ปีที่ 3 ฉบับที่ 1026 ประจำวันเสาร์ที่ 6 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543 |
ชี้ตร.ปล่อยข่าว กดดัน "ธัมมชโย"
หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิธรรมกาย น็อตหลุดจวกตำรวจกองปราบฯ ออกข่าวว่า จะออกหมายจับ สร้างกระแสกดดันพระธัมมชโย ที่เป็นถึงเจ้าคุณชั้นราช
ชี้หากจริงใจต้องระบุสาเหตุ
ที่ต้องออกหมายจับ ย้ำที่ผ่านมาพระธัมมชโยต้องขึ้นศาลทุกวันพุธอยู่แล้ว ยืนยันให้ความร่วมมือตร.แน่นอน ด้านประชาสัมพันธ์วัดพระธรรมกาย เผย
วัดจัดงานทำบุญ วันวิสาขบูชาเหมือนทุกปี
วันที่ 5 พ.ค.2543 บรรยากาศภายในวัดพระธรรมกาย ตลอดทั้งวันเงียบสงบกว่าทุก ๆ วันที่ผ่านมา ท่ามกลางพระภิกษุสามเณรและอุบาสกอุบาสิกาภายในวัด
เฝ้าติดตาม
ข่าวความเคลื่อนไหว ต่อกรณีที่มีข่าวออกมาว่า ตำรวจกองปราบฯ ได้รับอนุมัติออกหมายเรียก พระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือ พระธัมมชโย พร้อมด้วยศิษย์อีก 3 คน โดยมีข้อหา ร่วมกันยักยอกทรัพย์เงินวัดไปใช้ในธุรการส่วนตัว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีข่าวมาก่อนแล้วว่า จะมีการขออนุมัติออกหมายจับกุมพระธัมมชโย
นอกจากพระภิกษุสามเณร อุบาสกอุบาสิกา ภายในวัดพระธรรมกายแล้วเหล่าสานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนภายนอกทั่วไป ก็เฝ้าติดตามข่าวนี้ด้วยความสนใจ
อย่างเกาะติดความ
เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ทั้งฝ่ายสำนักงานประชาสัมพันธ์วัดพระธรรมกาย ก็ได้รับการติดต่อจากญาติโยมเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ถึงกรณีดังกล่าวตลอดทั้งวัน
จนถึงขณะรายงาน ข่าว ก็ยังไม่มีการนำหมายจับกุมหรือหมายเรียกมาถึงพระธัมมชโยแต่อย่างใด
นายวิระศักดิ์ ฮาดดา หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิธรรมกาย ได้กล่าวว่า การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาให้ข่าวว่า จะขออนุมัติออกหมายจับพระธัมมชโย กับผู้อื่นอีก 3 คน
ตามรายชื่อ
ที่เป็นข่าวออกมานั้น นับว่า เป็นการสร้างกระแสกดดัน รังแกประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้สร้างกระแสความกดดันให้เกิดกับพระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ถึงชั้นราช ที่มีหนทางใด ๆ ที่จะออกมาตอบโต้จากการถูกรังแกได้ นอกจากนี้ยังทำให้ศิษยานุศิษย์ของพระธัมมชโย ที่มีจำนวนหลายแสนคนต้องได้ รับความตื่นตระหนกต่อเหตุการณ์นี้
ซึ่งหากเจ้าหน้าที่
ตำรวจกองปราบฯ จะออกมาปฏิเสธว่า ไม่ได้สร้างกระแสกดดัน ก็น่าจะตอบมาก่อนว่า มีเหตุใด จึงขออนุมัติออกหมายจับกุมด้วย
ทั้งที่พระธัมมชโยกำลังอยู่ระหว่าง
การเป็นผู้ต้อง หา ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาดำเนินคดีกันในทางศาล เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปแล้วว่า พระธัมมชโยจะต้องไปศาลทุกวันพุธ ซึ่งท่านจะไปถึงก่อนเวลาทุกครั้ง
และหากไม่มีเหตุ จำเป็นจริง ๆ แล้ว ท่านไม่เคยจะขอผลัดเลื่อนนัดศาลแต่อย่างใด ส่วนการประกอบศาสนกิจในวัด ท่านก็ออกมาประกอบพิธีศาสนากิจตามปกติ มิได้ขาดหายไปไหน
การจะ ออกหมาย จับกุม น่าจะมีเหตุน่าเชื่อว่า ผู้ต้องหาจะหลบหนี และน่าจะเป็นข้อหาที่ฉกาจฉกรรจ์ สำหรับอาชญากรใจบาป โหดเหี้ยมเท่านั้น
ไม่น่าจะนำมาใช้กับพระภิกษุ
ที่ยังอยู่ในศีล 227 ข้อ
นายวิระศักดิ์ ยังกล่าวต่ออีกว่า ทางวัดพระธรรมกาย ยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงานสอบสวนในทุกกรณี หากมีหมายเรียกเข้ามา ก็จะรีบดำเนินการตามหมายเรียกทันที และยินดีจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งวัดพระธรรมกายก็ต้องเข้าพึ่งกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว เช่นทุกวันนี้
"อยากจะขอความชอบธรรมจากเจ้าพนักงานสอบสวน กองปราบปรามด้วย ขอได้โปรดปฏิบัติต่อพระสงฆ์ด้วยเหตุผลอันสมควรด้วย
ซึ่งสถานการณ์ทุกสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ
พระสงฆ์ กำลังอยู่ในความสนใจของประชาชนจำนวนมาก" นายวิระศักดิ์กล่าว
ทางด้าน น.ส.ชุลีพร ช่วงรังษี ประชาสัมพันธ์วัดพระธรรมกาย ได้กล่าวถึงการจัดงานวันวิสาขบูชา ทางวัดพระธรรมกายได้จัดให้มีพิธีทำบุญ และบำเพ็ญศีลภาวนา เช่นเดียวกับทุก ๆ ปีอยู่แล้ว แม้ว่าในปีนี้ จะเป็นปีที่สหประชาชาติ ได้กำหนดให้เป็นวันสำคัญสากล ทางวัดก็คงให้ความสำคัญเช่นเดียวกันกับทุก ๆ ปีที่ผ่านมา วันวิสาขบูชา นับได้ว่า
เป็นวันที่ สำคัญยิ่ง
วัดหนึ่งของพุทธศาสนา และวันสำคัญนี้ ยังได้ทำให้เกิดการกระตุ้นเตือนให้พุทธศาสนิกชนได้ระลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระบรมศาสดา
อันจะนำมา
ซึ่งได้มีโอกาสเข้าปฏิบัติธรรมตามพระธรรมคำสอน ที่จะนำไปสู่ความสันติสุขทั้งแก่ตนเอง และมวลมนุษย์โดยรวม
"วัดพระธรรมกายได้สอนให้พุทธศาสนิกชน ได้มีการปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องทุกวัน ตามโครงการบ้านกัลยาณมิตร ซึ่งการได้ปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องทุกวันนั้น
จะเกิดผลดีแก่
จิตใจได้ดีกว่าการปฏิบัติธรรม แบบชั่วครั้งชั่วคราว หรือปฏิบัติเฉพาะวันสำคัญเท่านั้น จะเห็นได้ว่า โครงการบ้านกัลยาณมิตร จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติธรรม
ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
มาปฏิบัติธรรมที่วัด และยังทำให้ญาติพี่น้องของผู้ปฏิบัติธรรม ได้มีส่วนร่วมกันปฏิบัติธรรมกันในบ้านญาติของตนเอง
อันเป็นการสร้างความอบอุ่นให้เกิด
แก่ครอบครัว
ของผู้ปฏิบัติธรรม ได้อย่างถาวรอีกด้วย" น.ส.ชุลีพร กล่าว