ปีที่ 3 ฉบับที่ 996 ประจำวันอาทิตย์ที่ 9 เดือนเมษายน พ.ศ. 2543

วิวาทะ

เรามาเรียกผู้หญิงผู้สอบปธ.9 ได้ว่า มหาอุบาสิกากันเถอะ

มีข่าวตื่นเต้นเกิดขึ้นในวงการพระพุทธศาสนาด้านการศึกษาเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่วงการพระพุทธศาสนารอคอยมานาน เนื่องจากว่า เมื่อวันที่ 7 เมษาดังกล่าวนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ม.ร.ว.เทพ เทวกุล องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานการมอบพัดบาลีศึกษา แก่ผู้สอบได้บาลีศึกษา ปธ.9

งานนี้จัดขึ้นโดยสถาบันแม่ชีไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่อาคารเรียนของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศวิหาร

ในวันเดียวกันนี้ เป็นการประชุมใหญ่ของแม่ชีไทยทั่วประเทศ คัดเลือกมาแต่เฉพาะแม่ชีที่เป็นหัวหน้า และมีบทบาทเกี่ยวกับกิจการแม่ชีไทย จำนวน 340 ท่าน

พระเอกของงาน เอ๊ย .. นางเอกของงานเป็นผู้หญิงหน้าตางามคนหนึ่ง ชื่อ นางสาวชนิดา จันทราศรีไศล อายุประมาณ 30 ขาดเกินคงไม่เท่าไร

นางสาวชนิดา จันทราศรีไศล เธอเป็นหญิงไทยคนแรกที่สามารถสอบผ่านบาลีศึกษา ระดับสูงสุดคือ ปธ.9

ก่อนหน้านี้ บาลีศึกษาระดับ ปธ.9 นั้น มีผู้สอบได้ผ่านมาแล้วจำนวน 10 ท่าน

ในจำนวน 10 ท่านนี้ เป็นแม่ชีทั้งนั้น

ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ผู้สอบได้ เป็นฆราวาสผู้หญิงซึ่งเธอทุ่มเทเวลาลงไปกับการศึกษาภาษาบาลีนี้ถึง 10 ปี คือ เริ่มศึกษาภาษาบาลีครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2532

จะไม่แปลกใจนักที่พระภิกษุสามเณรท่านสอบได้ ปธ.9 เพราะถ้าจะว่าไปแล้ว ก็เป็นธุระหน้าที่ของท่านโดยตรงอยู่แล้ว

เนื่องจากธุระในพระพุทธศาสนานี้ มี 2 อย่างคือ คันถธุระอย่างหนึ่ง และวิปัสสนาธุระหนึ่ง

จึงถือว่า หากพระภิกษุสามเณรท่านสอบได้ ปธ.9 พุทธศาสนิกชนคงร่วมอนุโมทนาและแสดงมุทิตาจิตกับท่านว่า ท่านเก่ง

หรือแม้แต่แม่ชีเองก็เถอะ โดยภาวะแล้ว ก็ไม่ผิดไปจากภิกษุสามเณรเท่าไร เพราะแม่ชีท่านก็ถือเพศเป็นนักบวชหญิง คือปลงผมห่มนุ่งผ้าขาว

มีปัญหาขัดข้องทางเทคนิคเพียงนิดหน่อยเท่านั้นเอง คือ ไม่มีพระวินัยข้อใดในพระไตรปิฎกว่า การที่ผู้หญิงปลงผมห่มผ้าขาว และถืออุโบสถคือนักบวชหญิง คงถือว่า กิริยาอย่างนั้น มีอาจาระอย่างนั้น เป็นเพียงอุบาสิกาเท่านั้น

นี่คือความชอกช้ำของแม่ชีไทยที่สั่งสมกันมายาวนานหลายทศวรรษ ถึงขนาดแม่ชีไทยตั้งเป็นสถาบันแม่ชีไทยขึ้นมารองรับบทบาทของตนเอง เพื่อให้ได้สถานภาพพิเศษในสังคมไทย

สิ่งที่น่าจะเป็นไปได้ และควรจะเป็นคือการออกพระราชบัญญัติขึ้นมารองรับ โดยสมาคมสตรีทางกฎหมายช่วยยกร่างขึ้นมา เสร็จแล้วมอบให้พรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใด หรือกรมการศาสนาโดยกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นซีกรัฐบาลเสนอเป็นพระราชบัญญัติเข้าสู่สภาโดยตรง

ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของพระพุทธศาสนาอันเป็นส่วนรวม และเพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูแม่ชีไทย สถาบันแม่ชีไทย ซึ่งมีบทบาทสูงยิ่งต่อสังคมไทยในปัจจุบัน

แม่ชีไทยทุกวันนี้ ทำงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างได้ผล และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิบัติงานของพระสงฆ์ แบบปิดทองหลังพระ

ถึงเวลาแล้วที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงคือ กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ควรหัสมามองด้วยความตั้งอกตั้งใจ และมีสติ ดีกว่าจะพยายามไปจับผิดพระ ออกกฎหมายฉบับบังคับพระ หรือแม้แต่พยายามที่จะหาประโยชน์ใส่ตน จากดินแดนดงขมิ้น อย่างที่ตัวเองถนัดเช่นในปัจจุบันนี้ 

เมื่อมองไปที่พระวินัยในพระไตรปิฎก ไม่ได้บ่งบอกไว้ ก็ควรที่ผู้มีอำนาจมีบทบาทจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือนักบวชหญิงเหล่านี้ หรือภาพรวมก็คือแม่ชีไทย ให้ได้สถานภาพทัดเทียม หรือใกล้เคียงกับภิกษุสามเณร อย่างน้อยมีบัตรรับรองเป็นสุทธิบัตรหรือใบสุทธิ เพื่อแสดงว่า ท่านผู้เป็นเจ้าของใบสุทธิ หนังสือสุทธิ หรือสุทธิบัตรนั้น เป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ใช่ผู้ปลอม เข้ามา เพื่อหาผลประโยชน์จากพระศาสนาเพียงสถานเดียว

หากใครทำได้ ใครช่วยได้ในประเด็นนี้ รับรองว่า ท่านผู้นั้น จะได้รับกุศลผลบุญมหาศาล อานิสงส์อันยิ่งใหญ่ตกแก่สังคมส่วนรวมคือ ประเทศชาติและประชาชน

ดีกว่าปล่อยให้แม่ชีไทยมีชีวิตอยู่ไปวันๆ และแถมด้วยการถูกกดดันทางอ้อม คือได้รับการดูถูกเหยียดหยาม เนื่องจากมีผู้ไม่หวังดี ฉวยโอกาสนี้ แต่งตัวเป็นแม่ชี และเที่ยวขอทาน ตามตลาด ตรอก ซอย อย่างที่เห็นกันอยู่จนเกลื่อนเมือง

ด้วยความห่างไกลสถาบันแม่ชีไทย ทำให้ผมโง่เขลา ทราบเอาตอนนี้ว่า แม่ชีไทยท่านมีใบสุทธิแล้ว ขออนุโมทนาด้วย

ด้วยความสำคัญดังกล่าวนี้ และด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกล และทรงเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาเป็นที่ตั้ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี จึงทรงให้ความอุปถัมภ์ค้ำชู สถาบันแม่ชีไทยมาตลอด

ผมพูดถึงเขียนถึงความเป็นไปของแม่ชีไทยค่อนข้างจะยืดยาวในวันนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการมอบพัดเกียรติยศบาลีศึกษา ระดับปธ.9 แก่ นางสาวชนิดา จันทราศรีไศล ซึ่งถือว่า เธอผู้นี้เป็นหญิงที่เก่งมาก ๆ คนหนึ่งในวันนี้ และเธอก็อยู่ในแวดวงของแม่ชีไทยที่ผมกล่าวถึงนี้เอง

ผมเงี่ยหูสดับข่าวสารนี้ด้วยความปิติลึก ๆ ว่า เธอได้รับแรงบันดาลใจให้หันหน้ามาเรียนบาลี เพราะว่า วันหนึ่งข้างหน้านั้น การรักษาพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่ชาติไทย ไม่ใช่เป็นเพียงหน้าที่ของพระสงฆ์เท่านั้น แม่ชีหรือผู้หญิงต้องมีส่วนอย่างสำคัญด้วย

เธออยู่ที่ไหนกันเนี่ย

สืบไปสืบมารู้ว่า เธออยู่ในสำนักเรียนวัดพระธรรมกาย วัดที่สังคมมารมองว่า เป็นวัดที่กีดหูขวางตาเหลือเกินนี่แหละ วัดพระธรรมกายวันนี้ จึงมีทั้งพระเณรและอุบาสิกา ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แถมด้วยการเรียนดี การเรียนชอบอีกต่างหาก

สาธุ... เป็นพระสอบปธ.3 ได้ไปจนถึง ปธ.9 เขาเรียกมหา สึกออกไปอย่างนายเสถียรพงษ์ ก็ยังเรียกมหา

แต่เธอเป็นหญิง สอบได้ปธ.สูงๆ เช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นแม่ชีหรือฆราวาส อย่างชนิดา น่าจะเรียกพวกเธอกลุ่มนี้ว่า "มหาอุบาสิกา"

ปู่โอม


[หน้าหลัก][หน้า1][สหัสวรรษ][วิวาทะ]

1