ปีที่ 3 ฉบับที่ 1034 ประจำวันอาทิตย์ที่ 14 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543 |
2 กรณีที่แตกต่าง งานหนักของพระธรรมปิฎก (3)
ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ยามบ้านเมืองมีปัญหา พระสงฆ์ใช่จะนิ่งดูดาย เพื่อความอยู่รอดของชาติ ท่านจะทุ่มชีวิตลงไปจนสุดตัว
บางครั้งแม้จะหมิ่นเหม่ต่อวินัยสงฆ์ ท่านก็ยังกล้าเสี่ยง คงจำได้ กรุงศรีฯ ล่ม พระฝาง ตั้งเป็นก๊กเจ้าพระฝาง
ครั้งศึกบางระจัน ก็ได้พระครูธรรมโชติ เป็นกำแพงหลัง
ล่าสุดวันนี้ ความหายนะทางเศรษฐกิจมาเยือน ธุรกิจน้อยใหญ่ซวนเซก็พอว่า ที่ล้มระเนระนาดลงไปมากต่อมาก ชาติทำท่าจะล่มจม
เมื่อชาตอยู่ไม่ได้ จะมีอะไรเหลือเป็นร่องเป็นร่อย ปรากฏให้ลูกให้หลานได้เห็นในวันข้างหน้า แม้แต่ศาสนา คือ พระพุทธศาสนานั่นแหละ ก็ตั้งอยู่ไม่ได้เช่นกัน
พระแก่ พระหลวงตาบ้านนอก อย่างหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน มองเห็นปัญหานี้ จึงยอมเปลืองตัว ออกมาเป็นผู้เรียกร้องให้คนในชาติร่วมกันเสียสละ
เงินทองสมทบกองทุน ผ้าป่า
ช่วยชาติ ก่อนที่ชาติจะถึงกาลวิบัติ
พระสงฆ์ส่วนใหญ่มองแล้วเมินในการกระทำของหลวงตา แทนที่จะยกระดับของสงฆ์ไทย ให้สูงขึ้นด้วยการจัดกองผ้าป่าเข้าเสริมทุนก้อนนี้ ร่วมกับหลวงตา ให้ดูดี
ตามสายตา ของชาวบ้าน ต่างคนต่างนิ่ง ต่างคนต่างเฉย หรือถ้าไม่เฉย ก็เคลื่อนไหวเพื่อตัวเอง เพื่อวัด เพื่อสำนักของตัวเอง ลืมจุดศูนย์รวมคือ ประเทศชาติไปเสียสิ้น
ในยามวิกฤตหนักเช่นคราวนี้ นักการเมืองเกือบจะทุกพรรคฉายโอกาสทอง อ้างสถานการณ์มาเป็นสมรภูมิประลองยุทธ์ ไม่มีพรรคการเมือง หรือ คนการเมืองถอยห่างหนี มีแต่มุ่งเข้าหาเพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการอาสาเข้าไปแก้ไข
นักวิชาการตกเป็นเครื่องมือของนักการเมือง ข้าราชการก็เช่นกัน ยอมปฏิบัติตามคำบัญชาของนักการเมือง ผู้ที่ตกไปเป็นเครื่องมือของนักการเมืองด้วยเขลา รู้ไม่เท่าทันเล่ห์เพทุบายของนักการเมืองก็มาก จงใจยอมไปเป็นฝักฝ่ายก็มีเยอะ
อ้อ มีพระด้วยแหละ พระนั้นแปลกไปจากฆราวาสแปลกตรงที่เป็นไปด้วยความซื่อ ความจริงใ ขาดความระแวดระวังตัว
เลยตกเป็นเครื่องมือของนักการเมืองไปอย่างไม่ตั้งใจ
สถานการณ์อันล่อแหลมทางเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างรุนแรงคราวนี้ นักการเมือง กลุ่มที่กุมอำนาจรัฐ
กลัวแรงต่อต้านโจมตีจากสื่อต่าง ๆ ทั้งวิทยุ โทรทัศน์
และหนังสือ พิมพ์ เพราะสื่อจะชี้นำสังคมให้เกลียดชังรัฐบาลเกลียดชังผู้กุมอำนาจ
การแก้ปัญหาบ้านเมืองในสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลา และใช้คนมีฝีมือเข้าไปแก้ปัญหาเป็นทีมเป็นคณะ
เพื่อความราบรื่นปราศจากอุปสรรคขัดขวาง วิธีหนึ่งที่นักการเมืองชอบปฏิบัติคือ การเบี่ยงเบนประเด็นสนใจ อาจเป็นด้านกีฬา สถานการณ์ชายแดน การปราบปรามยาเสพติด ยาบ้า เรื่องวิกฤติศรัทธาในศาสนา จนคนลืมความล้มเหลวในการแก้ปัญหาของรัฐบาล
นอกจากนักการเมืองแล้ว นักเคลื่อนไหวที่อ้างว่า เรียกร้องเพื่อสังคม
เพื่อประเทศชาติ ทำตัวให้เด่นให้ดังไว้เสมอ ชื่อนามสกุลของคนพวกนี้ ปรากฏเป็นข่าวรายวันแทบไม่เว้นแต่ละวัน
เชื่อเถอะครับ คนพวกนี้ ไม่มีความจริงใจเต็มร้อยเปอร์เซนต์ เขาอ้างประชาชน สถานการณ์ และอ้างบุคคลผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง เช่น พระสงฆ์
มาเป็นเครื่องมา
ในกรณีที่เขาเข้าไป
มีส่วนเกี่ยวข้องในการเคลื่อนไหวแต่ละครั้ง
คนพวกนี้ หาองค์ประกอบต่าง ๆ ดังกล่าวนั้น เป็นทางผ่านหรือเป็นขั้นบันได สำหรับไต่เต้าไปสู่จุดหมายของพวกเขา
จำเป็นต้องจารนัยชื่อสกุลคนพวกนี้ด้วยหรือ ชาวบ้านชาวเมืองเขารู้กันทั่ว เข้าใจว่า ท่านเจ้าคุณก็รู้อยู่แก่ใจเป็นอย่างดี และอาจรู้ดีกว่าใคร ๆ แต่จนใจ เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะถูกเขาใช้เป็นเครื่องมือไปเสียแล้ว
ยังครับ ท่านเจ้าคุณ ยังมีอีก สื่อหลายแขนงโดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ (บางฉบับ) ถนัดที่จะอ้างเอาชาติและประชาชนขึ้นมาเป็นกำแพงหน้า
เสนอข่าวคราวพระศาสนา
แบบเอามัน เข้าว่า เรื่องเล็กน้อย มีความผิดเป็นปัจเจกบุคคล ก็ละเลงสีให้เปรอะไปถึงองค์กรสงฆ์ส่วนรวม หรือแม้แต่บางเรื่องที่เป็นเรื่องใหญ่ และใหญ่มาก หากพระเด่น ๆ ไหวตัวไม่ทัน จะถูกสื่อสิ่งพิมพ์เหล่านี้ จับเอาไปเป็นเครื่องมือ พระที่เกี่ยวข้องคล้ายจะเป็นคู่กรณี เช่น ท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎก กับวัดพระธรรมกาย ผลก็คือ ดังไปทั้งคู่ แต่พระศาสนาซิครับ ดับสนิทไปเลย
ท่านเจ้าคุณและคณะได้ชื่อว่า เป็นพระนักปราชญ์ มิบังอาจจะถวายความเห็นให้มากกว่านี้ ขอยกตัวอย่างมาให้เห็นก็มี แต่พระเถระผู้ใหญ่ระดับบนสุด คือ ชั้นมหาเถรสมาคม 2 รูป รูปแรก คือ พระพรหมโมลี รูปที่ 2 คือ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ พระคุณเจ้าทั้งสอง
ซาบซึ้งดีถึงพิษภัยที่จะตกแก่พระพุทธศาสนา หากจะเปิดพูด
หรือเขียนถึง วัดพระธรรมกาย สื่อเขาเล่นไม่หยุด และเล่นอย่างสนุกปราศจากการรับผิดชอบ โดยประการทั้งปวง
พระเถระทั้งสองรูป ท่านนิ่งเงียบ ขนาดเงียบ ๆ อย่างนั้น สื่อพิเรนทร์ ยังสร้างตำนานบาปขึ้นมา ทำเวทีหลอกคนทั้งประเทศว่า สัมภาษณ์ท่านด้วยคำถามที่ชาวบ้านสงสัย และท่านก็ตอบคำถามแบบแสบสันต์ถูกใจคนอ่าน
เบื้องหลังเรื่องนี้ คือ สื่อทะลึ่งนำภาพท่านไปลง จากนั้น ก็เขียนคำถาม-คำตอบเอง เชิงสัมภาษณ์แบบคำต่อคำ ใครไม่รู้ก็เชื่อตาม
ความจริง คือ ท่านไม่ได้พูดอะไรกับนายคนนั้น ที่อ้างว่า อยู่สังกัดสื่อฉบับนั้นเลย คนพวกนี้ มันไม่กลัวบาปกรรม มันเอาแต่ได้ของมันจริง ๆ มันโกหกทั้งเพ
พระเถระเหล่านั้น ท่านไม่กลัวจะถูกปลดจากตำแหน่ง กลัวอย่างเดียว พระศาสนาจะพังครับท่านเจ้าคุณ
สื่อวิทยุยังอยากจะเขียนถึง แต่สื่อสิ่งพิมพ์ยังไม่จบ ขออนุญาตต่ออีกสักนิด
หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เก่าแก่มามีเชื้อสายเป็นพันธุ์น้ำดีมาก่อน เมื่อเจ้าของผู้ก่อตั้ง ละมือไปตามกฎไตรลักษณ์ ผู้รับช่วงอาศัยชื่อเสียงดั้งเดิม ดำเนินธุรกิจสืบต่อมา
ในแวดวงคนอื่นเขารู้ดีว่า เจ้าหมอนี่มันอาชีวะอย่างไร จุดมุ่งหมายสูงสุดในชีวิตของเขาคืออะไร เขาเดินทางหมากสุดแสนฉลาด เพื่อก้าวสู่เวทีการเมืองให้ได้
เขาอ่านสังคมไทยวันนี้ออกว่า ขณะที่ตัวเขาเองกระดำกระด่าง ในคราบเจ้าพ่อนั้น ถ้าเขาได้พระเด่นๆ ดังๆ มาร่วมขบวนการ ออกสื่อของเขาได้ ก็เท่ากับว่า
เขาได้ผงซักฟอก กล่องใหญ่ หรือ สบู่ก้อนโต มาซักล้างทำความสะอาดความโสมมของเขา ให้สังคมไทยยอมรับ
เรื่องนี้เป็นความจริงเกินครึ่งไปแล้ว พระเด่นพระดัง 2 รูป มี พระธรรมปิฎก กับ พระเทพดิลก เป็นผงซักฟอกและสบู่ ช่วยถูคราบไคลให้ดูดีว่า สะอาดขึ้นแล้ว และเขาผู้นั้น กำลังจะบรรลุเป้าประสงค์ของเขาแล้ว
เห็นหรือยังขอรับท่านเจ้าคุณ พระดี ๆ จะตกเป็นเครื่องมือของคนพวกมักใหญ่ใฝ่สูงโดยไม่รู้ตัว
ผมวาสนาน้อยเกินไป
ไม่มีโอกาสนมัสการท่านที่วัด
แต่เฉพาะปัญหาวัดพระธรรมกายนั้น อยากจะประกาศเป็นสาธารณะว่า ไม่เห็นจะน่ากลัวอะไรตรงไหน
วัดพระธรรมกายยอมรับพระธรรมวินัย ยอมรับพระไตรปิฎก ยอมขึ้นอยู่กับการปกครองคณะสงฆ์ สำคัญที่สุดตั้งแต่สมภารยันลูกวัด มีอุปัชฌาย์ มีคู่สวด เท่ากับว่า
เป็นลูกที่เกิดมา มีพ่อมีแม่ เขาจะทำผิดเพี้ยนไปอย่างไร บอกพ่อแม่คืออุปัชฌาย์เขาซิครับ เขาจัดการกันได้
เล่นแบบที่ท่านเจ้าคุณบรรเลงกับสื่อ อย่างที่แล้ว ๆ มา ไม่ผิดอะไรกับการเขียนหนังสือด่าประจานไปติดไว้ตาม 4 แยก อย่าว่าแต่เด็กจะเสียใจเลย
พ่อแม่ของเขาก็พลอย จะเสียใจ
ไปด้วย ไม่เชื่อไปถามสมเด็จดูซิครับ
เอ๊ รึว่า พระสมัยนี้ ถนัดที่จะเล่นกันแบบนี้
ปู่โอม