ปีที่ 3 ฉบับที่ 991 ประจำวันอังคารที่ 4 เดือนเมษายน พ.ศ. 2543

วิวาทะ

รับบาปกรรมไปเต็มๆ เถอะมาร

กรรมตามสนอง ที่พูดๆ กันนั้น อย่าเข้าใจแค่ว่า ด่าเขาก็ถูกด่าตอบ ตีกระบาลเขาแล้วจะถูกเคาะกระบาลตอบ

อานุภาพของกรรมนั้น บทจะสนองผู้ทำบาปหยาบช้า มันจะมาหลายรูปแบบ หลายทิศทาง

มารในร่างมนุษย์ที่ชี้หน้าด่าพระเจ้าออกทีวี มีคนดูคนเห็นทั้งประเทศเมื่อหลายเดือนก่อนนั้น มีคนคอยเฝ้าติดตามอยู่เงียบๆ ว่า มารร้ายตัวนั้น จะได้รับวิบากกรรมสถานใด และเมื่อใด

คงจะจำกันได้ คราวที่มารลวงหลวงเตี่ยไปปรากฏตัวทางจอทีวี เพราะหลวงเตี่ยเป็นพระเถระรูปแรกที่มีทีท่าชัดเจนว่า จะหาทางปกป้องวัดพระธรรมกาย ให้อยู่รอดปลอดภัย จากกระแสสื่อ ซึ่งกำลังมาแรง เล่นงานย่ำยีวัดพระธรรมกายทุกวิถีทาง

ความไม่ชอบธรรมในสังคม โดยเฉพาะพระศาสนาไม่สมควรที่จะทนนิ่งดูดายอยู่อีกต่อไป ท่านจึงพยายามทุกวิถีทาง แม้จะเปลืองตัวไปบ้าง ท่านก็ยอมเข้าไปคลุก

ประเด็นพระนิพพานเป็นอัตตาหรืออนัตตา ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดกันในวันนั้น เรื่องลากยาวมาถึงการพูดอวดอุตริมนุสสธรรม

หลวงเตี่ยท่านใช้คำว่า ได้ยินเขาว่ามาอย่างนั้น ตอนหนึ่งท่านเอ่ยถึงหลวงตามหาบัวด้วย

เรื่องมันควรจะจบลงตรงนั้น แต่มันไม่จบ

มารแสดงอาการโมโหโทโสสุดขีด กัดฟันแม้มริมฝีปาก และชี้หน้าหลวงเตี่ย พูดภาษามนุษย์อีกหลายประโยค และจบลงด้วยวาทะร้อนแรงเกินที่ใครๆ ในแผ่นดินไทยจะรับได้ว่า

"หลวงตามหาบัว ก็เป็นปาราชิกด้วย"

หลวงเตี่ยท่านเป็นพระชั้นปกครองที่ติดดินสังคมชาวพุทธ เขาต่างรู้ดี คำพูดของมารที่ล่วงเกินท่านในวันนั้น ท่านทำใจได้ ตลอดจนสานุศิษย์แม้จะออกรับ เพราะทนดูพฤติกรรม ของมารไม่ไหว แต่ภายหลังก็เพลามือลงไป เรื่องก็เลยซาลง

เอ่ยแต่คำว่า มารมาตลอด คนที่ไม่ได้ติดตามเรื่องมาตั้งแต่ต้น คงจะงงกันไม่น้อย ขออนุญาตเขียนชื่อสกุล และกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องไว้อ่านกันให้ชัดๆ ดังนี้

มารที่ชี้หน้าด่าพระออกทีวีในวันนั้นคือ ส.ศิวรักษ์ หรือนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์

นาย ส.ศิวรักษ์ นี่แหละคือ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ และเป็นผู้หอบหิ้ว เสฐียรพงษ์ วรรณปก แห่งข่าวสด ครั้งบวชพระไปเรียนปริญญาตรีที่อังกฤษ

นาย ส.ศิวรักษ์ อยู่ในกลุ่มเดียวกับ อำนวย สุวรรณคีรี แห่งพรรคประชาธิปัตย์ ที่ปรึกษากรรมาธิการการศึกษา ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ครั้ง เด่น โต๊ะมีนา (มุสลิม) เป็นประธาน กรรมาธิการ และเรื่อยมากระทั่งวันนี้

นาย ส.ศิวรักษ์ เป็นคนปากจัดจ้าน ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ มีความหงุดหงิดเป็นเจ้าเรือน จึงไม่เว้นแม้แต่ราชสำนัก ก็กล้าจาบจ้วง 

ว่ากันว่า ส.ศิวรักษ์ คนนี้ เห็นเงาตัวเองในกระจกเงา ยังสบถใส่หน้าตัวเอง

ทั้ง ส.ศิวรักษ์ และเสฐียรพงษ์ วรรณปก รวมไปทั้งทีมงานแห่งพรรคประชาธิปัตย์ ปกป้องและเทอดทูนพระธรรมปิฎก (ปยุตฺโต) ยิ่งกว่าพระเถระระดับสมเด็จชั้นปกครองหรือมส.

เห็นได้คราวที่ นายกฯชวน หลีกภัย รีบออกมาปกป้องพระธรรมปิฎก ตามจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องเมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรม ในทันทีทันใด

ขณะที่พระราชาคณะชั้นสมเด็จถูกสื่อแม้แต่สื่อของรัฐนำเสนอข่าวในทางเสียหาย คน .. รัฐบาล ก็นิ่งเฉยเสีย ไม่มีการปราม ไม่มีการออกรับ ไม่มีวิธีการที่รักษาเกียรติยศ ชื่อเสียง พระระดับ มส. ที่ท่านาปฏิบัติศาสนกิจ ไปตามกฎระเบียบ จนพระเถระผู้ใหญ่ออกอาการอ่อนล้า

ส.ศิวรักษ์ ตลอดทั้งอำนวย สุวรรณคีรี และ พลพรรคประชาธิปัตย์ คงจะปฏิเสธยากว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นแนวคิดของเสฐียรพงศ์ วรรณปก ที่เคยจะเสนอกราบทูลให้ สมเด็จพระสังฆราช ทรงลาออก เพื่อแก้ปัญหาวัดพระธรรมกาย

ผลพวงจากบุคคลกลุ่มนี้ แตกแขนงไปมากมาย มีทั้งนักปลุกระดมด่าพระเช้าเย็น กรีดเลือดใช้เท้าเหยียบศีรษะหุ่นจำลองพระที่ตนเองเกลียดชัง

มีการฟ้องร้องโดยเสี้ยมหัวหอกจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา เช่น มาณพ พลไพรินทร์ และสมพร เทพสิทธา อันเป็นที่มาของนิคหกรรม ซึ่งสร้างความยุ่งเหยิง แก่ วงการสงฆ์อยู่ในขณะนี้

ตอนต้นไม้เขียนถึงเรื่องกรรมว่า กรรมตามสนองนั้น ไม่ใช่เสมอไปว่า เมื่อทำสิ่งใดลงไปผิด ๆ แล้ว ความผิดนั้น จะกลับคืนสนองแบบตรง ๆ

ผลพวงของกรรมนั้น อาจเผาไหม้จิตใจของบุคคลคนนั้น ให้กินไม่ได้ คือ กินข้าวไม่ลง นอนไม่หลับ แม้นว่า นาฬิกาตี 2 ตี 3 ในตอนกลางคืน

วิธีการที่กรรมให้ผลนั้น มันทนทุกข์ทรมานเกินกว่าจะพรรณนา เป็นการตายผ่อนส่งที่เรียกว่า ค่อยตาย ๆ ไปตามเข็มนาฬิกา สุขภาพกายสุขภาพจิตเสื่อมลงๆ เกียรติยศ ชื่อเสียง สูญหาย สังคมก่นด่าประณามสาปแช่ง ไร้ความชอบธรรมในสังคม ถ้าเป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ ผู้ว่า หรือแม้แต่รัฐมนตรี เมื่อกรรมตามสนอง ก็ต้องไป อยู่ไม่ได้เด็ดขาด

พวกปากคอเราะร้าย อย่าได้เข้าไปใกล้ทีเดียว กลิ่นปากเหม็นเน่า ต่อให้อมเหล้าทุกดีกรีทุกยี่ห้อ ระงับกลิ่นปากก็ไม่อยู่ กลิ่นโสโครกฐานวาจาทุจริตนั้น ส่งผลให้สังคมตีตัวออกห่าง เข้าใกล้ไม่ได้

เรื่องนี้ จะเท็จจริงมากน้อยแค่ไหน คอยดูกันไปก็แล้วกัน ภัยใหญ่อันเกิดแต่กรรมที่พวกมิจฉาทิฐิ เป็นผู้ชี้แนะให้ทำลงไป กำลังเล่นงานบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกคน ต่อให้เป็นรัฐบาล ที่ผู้นำอย่าง ชวน หลีกภัย ก็เถอะ พูดได้คำเดียวกว่า ทุกอย่างมันสายไปหมดแล้ว

ปู่โอม


[หน้าหลัก][หน้า1][วิวาทะ][ดักฟัง][สหัสวรรษ]

1