ปีที่ 3 ฉบับที่ 1018 ประจำวันศุกร์ที่ 28 เดือนเมษายน พ.ศ. 2543 |
"วิชัย" ย่องวัดชนะบีบเถระนิคหกรรม
"วิชัย" เต้นรุดนมัสการสมเด็จพระมหาธีราจารย์ หลังจากที่พระเทพสุธี ขอลาออกจากรักษาการเจ้าคณะภาค1 ย่องหารือถึงวัดชนะสงคราม หวังบีบเจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี รับเผือกร้อน พิจารณานิคหกรรมพระธัมมชโย-พระทัตตชีโว ขู่ถ้าไม่ยอมเป็นผู้พิจารณาเจอดีแน่ ลั่นเพราะเป็นคำสั่งผู้บังคับบัญชา
เมื่อเวลา 09.30 น. วานนี้ (27เม.ย.) นายวิชัย ตันศิริ รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายไพบูลย์ เสียงก้อง อธิบดีกรมการศาสนา เดินทางเข้านมัสการสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม โดยใช้เวลาในการหารือประมาณ 1 ชม.
นายวิชัย เปิดเผยว่า ได้หารือกับสมเด็จพระมหาธีราจารย์ถึงการแต่งตั้งรักษาการเจ้าคณะภาค 1 รูปใหม่ที่จะมาดำรงตำแหน่งพระเทพสุธี รองเจ้าคณะภาค 1
เจ้าอาวาส วัดสามพระยา ที่ทำหน้าที่รักษาการแทนเจ้าคณะภาค 1 ซึ่งได้ลาออกจากตำแหน่งรักษาการเจ้าคณะภาค 1 ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้คณะผู้พิจารณาชั้นต้น
ไม่ครบ องค์คณะ ที่กำหนดไว้ว่า จะต้องมี 3 รูป จึงไม่สามารถที่จะดำเนินนิคหกรรมกับพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือ พระทัตตชีโว แห่งวัดพระธรรมกายได้
รมช.ศึกษาธิการกล่าวด้วยว่า เมื่อมีการแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดรูปใดรูปหนึ่งขึ้นมาเป็นรักษาการเจ้าคณะภาค 1 ก็สามารถเริ่มดำเนินการตามกฎนิคหกรรมได้ทันที
ซึ่งในการ
แต่งตั้งผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าคณะภาค 1 นั้น เจ้าคณะใหญ่หนกลาง จะเป็นผู้พิจารณาจากเจ้าคณะจังหวัดที่อยู่ในเขตภาค 1 โดยดูจากความอาวุโส
และคุณวุฒิ ที่เหมาะสม ทั้งนี้ หากเจ้าคณะจังหวัดนั้น ๆ ปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งดังกล่าวอีก คงไม่ได้ เพราะถือเป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่จะต้องปฏิบัติตาม
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ที่ผ่านมา กรมการศาสนาได้พยายามส่งเจ้าหน้าที่ไปเจรจากับพระธรรมกิตติมุนี เจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี และเจ้าอาวาสวัดเฉลิมพระเกียรติ
เพื่อขอให้รับ
ตำแหน่งรักษาการเจ้าคณะภาค 1 แทนพระพรหมโมลี แต่ได้รับการปฏิเสธมาถึง 2 ครั้ง โดยทำหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลว่า นิคหกรรมได้สิ้นสุดลงแล้ว ที่สุด นายวิชัยไม่มีทางออก จึงได้เข้านมัสการปรึกษาหารือกับสมเด็จพระมหาธีราจารย์
ด้านพระมหาเดวิทย์ ยสสีภิกขุ ประธานองค์การยุวสงฆ์แห่งประเทศไทย กล่าวงานฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ ของวัดพระธรรมกายที่ผ่านมา ทำให้เราเห็นว่า
ยังมีพุทธศาสนิกชน
ที่มีความเชื่อมั่นศรัทธาต่อวัดแห่งนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาตมาก็ได้ส่งพระสงฆ์ และฆราวาสเข้าไปร่วมงาน โอกาสนี้ ขอกล่าวชมเชยวัดพระธรรมกายว่า เป็น "เอหิปัสสิโก"
คือ การได้เห็นด้วยตาตนเอง จึงรู้ว่า วัดพระธรรมกายประสบกับความสำเร็จในการก่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ ซึ่งเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ และมีความสำคัญยิ่งต่อพระพุทธศาสนา
สำหรับกรณีที่มีความพยายามจะตั้งคณะผู้พิจารณาชั้นต้น เพื่อรื้อฟื้นนิคหกรรมนั้น พระมหาเดวิทย์ เห็นว่า แม้จะมีการแต่งตั้งคณะผู้พิจารณาชั้นต้นชุดใหม่ ก็เชื่อว่า
ผลการ พิจารณา
จะออกมาเช่นเดิม ซึ่งอาตมาหวังใจว่า คณะผู้พิจารณาจะยึดพระธรรมวินัยเป็นเกณฑ์ในการพิจารณานิคหกรรมกับพระธัมมชโย และพระทัตตชีโว