ปีที่ 3 ฉบับที่ 1025 ประจำวันศุกร์ที่ 5 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543

หน้า 1

พระเทพทรงเปิดงานวิสาขยิ่งใหญ่

กรมการศาสนาเลิกเล่นบทเด็กวัดดื้อตาใส หลังจากปัดสวะการใช้พื้นที่สนามหลวงจัดงามส่งเสริมพระพุทธศาสนาหลังศูนย์ส่งเสริมฯ อัญเชิญทูลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิดงาน "สุทธิวงศ์" รับลูก จัดงานยิ่งใหญ่ทันที 

นายสุทธิวงศ์ ตันตยาพิศาลสุทธิ์ รองอธิบดีกรมการศาสนากล่าวว่า ตามที่ทางคณะกรรมการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา โดยเลขาธิการศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา แห่งประเทศไทย คือ พระเทพดิลก หรือ พระมหาระแบบ วัดบวรนิเวศวิหาร ได้มีลิขิตขอให้นำความกราบบังคมทูล ขอพระราชทานอัญเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ฯ เสด็จพระราชดำเนิน ทรงเปิดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาในเทศกาลวันวิสาขบูชา ประจำปี 2543 เวลา 17.00 น. เพื่อเสด็จฯ ทรงเปิดงานสัปดาห์ ส่งเสริมพระพุทธศาสนาในเทศกาลวันวิสาขบูชานั้น ขณะนี้ ทางสำนักราชเลขาธิการ ได้แจ้งกลับมาว่า หลังจากที่นำความกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองพระบาทแล้วนั้น พระองค์รับเชิญเสด็จ เพื่อทรงเป็นประธานเปิดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา หลักจากนั้น จะได้พระราชทานรางวัลเชิดชูเกียรติแก่ผู้ที่ทำประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาด้วย

นายสุทธิวงศ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับรางวัลเชิดชูเกียรติที่คณะกรรมการ พิจารณาคัดเลือกแล้วมีอยู่ 9 ประเภทด้วยกัน คือ ประเภทส่งเสริมการศึกษาพระพุทธศาสนา มี 3 สาขา ประเภทการศึกษาสงเคราะห์มี 4 สาขา ประเภทส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศานา มี 2 สาขา ประเภทส่งเสริมการพัฒนาชุมชนและสงเคราะห์ประชาชน โดยใช้หลักธรรมทาง พระพุทธศาสนา มี 4 สาขา ประเภทส่งเสริมกิจการคณะสงฆ์ ประเภทส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมมรดกไทยทางพระพุทธศาสนา ประเภทสมาคมองค์กร มูลนิธิ และหน่วยงาน ที่มีกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา ประเภทสื่อมวลชนที่ส่งเสริมพระพุทธศาสนา และสุดท้าย คือประเภทผู้ประกอบอาชีพที่มีคุณธรรมและส่งเสริมพระพุทธศาสนา

นายสุทธิวงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้ง 9 ประเภทนี้ ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา มีพระภิกษุ 91 รูป อุบาสิกา 1 ท่าน ข้าราชการ คฤหบดีการ มูลนิธิอีก 13 แห่ง ซึ่งท่านผู้ได้รับการคัดเลือก และสถาบันต่าง ๆ เช่น โรงเรียน มูลนิธิ สมาคม ที่ได้รับการคัดเลือกในปีนี้ ทางราชการกรมการศาสนา จะได้มีหนังสือแจ้งให้ทราบ และจัดให้เข้า รับ พระราชทานรางวัลเชิดชูเกียรติ ในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เทศกาลวิสาขบูชา ประจำปี 2543 ในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้

รองอธิบดีกรมการศาสนาเผยด้วยว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2543 ที่ผ่านมา เลขาธิการมหาเถรสมาคม ที่ประชุมมส. ได้หยิบยกเรื่อง วันวิสาขบูชา ซึ่งถือเป็นวันสำคัญสากลของสหประชาชาติ มาพิจารณา และได้ตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่ง ประกอบด้วยสมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นประธานกรรมการ มีสมเด็จพระราชาคณะ รองสมเด็จพระราชคณะ พระราชาคณะ ที่เป็นคณะกรรมการ มส. รวม 9 รูป อธิบดีกรมการศาสนา รองอธิบดีกรมการศาสนา เป็นกรรมการ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ มส. หัวหน้าฝ่ายบริหารของมส. เพื่อจัดกิจกรรมในวันวิสาขบูชา 

ทั้งนี้ คณะกรรมการชุดดังกล่าวได้ประชุมและมีมติให้จัดกิจกรรมวันวิสาขบูชาเป็นพิเศษทุกปีตลอดไป ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วย 1. ให้วัดทุกวัดจัดทำความสะอาด บริเวณวัดก่อนถึงวันวิสาขบูชา 7 วัน และในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 6 ให้ประดับไฟ ธงชาติ ธงธรรมจักร รอบบริเวณวัด จนถึงวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 ตามกำลัง และความสามารถของ แต่ละวัด 2.ให้เชิญชวนประชาชนบำเพ็ญกุศลสมาทานศีล 5 เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา 5 ประการ คือ รักษาศีล 5 หรือ ศีล 8 งดเว้นอบายมุขทุกชนิด บำเพ็ญมัชชวิรัติ เว้นการดื่มเสพ ของมึนเมา บำเพ็ญจิตภาวนา บำเพ็ญเนกขัมมปฏิบัติโดยนุ่งขาวห่มขาว 3.ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 (วันวิสาขบูชา) ให้มีการทำบุญใส่บาตรสมาทาน ศีล ฟังพระธรรมเทศนา เกี่ยวกับ วันวิสาขบูชา เวียนเทียน 4.ให้กรมการศาสนาจัดประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชา ที่เป็นวันสำคัญสากลของสหประชาชาติ คือ วันสำคัญของโลก จัดพิมพ์เอกสารแผ่นพับ คู่มือประกอบพิธีวันวิสาขบูชา โดยเฉพาะในปีนี้ กรมการศาสนา ได้นำเรื่องกราบทูลสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลสังฆปริณายก ทรงกล่าวธรรมกถาพระโอวาท เนื่องในวันวิสาขบูชา สำหรับปีนี้เป็นพิเศษด้วย

นอกจากนี้ กรมการศาสนา ได้มีหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรี เพื่อกล่าวคำปราศรัย เนื่องในวันวิสาขบูชา อันเป็นวันสำคัญสากลของสหประชาชาติ โดยนายกรัฐมนตรี จะกล่าวคำปราศรัยทางสถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 6 ก่อนวันวิสาขบูชา 1 วัน เวลาประมาณ เวลาประมาณ 20.00 น. และให้ปฏิบัติเช่นนี้ทุกปี

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ ทางกรุงเทพมหานคร ได้สั่งระงับการให้ใช้พื้นที่บริเวณท้องสนามหลวง เป็นสถานที่จัดงานส่งเสริมสัปดาห์พระพุทธศาสนา โดยอ้างว่า ช่วงวันจัดงานดังกล่าว จะไปตรงกับงานพระราชพิธีจรดพระมงคลแรกนาขวัญ ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะพระมหาบุญถึง ต้องออกมาเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหา รวมทั้งทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอใช้พื้นที่ในการจัดงาน ขณะเดียวกัน ก็ได้เรียกร้องไปยังกรมการศาสนา ให้ช่วยเจรจากับทาง กทม. หากแต่ นายไพบูลย์ เสียงก้อง อธิบดีกรมการศาสนา ปฏิเสธเป็นธุระให้ โดยอ้างว่า การขอใช้พื้นที่สนามหลวง เป็นอำนาจของกทม.


[หน้าหลัก][หน้า1][สหัสวรรษ]

1