ปีที่ 3 ฉบับที่ 991 ประจำวันอังคารที่ 4 เดือนเมษายน พ.ศ. 2543

สหัสวรรษที่ 3

วิกฤตการณ์ที่กลายเป็นโอกาส วัดพุทธไทยวันนี้ใหญ่ที่สุดในโลก

คำว่าวิกฤตการณ์ ถ้าเขียนเป็นภาษาจีน จะประกอบด้วยตัวอักษร 2 ตัวมาต่อกัน คือคำว่า "หวุ่ยกี" เชื่อไหมครับว่า คำหนึ่งแปลว่า อันตราย อีกคำหนึ่ง แปลว่า โอกาส

น่าสนใจไหมครับว่า ทุกครั้งที่มีอันตราย มีภัยพิบัติเกิดขึ้น มีเหตุร้ายเกิดขึ้น ในความทุกข์ยากและวิปโยคนั้น ก็จะมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ 

ถ้าผู้นำรู้จักพลิกปัญหาให้กลายเป็นปัญญา พลิกอันตรายให้กลายเป็นโอกาส

ประเทศญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด แพ้สงครามอย่างยับเยิน ประเทศถูกทหารอเมริกันยึดครอง ห้ามมิให้สะสมอาวุธ ห้ามมีทหาร ประชาชนร้องไห้ทั้งประเทศ เมืองบางเมืองถูก ระเบิด ปรมาณูย่อยยับ เมืองใหญ่ๆ เหลือแต่ซากสลักหักพัง

50 ปีต่อมา ประเทศญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ เพราะไม่ต้องใช้เงินไปซื้ออาวุธป้องกันประเทศ มีทหารอเมริกันคอยรักษาประเทศให้ รัฐบาลญี่ปุ่น จึงใช้เงิน ทั้งหมด ไปในการพัฒนาประเทศ ให้เจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ทางเทคโนโลยี

วันนี้คนญี่ปุ่นร่ำรวยกว่าคนอเมริกัน ธนาคารญี่ปุ่นใหญ่กว่าธนาคารอเมริกัน ประเทศญี่ปุ่นทั้งประเทศมีคุณภาพชีวิตดีกว่าคนอเมริกัน สินค้าญี่ปุ่นครองตลาดอเมริกันทั้งประเทศ ครองตลาดโลกทั้งโลก โดยไม่ต้องใช้กระสุนแม้แต่นัดเดียว แถมยังได้เงินเข้าประเทศมากมาย

เช่นเดียวกัน ประเทศเยอรมันแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง เมืองหลวงถูกแบ่งออกเป็นตะวันออกตะวันตก มีกำแพงเบอร์ลินแยกชนทั้งสองชาติ มีทหารรัสเซีย และทหารอเมริกัน ยึดครองทั้งประเทศ ห้ามสะสมอาวุธ ห้ามมีกำลังทหาร ประชาชน วิปโยคทั้งชาติ

วันนี้เยอรมัน คือประเทศที่เจริญก้าวหน้า และร่ำรวยทางเศรษฐกิจที่สุดในยุโรป ผลิตสินค้าได้ดีที่สุดในยุโรป บริษัทเยอรมันแข็งแกร่งที่สุดในยุโรป บ้านเมืองทุกเมืองที่ถูก ระเบิด ยับเยิน ทั้งประเทศถูกสร้างใหม่ ถูกวางผังใหม่ กลายเป็นเมืองใหม่ สถาปัตยกรรมใหม่ ที่ออกแบบอย่างงดงามที่สุด ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

ครับ ในอันตรายย่อมมีโอกาสแฝงอยู่ ถ้าผู้นำรู้จักใช้โอกาสนั้น ให้เป็นประโยชน์แทนที่จะมานั่งร้องไห้ร้องห่ม ตีโพยตีพายให้คนเขาเวทนา

ประเทศสิงคโปร์เป็นแค่เกาะเล็กๆ ไม่มีประวัติศาสตร์ ในสมัยรัชการที่ 5 ขึ้นอยู่กับรัฐยะโฮร์ ที่เชอร์ แรฟเฟิ้ล ฝรั่งอังกฤษขอเช่าจากสุลต่าน เป็นเมืองท่าของอังกฤษ ในการค้าขายกัน แถบนี้ พอเกิดสงครามโลก อังกฤษแพ้สงคราม ญี่ปุ่นเข้ายึดเกาะทั้งเกาะ เกิดขบวนการใต้ดินสู้กันแหลก ญี่ปุ่นยึดประเทศออกแบ๊งค์เองเป็นรูปกล้วยหอม เรียกว่า แบ๊งค์กล้วย ยกเลิก เงินสิงคโปร์ ช้ำใจทั้งประเทศ

สุดท้ายฝ่ายสัมพันธมิตรชนะสงคราม เกาะสิงคโปร์เป็นสถานที่เจรจาสงบศึก อังกฤษกลับเดินทัพเข้ามายึดเกาะคืน โดย มีนายทหารอังกฤษ ถือปืนจ่อหัวนายพลญี่ปุ่น ให้เซ็น สัญญายอมแพ้

ต่อมาสิงคโปร์ประกาศอิสรภาพเป็นประเทศ พร้อมกับมาเลย์เซีย จับมือกันรวมกันเป็นประเทศเดียว แต่ปรากฏว่า ไปไม่รอด ต้องต่างคนต่างแยกเป็นประเทศอิสระจากกันแล้ว ก็แข่งกันเจริญ มาเลเซียมีแขกเป็นหลัก มีจีนนิดหน่อย ส่วนสิงคโปร์มีจีนเป็นหลัก มีแขกกับมาเลย์กับแขกอินเดียนิดหน่อย

ยุคแรกลีกวนยูเป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ จีนกับแขกปิดตลาดตีกันนัว คอมมิวนิสต์ฮึ่มๆ เข้าแทรกแซง ประชาชนอดอยากยากจน เหมือนเมืองไทยทุกวันนี้ อาแป๊ะเดินกลางถนน ถ่มน้ำลาย เต็มเมือง อาคารก็ทรุดโทรม สนามบินก็กระจอก 

วันนี้ ประเทศสิงคโปร์กลายเป็นประเทศที่ประชาชนชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตดีเป็นอันดับหนึ่งของเอเซีย มีบ้านเมืองที่สะอาด สงบร่มรื่นเขียวขจี สะดวกด้วยรถใต้ดินไฟฟ้าระบบ การจราจรที่วางแผนล่วงหน้าไว้หลายสิบปี สนามบินซางกีเป็นอันดับหนึ่งของเอเซียอาคเนย์ ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินเป็นเลิศ เศรษฐกิจสดใสฟู่ฟ่าที่สุด

ในขณะที่มาเลเซียก็มิได้น้อยหน้า หลักจากวิ่งตามหลังประเทศไทยต้อยๆ วันนี้ประเทศมาเลเซียแซงหน้าประเทศไทยอย่างไม่เห็นฝุ่น กลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมไฮเทคของโลก ชนิด บิล เกตส์มหาเศรษฐีของโลก ทุ่มให้สุดตัว มีตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในโลกถึงสองตึก ชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในประเทศดีกว่าเมืองไทย

ทั้งที่ในอดีต บางเมืองเป็นเมืองขึ้นของประเทศไทยมาก่อนแท้ๆ

นายลีกวนยู เมื่อตอนเป็นนายกฯ ถึงกับประกาศว่า วันหนึ่งชีวิตและความเป็นอยู่ของคนสิงคโปร์ จะต้องดีเทียบเท่าคนอังกฤษ ปรากฏว่า ฝรั่งยุคต้นหัวเราะตัวงอด้วยความขบขัน ในความฝันของนายลีสติเฟื่อง เพราะตอนนั้นแกเป็นนายกฯ สิงคโปร์ เมื่ออายุแค่ 35 ปี 

ชั่วเวลาเพียง 3 ทศวรรษ วันนี้คนสิงคโปร์มีชีวิตไม่เพียงแต่ดีเท่า แต่ยังดีกว่าอังกฤษนายเก่า เพราะรายได้ต่อหัวของประชากรสิงคโปร์ วันนี้ติดอันดับโลก ชนะแม้กระทั่งญี่ปุ่น และอีกสิบปีข้างหน้า จะเป็นอันดับหนึ่งของโลก ตามที่นิตยสารฝรั่งพยากรณ์ไว้

ครับ อุปสรรคและอันตราย จากวิกฤตการณ์ของประเทศ แต่กลายเป็นแรงผลักดัน ให้คนทั้งประเทศ รวมใจกันพุ่งไปข้างหน้า กลายเป็นโอกาสแห่งความสำเร็จ ใช้อันตรายและ ความข่มใจเป็นพลังใจในการทำความดี ใช้การถูกรังแกเป็นตัวขับดัน

และวันนี้ ชาววัดพระธรรมกายได้พิสูจน์สัจธรรมนี้ เมื่อวิกฤตการณ์หนึ่งปีห้าเดือน กลายเป็นแรงขับดันให้ช่วยกันเร่งสร้างมหาเจดีย์ ที่สวยที่สุด มหัศจรรย์ที่สุดในโลก แถมยังได้ สภาธรรมกายที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นของแถม เสร็จเร็วกว่ากำหนด จะฉลองกันในวันที่ 22 เมษายน ศกนี้ นี่คือการรู้จักใช้วิกฤตให้กลายเป็นโอกาส

ในขณะที่หลวงพ่อธัมมชโย ถูกถล่มยับเยินทางสื่อมวลชน และอำนาจเถื่อนของรัฐ แต่ท่านกลับนิ่งเงียบใช้หลักอหิงสาเข้าต่อสู้ด้วยความสงบ และเร่งสร้างวัดของท่านจนเรียบร้อย

ใช่ครับ วัดพุทธ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความภูมิใจที่ควรจะเป็นของคนไทยทั้งชาติ แต่คนไทยวันนี้ปิดหูปิดตาตัวเอง เชื่อตามสื่อไม่ยอมมาดูของจริง ที่จะตะลึงเมื่อเห็นด้วยตา ว่านี่เมืองไทยหรือนี่ วันนี้ ผมอยากให้คนไทยทั้งประเทศ เปิดตา เปิดใจ และมาดูให้หายโง่ (ขอโทษ...ฉลาดขึ้น)

22 เมษาฯ นี้มาไหมครับ เราอยากท้าให้ทุกคนมาพิสูจน์ด้วยตาจังเลย

กาขาว


[หน้าหลัก][หน้า1][วิวาทะ][ดักฟัง][สหัสวรรษ]

1