ปีที่ 3 ฉบับที่ 1028 ประจำวันจันทร์ที่ 8 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543

หน้า 1

เศรษฐีนีเมืองชล ถวายที่ "ธัมมชโย" 

เศรษฐีนีเจ้าของบริษัทเคเบิ้ลทีวีดังเมืองชล ศรัทธาวัดพระธรรมกาย ถวายที่ดินผืนงามติดถนนเมืองน่าน ร่วม 30 ไร่ ถวายพระธัมมชโยส่วนตัว เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับ พระพุทธศาสนาโดยรวม ระบุไปเห็นตัวอย่างเจ้าอาวาสวัดที่ราชบุรี ถูกกรรมการวัดกดขี่ เลยตัดสินใจถวายในนามส่วนตัว ระบุไม่เคยเข้าวัดมาก่อน แต่พอมาเห็นสภาพภายในวัด ต่างไปจากที่สื่อประโคมข่าว จึงตัดสินใจทำบุญ ติงสื่อมวลชนทำหน้าที่ให้ถูกต้อง อย่าจ้องกัด แต่พระสงฆ์ประกาศมอบทองคำ 20 บาท ให้สื่อน้ำดีไม่บิดเบือนข่าว

วันที่ 7 พ.ค.2543 ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดพระธรรมกายว่า ที่สภาธรรมกายสากลได้มีพุทธศาสนิกชน ผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเดินทางเข้ามาทำบุญ ปฏิบัติธรรม และนั่งสมาธิ เจริญภาวนาตามปกติ โดยมีพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือพระธัมมชโยนำสวดมนต์ บูชาพระรัตนตรัย สอนนั่งสมาธิเจริญภาวนา และสอนธรรมปฏิบัติแก่ญาติโยม ทั้งที่เดินทางกัน มา จากต่างจังหวัดกรุงเทพฯ ประมาณกว่า 5 พันคน โดยพระธัมมชโยได้กล่าวแสดงธรรมตอนหนึ่งว่า มวลมนุษย์ทั้งหลายย่อมมีความปรารถนาในสิ่งที่เหมือน ๆ กันคือ ปรารถนา จะค้นหาความพ้นทุกข์ และแสวงหาความสุขอยู่ตลอดเวลา แต่ยังหาความสุขนั้นไม่เจอ บางคนต้องค้นหามาตลอดชั่วอายุแล้ว ก็ยังไม่พบ ซึ่งที่จริงแล้ว สิ่งที่ค้นหา ได้ซ่อนอยู่ใน ตัวเรานี่เอง เหมือนกับเส้นผมบังภูเขา การนั่งสมาธิเจริญภาวนา ก็เพื่อกำหนดให้จิตนั้น หยุดนิ่ง สงบจนผ่องใส จนเป็นดวงแก้วใส นั่นคือดวงธรรม เมื่อใจหยุดนิ่งแล้ว ความสว่าง ก็จะเกิดขึ้นมา เมื่อดวงธรรมขยายกว้างออกไป ก็จะไปอยู่ครึ่งทาง ระหว่างโลกียะกับโลกุตระ ซึ่งจะแบ่งซีกกันระหว่างสิ่งที่เป็นแก่นสารกับสิ่งที่ไม่เป็นแก่นสาร เมื่อถึงตรงนี้ ผู้ปฏิบัติ ธรรมนั่งสมาธิเท่านั้น ที่จะรู้ว่า เราได้ค้นหาความสุขที่ซ่อนอยู่ในตัว

ต่อมาในช่วงบ่ายได้มี น.ส.ศิริวรรณ ศิริสุนทรินทร์ ผอ.บริษัท พี.ทีวีเคเบิ้ลทีวี จำกัด จาก จ.ชลบุรี เข้ามาถวายโฉนดที่ดินแก่พระธัมมชโย ซึ่งก่อนจะถวาย น.ส.ศิริวรรณ ได้ประกาศ ถวายผ่านเครื่องขยายเสียงของวัด ความว่า มีความประสงค์ขอถวายที่ดิน ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 14963 เลขที่ดิน 1 ตั้งอยู่ตำบลผาสิงห์ อ.เมือง จ.น่าน เป็นจำนวน 26 ไร่ 1 งาน 59 ตารางวา โดยมีจุดประสงค์ให้ในนามของพระธัมมชโย เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ส่วนตัว สุดแท้แต่พระธัมมชโยจะนำไปใช้เพื่อการใดก็ได้ โดยไม่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของวัด จากนั้น น.ส.ศิริวรรณได้นำโฉนดที่ดินผืนดังกล่าวขึ้นถวายให้กับพระธัมมชโย ต่อจากนั้น พระธัมมชโย ได้กล่าวรับการถวายที่ดิน และยืนยันว่า จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ แก่พระพุทธ ศาสนา โดยรวม และจะใช้ที่ดินผืนนี้ เพื่อให้เกิดต่อความสันติสุขของมวลมนุษยชาติโดยรวม

หลังจากนั้น น.ส.ศิริวรรณ ได้ตอบคำถามกับผู้สื่อข่าวถึงสาเหตุที่ดินให้กับพระธัมมชโยเป็นส่วนตัวว่า เนื่องจากตนได้ไปเห็นตัวอย่างมาจากวัดๆ หนึ่งในจ.ราชบุรี ที่มีผู้นำที่ดิน ไปถวายเป็นการส่วนตัวแก่เจ้าอาวาสวัด เนื่องจากเห็นว่า หากถวายในนามวัดแล้ว ทำให้กรรมการวัดข่มเหง ดูหมิ่นเจ้าอาวาส กรรมการวัดจะสั่งการให้สมภารทำอะไรก็ได้ ตามอำเภอใจ จะผิดหรือจะถูก ไม่รับรู้ จึงไม่รู้ว่า วัดนั้นเป็นสมบัติของใครกันแน่ เมื่อตนทราบว่า วัดพระธรรมกายมีบ้านกัลยาณมิตร ก็เลยต้องการถวายที่ดินให้กับพระธัมมชโย เพื่อจะได้นำไปใช้ประโยชน์ตามประสงค์ของท่านต่อไป

"เพิ่งจะเข้ามาในวัดนี้เป็นครั้งแรก และเพิ่งจะเห็นตัวจริงของท่านเป็นครั้งแรก ในวันนี้ ก่อนหน้านี้เคยเห็นแต่ในทีวี เมื่อเข้ามาเห็นกับตาแล้วรู้สึกว่า วัดนี้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งพระภิกษุสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกา ดูแล้วรู้สึกสะอาดตา มีความศรัทธาขึ้นมาเป็นอย่างมาก" น.ส.ศิริวรรณกล่าว

น.ส.ศิริวรรณ กล่าวต่อไปอีกว่า ตนเองไม่ค่อยจะได้มีโอกาสเข้าวัดบ่อยนัก แต่วัด ได้อยู่ในใจของตนมาตลอด ก่อนจะเข้ามาวัดนี้ เคยได้ยินทั้งเพื่อน ๆ และได้เห็นจากสื่อต่างๆ เกือบร้อยละเก้าสิบว่า วัดนี้เป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ยิ่งอยากจะเข้ามาให้เห็นกับตาว่า จะเป็นอย่างไร เมื่อได้เข้ามาเห็นแล้ว จึงได้รู้ว่า วัดนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่สื่อรุมโจมตีกันแต่อย่างใด 

ตนอยากจะกล่าวว่า จะหาวัดไหนที่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยได้เท่าวัดนี้ ตนได้เห็นผู้ปกครองนำบุตรหลานวัยรุ่นเข้าบวชเรียนในวัดนี้มากมาย ซึ่งแตกต่างกับวัยรุ่นทั่วๆ ไป ที่มักจะไปมั่วสุมกันแต่ในสถานบันเทิงต่างๆ และถ้าจะถามว่า มีความศรัทธาวัดนี้ไหม ก็ตอบได้เลยว่า ไม่ศรัทธามาก่อน ยิ่งมาได้เห็น และยิ่งได้รู้มาว่า วัดนี้ถูกรุมโจมตีจากสื่อต่าง ๆ ก็ยิ่งทำให้เกิดความศรัทธามากยิ่งขึ้น การที่ตนถวายที่ดินให้พระธัมมชโยวันนี้ ก็เป็นสิทธิส่วนตัวของตน ที่จะทำอะไรกับสมบัติของตนก็ได้

น.ส.ศิริวรรษ ยังได้กล่าวฝากถึงสื่อมวลชนอีกว่า ขอให้ทำหน้าที่เป็นสื่อมวลชนที่ดีที่ตรงและถูกต้อง อย่าไปจ้องกัดแม้กระทั่งพระสงฆ์องค์เจ้า ทำให้ศาสนาบ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวาย ไปหมด

"ทุกวันนี้ ดิฉันเองก็มีสื่ออยู่ในมือ ดิฉันจะขอประกาศว่า ดิฉันจะให้รางวัลแก่สื่อมวลชนที่มีคุณภาพ ดิฉันจะมอบรางวัลให้เป็นทองคำแท่ง หนัก 20 บาท สำหรับสื่อมวลชนที่ดี สำหรับปีนี้ และปีต่อ ๆ ไป จะเพิ่มให้จนถึง 100 บาท ขออย่างเดียวอย่าลงข่าวบิดเบือนทำลายพระสงฆ์ทำลายศาสนา


[หน้าหลัก][หน้า1][สหัสวรรษ][วิวาทะ]

1