ปีที่ 3 ฉบับที่ 1006 ประจำวันพุธที่ 19 เดือนเมษายน พ.ศ. 2543 |
ฉลองมหาเจดีย์ วอนสื่อแยกชัด
หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิวัดพระธรรมกายวอนสื่อเสนอข่าวงานฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ ด้วยใจเป็นธรรม ระบุต้องแยกให้ชัดระหว่างงานของชาวพุทธโดยรวม
กับคดีเรื่องของ พระธัมมชโย ที่ต้องพิสูจน์ในศาล ขณะที่ชมรมรัตนเวชแจงข่าวงดรับบริจาคโลหิต ระบุถูกกลั่นแกล้ง ทำให้ไม่ได้รับความเป็นธรรม
นายวิระศักดิ์ ฮาดดา หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิธรรมกาย ได้เปิดเผยว่า ในงานฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ ครั้งที่ 1 ที่จะมาถึงในวันที่ 22 เม.ย.2543 นี้ซึ่งจะตรงกับวันคุ้มครองโลก ตามประกาศของสหประชาชาติ ทางวัดพระธรรมกายได้เตรียมการต้อนรับสื่อมวลชนทุกแขนง ที่จะเข้ามาทำข่าว ณ บริเวณสภาธรรมกายสากล
และบริเวณหน้าลาน
มหาธรรมกายเจดีย์ โดยทางวัดพระธรรมกายได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่ไว้คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับสื่อมวลชน เหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา
สำหรับงานฉลอง
มหาธรรมกายเจดีย์ ครั้งที่ 1 นี้ ซึ่งจะตรงกับวันคุ้มครองโลกด้วย ดังนั้น ในงานฉลองก็จะมีบุคคลสำคัญจากต่างชาติ ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์
พร้อมกับจะมีการแพร่ภาพ
และเสียง
เผยแพร่ออกไปทั่วโลกอีกด้วย
ในส่วนของมหาธรรมกายเจดีย์จะมีพื้นที่ประมาณ 2 พันกว่าไร่ บริเวณลานที่จัดเตรียมไว้เพื่อรองรับพุทธศาสนิกชน
ที่เข้ามาร่วมงานในพิธี สามารถให้การรองรับได้ถึง 2 แสนคน และหากพื้นที่ก่อสร้างโดยรอบสำเร็จลงด้วยแล้ว จะสามารถจุคนได้นับล้านคน ซึ่งนับว่า มหาธรรมกายเจดีย์เป็นถาวรวัตถุทางพระพุทธศาสนาที่ล้ำค่า และนับได้ว่า
เป็นสมบัติ ของชาติ โดยส่วนรวมที่สำคัญยิ่งในยุคนี้ จากรูปแบบรูปทรงของมหาธรรมกายเจดีย์ รวมถึงวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างทุกชิ้น จะมีความคงทนถาวร
จะคงอยู่กับพระพุทธศาสนา
ไปได้อย่างสง่างามนานนับพันปี แม้จะมีพายุโหมมาปะทะรุนแรงเพียงใดก็ตาม ด้วยรูปทรงการออกแบบของมหาธรรมกายเจดีย์ ก็จะไม่มีการหวั่นไหว
หากจะนับองค์พระธรรมกาย
ประจำตัว ที่ได้ประดิษฐานไว้โดยรอบฐานชั้นบนของมหาธรรมกายเจดีย์แล้ว จะมีจำนวนถึง 3 แสนองค์ ซึ่งแต่จะองค์ก็มีเจ้าของอันเป็นพุทธศาสนิกชน ผู้ปฏิบัติธรรม
และผู้สร้าง
และสลักชื่อไว้ด้วยทุกองค์ เพราะฉะนั้น จะมีพุทธศาสนิกชนจำนนมากกว่า 3 แสนคน ที่เป็นผู้สร้าง และเป็นเจ้าของมหาธรรมกายเจดีย์
ด้วยแรงพลังแห่งศรัทธาที่สาธุชน
นับแสน คน ได้ร่วมกันแสดงพลังจิตอธิษฐานมุ่งมั่น อย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทำให้มหาธรรมกายเจดีย์ ได้ดำเนินการก่อสร้างมาจนแล้วเสร็จ
ด้วยเหตุนี้
จะทำให้ผู้คนหลั่งไหลเดินทางกันเข้ามาร่วมฉลอง จากทั่วทุกสารทิศของประเทศไทย จึงอยากจะขอวิงวอนไปถึงสื่อมวลชนทุกแขนงที่เดินทางเข้ามาทำข่าวด้วยว่า วัดพระธรรมกายเป็นสถานที่เปิดเผยมาโดยตลอด การเสนอข่าวสารออกไปสู่ประชาชน ขอให้โปรดนำเสนอไปตามข้อแท้จริง เหตุการณ์ของงานฉลองจะเป็นไปอย่างไร
ก็ขอให้ เสนอไปตามนั้น เพราะงานนี้ ทางวัดมิได้เป็นเจ้าของงานแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ยังมีสาธุชนอีกหลายแสนคนที่ร่วมกันเป็นเจ้าภาพของงานนี้ด้วย สาธุชนบางท่าน
อาจจะมีความ จำเป็น
ไม่สามารถจะเดินทางมาร่วมงานได้ แต่เขาก็เฝ้าติดตามดูงานฉลองนี้ที่ได้ถูกนำเสนอออกไปในทางสื่อต่างๆ เพราะสาธุชนเหล่านั้น เขาก็มีส่วนเป็นเจ้าภาพ
เป็นเจ้าของงาน
ฉลองมหาธรรมกายเจดีย์นี้ด้วย
นายวิระศักดิ์ ยังได้กล่าวอีกว่า เรื่องที่มีการกล่าวหาวัดพระธรรมกายหรือกับหลวงพ่อธัมมชโย ก็กำลังอยู่ในขั้นตอนของการพิสูจน์กันในทางศาล
ส่วนผลจะออกมา ในทางใด ก็คง
ต้องรอกันไปอีกระยะหนึ่ง ส่วนงานฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ครั้งนี้ เป็นงานของพระพุทธศาสนาโดยส่วนรวม เป็นภาพพจน์และผลประโยชน์อันยาวนานของประเทศชาติ
ประชาชน
ชาวพุทธจากทั่วประเทศ และทั่วโลก ได้มาร่วมพิธีกันในวันนั้น จึงอยากขอวิงวอนถึงสื่อมวลชน ขอได้โปรดเสนอข่าวไปตามความเป็นจริงด้วย
ส่วนกรณีที่หน่วยแพทย์ของชมรมรัตนเวช วัดพระธรรมกาย ได้งดการจัดให้มีผู้บริจาคโลหิตให้กับหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ของสภากาชาดไทยมาเป็นเวลานานแล้วนั้น ได้ปรากฏว่า ยังมีผู้เข้าใจในเรื่องนี้ ยังไม่ถูกต้องอีกเป็นจำนวนมาก
นายแพทย์วาทิต วัฒนะศัพย์ ประธานชมรมรัตนเวช กล่าวชี้แจงว่า อยากจะเรียนข้อเท็จจริงมาให้ทราบว่า สาเหตุที่ทำให้หน่วยแพทย์ของวัดพระธรรมกาย
ต้องงดการจัดให้มีการ
บริจาคโลหิตนั้น ก็เนื่องมาจากได้มีกลุ่มบุคคลผู้ไม่หวังดีได้เข้าแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า วัดพระธรรมกายได้จัดให้มีการเรี่ยไรขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต
และได้กล่าวหารวมไปถึง
การบริจาคโลหิตภายในวัดให้กับหน่วยรับบริจาคโลหิตของสภากาชาดไทย รวมเข้าไปด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการสอบหาข้อเท็จจริงจากทางวัดว่า
เข้าข่าย ความผิดหรือไม่ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้ทางวัดเกรงว่า จะได้รับความไม่เป็นธรรม จึงต้องของดการบริจาคโลหิตเป็นการชั่วคราวไว้ก่อน ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ต่าง ๆ
ได้คลี่คลาย
ลงไปในทางที่ดีแล้ว ทางวัดก็คงจะจัดให้มีการบริจาคโลหิตให้กับสภากาชาดไทยอีกต่อไป เรื่องนี้ทางคณะแพทย์ของชมรมรัตนเวช ต่างมีความเข้าใจในปัญหานี้เป็นอย่างดี และมีความคำนึงอยู่เสมอว่า โลหิตที่ได้รับจากวัดไป เดือนละไม่น้อยกว่า 300 ยูนิตนั้น คือชีวิตของ 300 ชีวิตที่รอคอยด้วยความหวัง
"ขอฝากถึงผู้ไม่หวังดีด้วยว่า การกระทำใด ๆ ที่ขาดความยั้งคิด อาจจะส่งผลกระทบไปถึงชีวิตผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย จึงควรแยกแยะเสียก่อนว่า สิ่งใดควร สิ่งใดไม่บังควร" นายแพทย์วาทิต กล่าว