ปีที่ 3 ฉบับที่ 1023 ประจำวันอังคารที่ 2 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543 |
เจ้าคณะปทุมสงสัย แนวคิดกรมศาสนา
พระสุเมธาภรณ์ จวกกรมการศาสนา ไม่ยอมแจ้งวิธีปฏิบัติศาสนกิจในวันวิสาขบูชาให้พระทั่วประเทศทราบ เลยไม่รู้ว่า จะปฏิบัติอย่างไรต่อไป ตั้งข้อสงสัย ขนาดต่างชาติ
ยังรู้จัก วันวิสาขะ ประกาศให้เป็นวันสำคัญของโลก แต่กรมการศาสนากลับไม่ให้ความสำคัญ พร้อมยกคำพูดของ พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์
ที่ต้องการให้พุทธศาสนา
เป็นศาสนาประจำชาติ
ขึ้นมาเตือนสติรัฐบาล ให้บรรจุเข้ารัฐธรรมนูญ ส่วนโรคท้องร่วงวันฉลองธรรมกายเจดีย์ แพทย์ตรวจสอบแล้ว เป็นแค่อาหารมีเชื้อแบคทีเรีย ไม่มีการวางยากลั่นแกล้วกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่วัดมูลจินดาราม จ.ปทุมธานี พระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัด ได้กล่าวถึงการจัดงานวิสาขบูชาประจำปี
ซึ่งทางวัดได้เคยจัดให้ พุทธศาสนิกชน เข้ามาร่วมกิจกรรม และทำบุญตามประเพณีที่ทางวัดได้เคยจัดมาทุกปีว่า ในปีนี้ ทางวัดต่าง ๆ ในเขตปกครอง ยังคำรอหนังสือแจ้งจากเจ้าคณะจังหวัดว่า จะมีคำสั่งให้ปฏิบัติกันอย่างไร
สำหรับสาเหตุที่อาตมา ยังไม่ได้แจ้งไปยังวัดต่าง ๆ เนื่องจากยังไม่ได้รับหนังสือจากกรมการศาสนา ว่า จะให้ดำเนินการอย่างไรเช่นกัน จากการที่อาตมาทราบข่าวที่ออกมาว่า องค์การสหประชาชาติ ได้มีมติในที่ประชุม เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2542 กำหนดให้วันวิสาขบูชา "เป็นวันสำคัญสากล" เนื่องจากในพุทธศาสนา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระบรมศาสดา ได้ทรงประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานในวันนี้ และมหาเถรสมาคม ก็ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม พร้อมลงมติรับรองว่า ให้วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญโลกเช่นเดียวกัน
ขนาดชาวต่างชาติยังทราบว่า วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญโลก จึงไม่เข้าใจว่า ทำไมกรมการศาสนาจึงไม่ให้ความสนใจที่จะแจ้งให้พระสังฆาธิการ ทั่วสังฆมณฑล
ได้รับทราบ อย่างเป็นทางการ เพื่อจะได้มีเวลาจัดเตรียมการดำเนินงาน จัดให้มีกิจกรรมทางศาสนา ได้อย่างทันการณ์เหมาะสมกับที่ได้รับเกียรติระดับโลก
ในระยะที่ผ่านมา เห็นมีเพียงแต่สื่อมวลชนเท่านั้น ที่รายงานข่าวนี้ การที่อาตมาจะสั่งการไปยังวัดต่างๆ ให้ติดตามข่าวจากสื่อมวลชน คงไม่ถูกต้อง
อาตมาเองก็มีกิจกรรม ทาง
ศาสนา ที่ต้องรอการจัดให้พร้อมกับวันสำคัญด้วยคือ พิธียกฉัตรขึ้นเหนือพระเศียรพระพุทธรูปปางยืนประทานพร ที่อาตมาและพุทธศาสนิกชนต่างได้ร่วมสร้างกันมา
เพื่อเป็น
พุทธบูชาประจำวัดมูลจินดาราม และยังรออยู่ว่า จะมีการทำพิธียกฉัตรในวันใดเท่านั้น
สำหรับการดำเนินนิคหกรรมต่อพระธัมมชโย และพระทัตตชีโวนั้น พระสุเมธาภรณ์กล่าวว่า จากการประชุมระดับเจ้าคณะจังหวัดในเขตภาค 1
ที่วัดสามพระยาครั้งสุดท้าย
ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าว จนกระทั่งได้ทราบว่า พระเทพสุธี ได้ลาออกจากเจ้าคณะภาค 1 แล้ว
ส่วนการจะแต่งตั้งพระรูปใดเข้ามารับตำแหน่งแทนนั้น อาตมายังไม่ทราบอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาตมาก็มีหนังสือที่ต้องนำกราบเรียนเจ้าคณะภาค 1 อยู่ 2-3 เรื่อง ก็ยังไม่รู้ว่า จะส่งไปถึงที่ใด
พระสุเมธาภรณ์กล่าวต่อไปว่า เรื่องที่มีข่าวออกไปว่า จะมีการดำเนินนิคหกรรมในสัปดาห์นี้นั้น อาตมาว่า เขาเขียนชี้นำกันไปเอง
อาตมายังต้องรับผิดชอบการพิจารณาชั้นต้น
อยู่เหมือนเดิม เรื่องทั้งหมดได้ส่งไปอยู่ที่เจ้าคณะภาค 1 แล้ว และยังไม่เคยได้รับการติดต่อเข้ามาเลย แล้วจะให้ตอบได้อย่างไรว่า จะเริ่มพิจารณาเมื่อใด
อาตมาก็อยากจะให้เรื่องนี้
พ้นไปจากตัวเสียที จะได้จบสิ้นหน้าที่
"อาตมายังนึกชอบใจในคำพูดของ ท่านปิ่น มุทุกันต์ ที่ได้กล่าวว่า ประชาชนชาวไทยจะนับถือศาสนาใดก็ได้ แต่ศาสนาพุทธ ต้องเป็นศาสนาประจำชาติ
เหตุที่ทำให้อาตมาคิดถึง
คำพูด ดังกล่าว ก็เพราะอาตมาไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมรัฐบาลถึงไม่ยอมประกาศให้ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญปัจจุบัน"
ทางด้านวัดพระธรรมกาย นายแพทย์วาทิต วัฒนะศัพท์ ประธานชมรมรัตนเวช กล่าวว่า จากการติดตามสืบหาสาเหตุที่พุทธศาสนิกชนมาวัดพระธรรมกายแล้วท้องเสีย
เป็น จำนวน มากนั้น ได้ความว่า มีสาเหตุมาจากรับประทานข้าวหมูแดง ซึ่งเป็นร้านที่ผู้นำบุญมาออกร้าน เป็นลักษณะของเชื้อแบคทีเรียธรรมดา
ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง
ด้วยการใส่ยาพิษ
ของผู้ไม่หวังดีแต่อย่างใด ผู้ป่วยได้เสียน้ำออกจากร่างกายเป็นจำนวนมาก บางรายก็อาเจียนออกมามาก ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย หลังจากขับของเสียออกมาหมด
ร่างกายผู้ป่วย
ก็กลับสู่ภาวะปกติ
ส่วนผู้ป่วยบางคนที่ออกไปรักษาภายนอกนั้น ทางวัดได้ติดตามออกไปดูแลช่วยเหลือทุกราย
"ผมเองได้ออกไปดูสามเณรที่นอนป่วยอยู่ใน รพ.ธรรมศาสตร์รังสิต ก็พบผู้ป่วยอีก 2-3 ราย ที่เข้ามารับการรักษา ผมได้ติดต่อกับญาติ เพื่อขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
และใน วันเดียวกัน ก็ได้พบกับผู้สื่อข่าวคนหนึ่ง ผู้สื่อข่าวคนนั้น ได้ต่อว่า อย่างรุนแรง กล่าวหาว่า ละทิ้งไม่รับผิดชอบคนป่วย ซึ่งไม่ตรงกับความจริง
ซึ่งเรื่องนี้ทางวัดจะหาทางป้องกัน
ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไป โดยจะเข้มงวดต่อร้านอาหารของผู้นำบุญให้ดูแลรักษาความสะอาดมากขึ้นกว่าเดิม" หมอวาทิตกล่าว