฝันหวาน พวกซาตานมันหลอกกิน

สำนักข่าวต่างดาวเปิดแถลงแจงสี่เบี้ยว่าด้วยเรื่อง การรวมบัญชีของแบงค์ชาติ ระหว่างบัญชีฝ่ายออกบัตรกับฝ่ายการธนาคารที่ตอนนี้เป็นประเด็นฮ็อต บีบ ธารินทร์ ซะหน้าเขียว

เมื่อวานนี้ ลูกศิษย์ของหลวงตามหาบัว พากันพร้อมใจเข้าชื่อขับไล่ ธารินทร์ นิมมานเหมินท์ ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งตอนนี้มีคนเข้าชื่อกว่า 4 หมื่นคนเข้าไปแล้ว

เพื่อให้เป็นการรวดเร็ว ทางลูกศิษย์ของหลวงตามหาบัว ก็เลยเปิด ตู้ปณ. 12 อุดรธานี 41000 เพื่อให้คนที่รักชาติรักแผ่นดิน ส่งใบประชามติไปยังหลวงตา เพื่อรวบรวมให้ได้ครบ 5 หมื่นรายชื่อ ปลดขุนคลังหน้าเลือด ออกจากตำแหน่ง

สำหรับสาเหตุที่จะปลดขุนคลังออกจากเก้าอี้ได้นั้น ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเขาบัญญัติไว้ ต้องมีเหตุ 4 ประการคือ 

1. ร่ำรวยผิดปกติ
2. ทุจริตต่อหน้าที่
3. การทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ 
4. ใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ

เมื่อพิจารณาตามข้อกฎหมาย บรรดาลูกกระเป๋งของขุนคลัง พากัน "ตีปีก" พึ่บ ๆ เป็นการใหญ่ แถมออกมาแถลงการณ์กันด้วยความหน้าชื่อตาบานว่า 

"ปลดยาก" เพราะความผิดของ "ทารุณ" ไม่เข้าข่ายทั้ง 4 ข้อที่ว่านั้น

เอาละครับ จะเข้าข่ายหรือไม่เข้าข่ายเราไม่รู้ แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นมาตลอดเวลาก็คือ ธารินทร์ นิมมานเหมินท์ จงใจทำให้ประเทศชาติได้รับความเสียหาย

ถ้าเอากฎหมายรัฐธรรมนูญดังกล่าวมาปรับเข้า ก็น่าเข้าเกณฑ์ในข้อ 3 คือ ทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง มีหน้าที่สำคัญคือ ต้องดูแลทรัพย์สมบัติของชาติ แต่ "ทารุณ" ผลาญลูกเดียว ดังนั้น จึงน่าจะผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

รึท่านผู้อ่านว่า ไม่จริง ? ที่เราตั้งข้อหาว่า ขุนคลังผลาญชาติ เอาแค่เรื่องหนี้แผ่นดินเกือบ 4 ล้านล้านบาท ที่มีอยู่ตอนนี้ ธารินทร์ ก็เน่าแล้วล่ะครับ คงไม่ต้องตีความกันมาก

นี่แกคงยังรู้สึกว่า "ผลาญไม่พอ" ก็เลยจะเอาเงิน "คลังหลวง" ไปถลุงอีก ซึ่งหลวงตามหาบัวท่านค้านในเรื่องนี้ ขอบิณฑบาตก็แล้ว พูดดี ๆ ก็แล้ว แต่ "ทารุณ" ไม่เคยฟัง

ดังนั้น เพื่อให้คนดื้อด้านยอมรับฟังคำขอร้อง ลูกศิษย์ของหลวงตาก็เลยต้องเข้าชื่อขับไล่

แม้ว่า นักกฎหมายในฝ่ายรัฐบาลจะเก่ง และตีความเข้าข้างตัวเองว่า ธารินทร์ ไม่ผิด แต่จริง ๆ แล้ว มีใครไม่รู้บ้างว่า ธารินทร์ แกทำอะไรไว้กับประเทศไทยบ้าง

ขนาดพรรคฝ่ายค้านเขายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อครั้งที่ผ่านมา เขาก็ตั้งข้อหาว่า "ขายชาติ" เพราะพฤติกรรมของพี่แก ส่อไปในทางนั้น

แค่นี้ยังไม่พออีกหรือ?

เลิกดื้อด้านกันเสียทีเถอะ หันมายอมรับความจริง แล้วหาหนทางแก้ไข เงิน "คลังหลวง" น่ะ อยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว ทำไมเราจะต้องเอาเข้ามาเสี่ยง แล้วถ้าหมดไปล่ะ "ทารุณ" จะเอาที่ไหนมาใช้คืนบรรพบุรุษ

ไม่ใช่ว่า เรารังเกียจรัฐมนตรีคลัง แต่จริง ๆ แล้ว เราอยากปกป้องประเทศชาติและแผ่นดิน เพราะเห็นด้วยกับข้อคัดค้าน ของ หลวงตามหาบัว ที่ท่านพูด้วยเหตุด้วยผล ด้วยอรรถด้วยธรรม

ยกตัวอย่างความฉิบหายให้พ่อแม่พี่น้องดูก็ได้ เดี๋ยวจะหาว่าเรา "ไซด์"เกินเหตุ

เมื่อก่อนนี้ ประเทศไทยเคยมี "เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ" มากถึง 4 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐ แบงก์ชาติไทยเคยคุยนักคุยหนาว่า ประเทศไทยมีเงินสำรองมากที่สุดในโลก

หรือถ้าตีความหมายกันแบบซื่อ ๆ ไม่ต้องอ้างภาษาทางการ ก็ต้องตีความกันตรง ๆ ว่า "ประเทศไทยรวยที่สุดในโลก"

สุดท้ายแล้วเป็นไง ไอ้เงินที่ว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์น่ะ ตอนนี้มันหายไปไหนหมดแล้ว และหนี้ที่เพิ่มขึ้นมาเกือบ 4 ล้านล้านดอลลาร์ จะเอาที่ไหนมาใช้ ถ้าไม่ใช่เงินจาก "คลังหลวง"

มันแน่นอนอยู่แล้วว่า ฝรั่งมันคงมองออกว่า ประเทศไทยไม่มีปัญญาใช้หนี้ก้อนมหึมาก้อนนี้ ฝรั่งมันจึงมองไปที่สินทรัพย์ของแผ่นดิน ซึ่งตอนนี้เท่าที่เหลือก็มีอยู่หลายจุดด้วยกันคือ

1. ศาสนสมบัติ วัดวาอารามต่างๆ ที่ประเมินค่ามิได้ ตรงนี้ก็การพยายามจะเข้ามาล้วง ด้วยการออกกฎหมาย "หัวดำปกครองพระ" จะได้ถลุงสมบัติของศาสนากันเพลิน

2. มูลนิธิต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมเงินบริจาค ตรงนี้มันก็เข้ามาล้วงด้วยการออกกฎหมายที่เกี่ยวกับการ "ยกเลิกมูลนิธิ" เสียใหม่ ด้วยการอ้างว่า หากมูลนิธิใด ขัดต่อศีลธรรม อันดีงาม ของประชาชน ก็ให้ยกเลิกได้ แล้วสมบัติของมูลนิธิจะต้องนำเข้าคลัง

3. เงินคลังหลวงที่หลวงตาบัว ท่านค้านอยู่ขณะนี้

ครับ ... สมบัติก้อนสุดท้ายของประเทศไทย จะตกไปอยู่ในมือฝรั่งหรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านในวันนี้ !!


[หน้าหลัก][หน้า1][ต่างดาว][วิวาทะ]

1