ปีที่ 3 ฉบับที่ 1034 ประจำวันอาทิตย์ที่ 14 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543

หน้า 1

แฉมือมืดวิ่งล็อบบี้สกัด "ธัมมชโย" 

แฉขบวนการใต้ดินวิ่งล็อบบี้สกัด "พระธัมมชโย" เดินทางรักษาตัวต่างประเทศ ถึงขนาดล็อบบี้รัฐมนตรี ระบุเดินเข้าออกวัดชนะสงครามเป็นว่าเล่น คาดอีกไม่นาน เกิดกลียุค ในวงการสงฆ์ขึ้นอีกแน่นอน

น.ส.ชุลีพร ช่วงรังษี เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์วัดพระธรรมกาย เปิดเผยถึงกรณีที่พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ธัมมชโย) จะเดินทางไปรักษาตัวที่ประเทศจีนตามที่เป็นข่าวออกมาว่า อยากขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงว่า พระธัมมชโยได้มีอาการของโรคภูมิแพ้มานานแล้ว ต้องเข้ารับการรักษาทางแพทย์แผนปัจจุบันมาโดยตลอด แต่อาการยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร ยังต้องใช้ผ้ารัดตัวที่มีลักษณะคล้ายเสื้อยืดสวมใส่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งบางครั้ง ยังต้องสวมถุงเท้าอีกด้วย ทำให้เกิดเป็นภาพที่ค่อยเหมาะสมออกไปสู่สายตาประชาชน ซึ่งอาจจะมี หลาย ๆ คนได้ตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมพระจึงสวมใส่เสื้อยืด ซึ่งสภาพอากาศในช่วงนี้ จะร้อนอบอ้าวมาก ทำให้พระธัมมชโยต้องทนทุกข์ทรมานมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากไม่มี ความจำเป็น แล้ว ท่านคงจะไม่สวมใส่ และที่ผ่านมา พระธัมมชโยยังต้องเดินทางไปศาลในทุก ๆ วันพุธ จึงไม่มีเวลาที่จะเดินทางไปเข้ารับการรักษาในต่างประเทศได้ แต่หลังจากที่ศาล ได้มีคำสั่งให้ มีการสืบพยานโจทก์ในท้องที่ศาลต่างจังหวัดตามที่พยานเหล่านั้น มีภูมิลำเนาอยู่ จึงทำให้พระธัมมชโยพอจะมีเวลาเดินทางไปรับการรักษาตัวที่ต่างประเทศได้

น.ส.ชุลีพร กล่าวต่อว่า ขณะนี้พระธัมมชโยยังไม่มีกำหนดว่า จะเดินทางไปเมื่อใด ซึ่งหากมีกำหนดแล้ว ก็จะต้องทำหนังสือขออนุญาตไปยังพระสังฆาธิการ ตามระเบียบ ของ การเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งเชื่อว่า พระสังฆาธิการหน่วยเหนือในสายการปกครองคงจะมีความเมตตา ได้เห็นถึงความจำเป็นในความเจ็บป่วยทุกข์ทรมานของพระธัมมชโย ซึ่งท่านคงจะไม่ระงับยับยั้งการเดินทางอย่างแน่นอน

สำหรับในทางคดีที่ยังอยู่ในระหว่างพิจารณานั้น จะเห็นได้ว่า พระธัมมชโยเจตนาต้องการที่จะให้มีการพิจารณาให้ถึงที่สุดโดยเร็ว เพื่อจะได้พิสูจน์ให้สาธารณชนได้ทราบถึง ความบริสุทธิ์ตามข้อเท็จจริง จะได้ไม่ต้องมีความกังวลสงสัยใด ๆ กันอีกต่อไป ซึ่งทางเราเชื่อว่า เรามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสามารถนำมาพิสูจน์กันในชั้นศาลได้ หากการ พิจารณาในชั้นศาลยังคงยืดเยื้อยาวนานต่อไปอีก ก็จะทำให้พระธัมมชโยต้องมีภาระผูกพันกับคดีต่อไป จนไม่มีความสะดวกที่จะเดินทางไปไหนมาไหนได้ ซึ่งนับว่า เป็นผลกระทบ ต่อสุขภาพของพระธัมมชโยเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ตนก็อยากจะตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ทำสำนวนส่งฟ้อง จึงไม่สามารถจะติดตามพยานพามาขึ้นสืบพยานโจทก์ได้ จากหลายครั้งที่ผ่านมา ทำให้การ พิจารณาคดีต้องมีอันล่าช้าออกไปอีก อย่างกรณีคดีของนายมัยฤทธิ์ ปิตะวนิค นายเทอดชาติ ศรีนพรัตน์ และ น.ส.อมรรัตน์ สุวิพัฒน์ ก็เช่นกัน ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ ตั้งข้อหาว่า ร่วมกันทุจริต ยักยอกทรัพย์ จนต้องตกเป็นผู้ต้องหามาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งเมื่อส่งสำนวนไปถึงอัยการแล้ว อัยการยังเห็นว่า สำนวนยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะส่งฟ้องได้ จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ให้คดีมีน้ำหนักพอจะส่งฟ้องได้ เมื่อนานวันเข้า อัยการได้เห็นว่า หมดอำนาจควบคุมตัวผู้ต้องหา ตามระยะเวลาที่กฎหมาย กำหนดแล้ว จึงให้ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน พ้นสภาพจากการเป็นผู้ต้องหา พร้อมทั้งให้คืนหลักประกันให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาไปแล้ว ซึ่งอัยการยังได้นัดหมายให้เข้าพบอีกครั้งในวันที่ 29 พ.ค.นี้ นอกจากนี้ ยังมีข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องว่า ตำรวจกองปราบสามารถหาหลักฐานการทุจริตยักยอกได้อีกแล้ว และพร้อมจะออกหมายจับกับคนโน้นคนนี้ใหม่อีก จึงทำให้เกิดความ สงสัยขึ้นมาว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้ง ๆ ที่ผ่านมา ก็ยังไม่สามารถจะหาหลักฐานประกอบเพิ่มเติมสำนวนให้พอสั่งฟ้องได้

สำหรับกรณีดังกล่าว ได้มีการนักกฎหมายท่านหนึ่ง ได้ให้ความเห็นว่า ผู้ได้รับความเสียหายที่ต้องตกเป็นผู้ต้องหาตามคำกล่าวหาของพนักงานสอบสวน หากพนักงาน สอบสวน ได้มีความเห็นว่า ควรส่งสำนวนให้อัยการเพื่อสั่งฟ้อง แต่อัยการยังเห็นว่า น้ำหนักหลักฐาน ยังไม่เพียงพอที่จะส่งฟ้องได้ อัยการก็จะขอให้พนักงานสอบสวนไปหาหลักฐาน มา เพิ่มเติม ก่อนได้ และถ้าพนักงนสอบสวนยังไม่สามารถจะหาหลักฐานมาประกอบสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องได้ เมื่อครบเวลาตามอำนาจของอัยการแล้ว อัยการก็จะยกเลิกการ ควบคุมตัว ผู้ต้องหา โดยคืนหลักประกันให้ ผู้ต้องหาก็จะพ้นสภาพจากการเป็นผู้ต้องหานับจากวันนั้น แต่ในกรณีนี้ เมื่ออัยการมีนัดหมายให้เข้าพบอีก ก็น่าจะไปให้ปากคำ ในบันทึก ของอัยการไปตามจริงว่า น่าจะเป็นการถูกกลั่นแกล้งจากพนักงานสอบสวน พรัอมกับควรทำเรื่องร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม ไปถึงกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน เพื่อตรวจ สอบ ว่า ผู้ร้องทุกข์ได้ถูกละเมิดในสิทธิของมนุษย์ ตามที่ควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ และควรจะยื่นหนังสือร้องทุกข์ไปถึง ป.ป.ช. ด้วย เพื่อให้ ป.ป.ช. ใช้อำนาจดำเนินการตรวจสอบว่า เจ้าพนักงานสอบสวนได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่โดยถูกต้อง หรือปฏิบัติให้เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ถึงทำให้ผู้ร้องทุกข์ต้องได้รับ ความเสียหายดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวยังได้รับรายงานมาจากแห่งข่าวที่เชื่อถือได้ โดยระบุว่า ได้มีกลุ่มบุคคลที่ใช้ความพยายามวิ่งเต้นเข้าหาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้พระภิกษุ เดินทางออกนอก ประเทศหลายหน่วยงาน ในเวลาเดียวกัน เพื่อให้ทำการระงับไม่อนุญาตให้พระธัมมชโย เดินทางออกนอกประเทศ หากมีการขออนุญาตเข้ามา นอกจากนี้ กลุ่มบุคคลดังกล่าว ยังได้วิ่งเต้นเข้าพบกับรัฐมนตรีบางคนอีกด้วย เพื่อหาทางยับยั้งในหลาย ๆ ด้าน เพื่อไม่ให้พระธัมมชโยเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อรักษาตัวดังกล่าวได้

แหล่งข่าวดังกล่าวยังให้ข้อมูลด้วยว่า ได้มีคนสนิทของ รมต. ท่านหนึ่ง ได้เดินทางเข้า-ออกในวัดชนะสงครามหลายครั้ง ตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมา ซึ่งหากไม่ใช่เป็นคนของ กลุ่มนี้แล้ว นักเลงอันธพาลที่คอยควบคุมดูแลภายในวัด จะไม่ยอมให้ผ่านเข้าได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีกับทุกคน ที่เคยเข้าวัดแห่งนี้มาก่อน แม้เพียงแค่เข้าไปติดต่อแจ้ง ความประสงค์ในการเข้ามาเท่านั้น ก็จะถูกข่มขู่ด้วยถ้อยคำที่กร้าวร้าวทันที จึงน่าจะคาดได้ว่า จะต้องมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นในวงการสงฆ์ครั้งใหม่อีก ในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน


[หน้าหลัก][หน้า1][วิวาทะ]

1