ปีที่ 3 ฉบับที่ 994 ประจำวันศุกร์ที่ 7 เดือนเมษายน พ.ศ. 2543 |
"ธรรมกาย" สุดเจ๋ง อุบาสิกาฉลุยปธ.9
ล้างคำปรามาสมหามาร วัดพระธรรมกายสร้างชื่อกระฉ่อน อุบาสิกาจากวัดพระธรรมกายฝ่ากำแพงสอบบาลี 9 ประโยค ผ่านฉลุย เตรียมรับพัดบาลีจากผู้แทนพระองค์ ที่วัดบวรนิเวศฯ 8 เม.ย. ขณะที่เยาวชนเตรียมบวชพระ-เณร 278 รูป อาทิตย์นี้
วันที่ 6 เม.ย.2543 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ได้มีพิธีบรรพชาสามเณรแก้ว หรือบวชยุวธรรมทายาท ภาคฤดูร้อน ที่พระอุโบสถวัดพระธรรมกาย
ตามโครงการของชมรมพุทธศาสตร์
สากล
ในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ โดยมีเยาวชนนักเรียนและนักศึกษามาเข้าพิธีบรรพชา จำนวน 278 รูป โดยมีพระเทพกิตติมุนี (ทอง สุวัณณภาโส)
เป็น พระอุปัชฌาย์ พร้อมกันนี้ ได้มีญาติโยมของสามเณรที่เข้าบวช ได้มาเข้าร่วมในพิธีด้วยประมาณ 1,500 คน
ทำให้บรรยากาศโดยทั่วไป
น่าปราบปลื้มปิติ
และนำศรัทธาในศาสน พิธี
ของวันนี้เป็นอย่างยิ่ง
ทางด้านสำนักงานประชาสัมพันธ์ วัดพระธรรมกาย ได้เปิดเผยว่า ในวันอาทิตย์ที่ 29 เม.ย.นี้
ทางวัดจะได้จัดให้มีพิธีตักบาตรสามเณรยุวธรรมทายาทขึ้น
ที่บริวเณหน้าโบสถ์
วัดพระธรรมกาย ระหว่างเวลา 06.00-07.30 น. ทั้งนี้เพื่อให้ญาติโยมและสาธุชนทั่วไป ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมในพิธีทำบุญตักบาตร ให้แก่สามเณรใหม่ โดยพร้อมเพรียงกัน
ซึ่งจะเป็น
กุศลผลบุญอันยิ่งใหญ่แก่ผู้เข้าร่วมงานตักบาตรอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้
นอกจากนี้ น.ส.ชุลีพร ช่วงรังษี เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์วัดพระธรรมกาย ยังได้เปิดเผยอีกว่า ในวันเสาร์ที่ 8 เม.ย.นี้ เวลา 13.30 น. จะมีพระราชพิธีพระราชทานพัดบาลีศึกษา ให้แก่ผู้สอบผ่านบาลีศึกษา 9 ประโยค ขึ้นที่วัดบวรนิเวศฯ กรุงเทพฯ โดยพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ ให้ ม.ร.ว.เทพ เทวกุล เป็นผู้แทนพระองค์ในพิธี ทั้งนี้ได้มีอุบาสิกา น.ส.ชนิดา จันทราศรีไศล จากสำนักศึกษาบาลีธรรมวัดพระธรรมกาย เป็นผู้หนึ่งที่ได้สอบผ่านชั้นบาลีศึกษา 9 ประโยคด้วย นับว่า อุบาสิกชนิดา
เป็นอุบาสิกาคนแรก ของ
วัดพระธรรมกาย ที่ได้สอบไต่ระดับจากชั้นบาลีศึกษา 1 เมื่อปี พ.ศ.2532 เป็นต้นมา จนสามารถสอบได้ถึงชั้นบาลีศึกษา 9 ประโยค ในปีนี้ นอกจากนี้
ยังมีอุบาสิกาจาก สำนัก ศึกษา
วัดพระธรรมกาย ที่สามารถสอบผ่านชั้นบาลีศึกษา 3 ประโยคได้อีกถึง 3 คนอีกด้วย
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ การสอบแม่กองธรรมบาลี ปรากฏว่า พระและสามเณรวัดพระธรรมกาย สามารถสอบได้ปธ.9 ประโยค มาเป็นอันดับหนึ่ง และยังสามารถสอบประโยคสูงๆ โดยรวมมาเป็นอันดับหนึ่งของประเทศด้วย
สำหรับระมหาเดวิทย์ ยสสีภิกขุ ประธานองค์การยุวสงฆ์แห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เมื่อค่ำของวันที่ 5 เม.ย. เป็นต้นมา ได้มีโทรศัพท์จากพระสังฆาธิการจังหวัดต่างๆ เข้ามาถึงตลอดเวลา โดยส่วนใหญ่เป็นพระสังฆาธิการจากภาคใต้ และภาคอีสาน เช่นในวันนี้ก็ยังมีการติดต่อเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
ส่วนมากจะสอบถามถึงปัญหา
ที่เกิดวิกฤติ ขึ้น
ในวงการพระพุทธศาสนา และต่อพระระดับผู้ใหญ่ในวงการสงฆ์ เช่น กรณีการดำเนินกฎนิคหกรรมต่อพระธัมมชโย ที่ทำกันอย่างซ้ำซาก ไม่จบไม่สิ้น
และกรณีของพระคุณเจ้า
พระพรหมโมลี ที่ต้องถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งทำให้ต้องตอบคำถามไปตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ตามที่องค์การยุวสงฆ์ได้รับทราบ
ข้อมูลที่ เป็น
จริงจากที่ได้ติดตามสถานการณ์ความเป็นมาอย่างใกล้ชิด การรับโทรศัพท์ทุกครั้ง ยังคงหวาดระแวงอยู่เสมอ ไม่อยากจะได้ยินเสียงที่พูดจากร้าวร้าว ข่มขู่ เข้ามาอีก
แต่ก็ขอ บอกว่า ไม่ได้เกรงกลัวต่อเสียงข่มขู่ใด ๆ เพราะการทำงานเพื่อพระศาสนานั้น ต้องอุทิศได้แม้ชีวิต
จากคำถามของพระสังฆาธิการที่ถามเข้ามา พอจะประเมินได้ว่า บัดนี้ พระสังฆาธิการระดับตำบล และระดับอำเภอ ในต่างจังหวัด ได้รับทราบข้อมูลต่างๆ
ที่ได้เกิดขึ้น อย่างไม่
ชอบมาพากล ในวงการศาสนาบ้างแล้ว และยิ่งทำให้พระสังฆาธิการเหล่านี้ ต้องหวั่นเกรงต่ออำนาจที่ไม่เป็นธรรมนั้นว่า จะตกมาสู่ท่านเองในวันหนึ่งวันใด
มีพระสังฆาธิการ
บางรูปได้ตั้งคำถามว่า หากมีพระภิกษุในปกครองของท่าน ต้องอธิกรณ์แล้วท่านต้องเป็นผู้พิจารณา จะให้ท่านทำอย่างไร หากพิจารณาให้เป็นไปตามกฎนิคหกรรมแล้ว
ท่านจะ ต้อง
มีความผิดจนถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งหรือไม่ และจะต้องพิจารณากันอย่างไร จึงจะไม่มีความผิดเป็นต้น
นับว่า การออกมาให้ข่าวของกรมการศาสนา เมื่อเร็ว ๆ นี้ ถึงเรื่องการดำเนินนิคหกรรมต่อพระธัมมชโย ต่อไป โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเข้ายื่นฟ้องร้องต่อศาลทางโลก
ที่ขอพึ่ง อำนาจศาล ให้ระงับการดำเนินนิคหกรรมนั้น ได้ก่อให้เกิดเป็นผลกระทบที่สร้างความหวาดระแวงให้แก่พระสังฆาธิการโดยทั่วไปเป็นอย่างยิ่ง เพราะพระสังฆาธิการเกือบทุกวัด จะติดตามข่าวสารด้านพระศาสนากันอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ได้รับทราบเหตุวิกฤติของพระศาสนาในปัจจุบัน และที่เพิ่งจะมาได้รับรู้เรื่องราวข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
ตั้งแต่เมื่อครั้ง
เดือนกุมภาพันธ์ 2543 ที่ผ่านมา
พระมหาเดวิทย์ ยังได้เปิดเผยต่อไปอีกว่า ทางองค์การยุวสงฆ์ฯ ได้รับข้อมูลเข้ามาว่า จากการที่พระมหาเถระผู้ใหญ่ ระดับสูงได้ติดตามความเคลื่อนไหวของคณะสงฆ์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในหว่างที่พระเทพกิตติปัญญาคุณ หรือหลวงพ่อกิตติวุฑโฒ ได้จัดให้มีการสัมมนาพระสังฆาธิการทั่วประเทศ ที่จิตตภาวันวิทยาลับนั้น
ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่จาก
กรมการศาสนา เข้าไปติดตามความเคลื่อนไหว และเก็บข้อมูลต่างๆ เข้ามารายงานทุกขณะ ทำให้พระมหาเถระ ต้องตื่นตัวในกระแสที่คาดไม่ถึงว่า พระกิตติวุฑโฒ
ซึ่งไม่ได้มี อำนาจ
หน้าที่ในด้านการปกครองพระสังฆาธิการ และไม่มีสิทธิ์ใด ๆ ที่จะให้คุณให้โทษแก่พระสังฆาธิการต่างๆ เหล่านี้ได้
จะได้รับแรงศรัทธาจาก พระสังฆาธิการทั่วประเทศ
ได้มากมาย เกิดความคาดหมายได้ถึงระดับนี้
นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตให้กับพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่ขึ้นมาอีกว่า ทำไมองค์กรยุวสงฆ์จึงเข้าร่วมกับจิตตภาวันวิทยาลัยได้อย่างสอดคล้องกันเช่นนี้ "อาตมายอมรับว่า
อาตมา
ได้มีความใกล้ชิดกับหลวงพ่อกิตติวุฑโฒมาโดยตลอด อาตมาให้ความเคารพนับถือหลวงพ่อกิตติวุฑโฒมาตั้งแต่สมัยที่อาตมาเป็นสามเณร ฉะนั้น
แนวทางและความคิดเห็นที่
อาตมา มีต่อสถานการณ์พระพุทธศาสนา จึงสอดคล้องต้องกันกับหลวงพ่อกิตติวุฑโฒ ทุกประการ" พระมหาเดวิทย์ กล่าว