ปีที่ 3 ฉบับที่ 1033 ประจำวันเสาร์ที่ 13 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543 |
แก๊งมารเล่นแรงอีก ขู่ปลดเจ้าคณะปทุม
เจ้าคณะปทุมฯ ไม่กลัว ถูกขู่ปลดจากตำแหน่ง แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ย้ำไม่หวั่นไหว หากปลดจริงก็ว่ากันไป มั่นใจดำเนินนิคหกรรม "พระธัมมชโย" ถูกต้องตามกฎทุกอย่าง เผยยังไม่ได้รับหนังสือขออนุญาตไปต่างประเทศจากพระธัมมชโย ด้านชมรมพุทธสากล เรียกร้องความยุติธรรมให้พระสงฆ์ หลังโดนคดีทางโลก
เมื่อวันที่ 12 พ.ค.พระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เผยว่า เมื่อคืนวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีญาติโยมที่ใกล้ชิดคนหนึ่ง ได้เข้ามารายงานข่าวให้ทราบว่า
คณะผู้ปกครอง สงฆ์ชั้นสูง จะมีคำสั่งให้ปลดตัวพระสุเมธาภรณ์ออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด โดยไม่มีสาเหตุ พร้อมกันนี้ โยมคนดังกล่าว ยังได้แนะนำให้ชิงลาออกจากตำแหน่ง
ก่อนถูกปลด ด้วย อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงของข่าวว่าเป็นเช่นไร ซึ่งแม้หากจะมีการสั่งปลดให้พ้นจากตำแหน่งจริง ก็ไม่ได้หวั่นไหวใด ๆ ทั้งยังมีความเชื่อมั่นว่า
การดำเนิน นิคหกรรมกับพระธัมมชโย ก็ได้พิจารณาไปตามกฎนิคหกรรม อย่างถูกต้องทุกประการ ซึ่งจนถึงวันนี้ เรื่องนิคหกรรมก็คงต้องรอการประสานเข้ามาจากพระธรรมโมลี
รักษาการ เจ้าคณะภาค 1 ว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป
ส่วนกรณีที่มีข่าวออกมาว่า พระธัมมชโยจะเดินทางไปรักษาตัวที่ประเทศจีนนั้น พระสุเมธาภรณ์กล่าวว่า ยังไม่ได้รับหนังสือขออนุญาตเข้ามา ซึ่งตามระเบียบแล้ว
พระภิกษุใน ปกครอง ที่มีความประสงค์จะเดินทางไปยังต่างประเทศ ต้องทำเรื่องขออนุญาตพระสังฆาธิการลำดับชั้นเข้ามาเสียก่อน จนมาถึงเจ้าคณะจังหวัด
เพื่อนำเสนอต่อไปยัง
เจ้าคณะภาค 1 เพื่อพิจารณาอนุญาตตามระเบียบขั้นตอนต่อไป สำหรับพระธัมมชโยยังไม่เคยทำหนังสือขออนุญาตมาก่อน
พระสุเมธาภรณ์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้วัดมูลจินดารามได้เร่งเตรียมงานสำหรับวันวิสาขบูชานี้ ซึ่งเป็นปีที่พิเศษกว่าที่ผ่านมา
เนื่องจากสหประชาชาติ
ประกาศให้เป็นวันสำคัญของ
สหประชาชาติด้วย ซึ่งนอกจากจะมีการทำบุญเวียนเทียน และแสดงธรรมเทศนาแล้ว ทางวัดยังได้ถือโอกาสวันอันเป็นมงคล จัดพิธียกฉัตรขึ้นสู่เศียรพระพุทธรุปปางถวายเนตร ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุรจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามวา พระพุทธจักษุมงคล
ด้านนายวิสุทธิ์ พึ่งประดิษฐ์ รองประธานชมรมชาวพุทธสากล
กล่าวถึงกรณีตำรวจกองปราบฯ จับกุมอดีตพระสุนทรราชมาติเถร หรือ นายชยันตร์ อภิสุภาพ
อดีตเจ้าคณะอำเภอ นาทวี จ.สงขลา พร้อมทั้งให้สึกต่อหน้าพระพุทธรูป โดยให้เหตุผลว่า ไม่ต้องการให้พระพุทธศาสนาเสื่อมนั้น ทางชมรมชาวพุทธฯ ในฐานะที่มีหน้าที่ให้การปกป้องช่วยเหลือในทุก ๆ ด้านของศาสนา มีความเป็นห่วงมากโดยตลอด พร้อมทั้งมีความเห็นว่า
พ.ร.บ.สงฆ์ มาตรา 29 บัญญัติไว้ว่า หากพระสงฆ์ต้องถูกดำเนินคดี และเจ้าหน้าที่ไม่ให้ประกันตัว ต้องให้พระภิกษุนั้นสึกจากสมณเพศก่อน จนกว่าจะพิจารณาคดีถึงที่สุด ซึ่งไม่เป็นธรรมกับพระนัก ทั้งนี้ในระหว่างดำเนินคดีและศาลยังไม่มีคำพิพากษาออกมาว่า ผิดหรือไม่นั้น ให้ถือว่า ผู้นั้นบริสุทธิ์ ยังมิใช่ผู้กระทำผิดตามกฎหมาย แต่พระภิกษุนั้น
แม้ว่า จะได้ชื่อว่า ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ยังมิใช่ผู้กระทำผิดตามกฎหมาย แต่ต้องให้สละสมณเพศ เพราะเจ้าพนักงานไม่สามารถจะส่งเข้าห้องขังทั้งที่เป็นพระอยู่
ฉะนั้น เมื่อพระสึกไปแล้ว ก็เท่ากับโดนทำโทษไปแล้ว 1 ชั้น คือ จะสิ้นสุดพรรษาไปทันที เมื่อกลับมาอุปสมบทใหม่ ก็ต้องเริ่มต้นนับพรรษา 1 ใหม่ เหมือนพระบวชใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ พระภิกษุยังไม่ได้รับความคุ้มครองสิทธิของความเป็นมนุษย์ เหมือนกับฆราวาสตามรัฐธรรมนูญ
จึงเห็นควรพิจารณาแก้ไข เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่พระภิกษุต่อไป ซึ่งหากพระภิกษุไม่ได้รับอนุญาตให้มีการประกันตัว ในระหว่างการสอบสวน
ก็ควรจัดสถานที่ที่เหมาะสม
แก่พระภิกษุก่อน ซึ่งต่อมาหากกระบวนการสอบสวนของเจ้าพนักงานผ่านไปถึงอัยการแล้ว ถ้าอัยการสั่งไม่ฟ้อง หรือศาลยกฟ้อง ก็ไม่ทำให้พระภิกษุนั้น ต้องเสียพรรษาไป