ปีที่ 3 ฉบับที่ 987 ประจำวันศุกร์ที่ 31 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2543

ปุจฉา - วิสัชนา

บทพิสูจน์การศึกษาของสงฆ์กับการดำรงอยู่ของศาสนา

เรียนพุทธศาสนิกชนทุกท่าน ปัจจุบันการบวชเป็นพระภิกษุของชาวไทย นับวันจะลดน้อยถอยลง ระยะเวลาในการบวชที่เคยบวชอย่างน้อย 3 เดือนในฤดูฝน ก็ลดลงมาเหลือ เพียงบวช 1 เดือนบ้าง 15 วันบ้าง 7 วันบ้าง หรือแม้กระทั่งการบวชหน้าศพ ก็เพียง 3 วัน เป็นผลให้การศึกษาและประพฤติปฏิบัติธรรม ตามพระธรรมคำสั่งสอน ขององค์พระสัมมา สัมพุทธเจ้า เป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย 

ส่วนญาติโยมที่จะเข้าวัด เพื่อฟังพระธรรมเทศนา หรือปฏิบัติสมาธิเจริญภาวนา ก็ลดน้อยถอยลงไปเช่นเดียวกัน จนแทบจะหมดแล้ว จากเดิมที่เข้าวัดเพื่อถือศีล 8 ฟังเทศน์ ปฏิบัติธรรม ทุกวันพระวันโกน ปัจจุบันก็เหลือแต่คนแก่คนเฒ่าไม่กี่คน ซึ่งนับวันก็จะล้มหายตายจากไป ส่วนหนุ่มๆ สาวๆ จะเข้าวัดก็ต่อเมื่อ มีงานเทศกาลประจำปี เพื่อมาเที่ยว พบปะ สนุกสนานเฮฮาในงานรื่นเริง ชมมหรสพเท่านั้นเอง โอกาสที่ผู้บวชและญาติโยมจะศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนก็มีน้อยลง ทำให้การเข้าใจในพระธรรมได้ผิดพลาด คลาดเคลื่อนเพี้ยนออกไปมาก 

นับว่า เป็นเรื่องน่าตระหนกตกใจ ในสถานการณ์ปัจจุบัน ยิ่งมีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวว่า "วัดดังสอนผิด บิดเบือนพระไตรปิฎก" ยิ่งทำให้ผู้ไม่รู้พระธรรมวินัย ขยาดต่อ การศึกษาธรรมะมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม หากเราได้ศึกษาประวัติความเป็นมา ในการศึกษาพระธรรมของพระภิกษุสามเณร ในเมืองไทยแล้ว เราจะรู้สึกว่า เมืองไทยของเรา ยังไม่สิ้นคนดีศรีอยุธยาเสียทีเดียว จึงได้มีพระรูปหนึ่ง ที่เล็งเห็นการณ์ไกล อุทิศชีวิต และแรงกาย เพื่อรักษาพระธรรมคำสอนของ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ยาวนานออกไป ในรูปของ ภาษาบาลี ท่านก็คือสมเด็จวัดสามพระยา 

ผู้ริเริ่มเปิดการเรียนการสอนพระปริยัติธรรม ในระดับเปรียญธรรมเอกอย่างเป็นระบบ และก่อตั้งโรงเรียนปริยัติ เพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่วัดทั่วประเทศ ทำให้พระธรรมคำสอนของ พระพุทธองค์ ที่มีมาในภาษาบาลี ได้รับการสืบต่อ และแพร่หลายออกไปอย่างกว้างขวาง ฉะนั้น ผู้ที่บวชเข้ามาแล้วในบวรพระพุทธศาสนา และต้องการเป็นพระที่ดี มีความเจริญ รุ่งเรืองในธรรม ต่างพากันมาศึกษาภาษาบาลี ซึ่งเป็นการศึกษาด้านคันถธุระ ที่ทำให้สามารถรู้ซึ้งถึงคำสอน ที่มีมาแต่ดั้งเดิม และสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับ การปฏิบัติธรรม ในทางด้านวิปัสสนาธุระอีกด้วย แล้วนำเอาความรู้ที่ได้จากศึกษานี้ ถ่ายทอดให้แก่ญาติโยมสาธุชนทั้งหลาย ได้ลิ้มรสพระธรรมอย่างถูกต้อง ไม่ผิดเพี้ยนคลาดเคลื่อน

หลังจากที่สมเด็จวัดสามพระยา ได้ก่อตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมขั้นสูงแห่งแรก ขึ้นในวัดสามพระยา ก็เป็นเหตุแนวความคิดในการตั้ง โรงเรียนพระปริยัติธรรม ขยายกว้างออกไป เพื่อประโยชน์แก่การศึกษาพระไตรปิฎก ฉบับภาษาบาลี ซึ่งเป็นภาษาดั้งเดิมในสมัยพุทธกาล อีกทั้งเจ้าประคุณสมเด็จฯ ยังมีการส่งเสริมสนับสนุน ให้มีการเรียนการสอน อย่าง จริงจัง ผลิตผู้สอนที่มีความรู้ และสามารถถ่ายทอดเป็นอย่างดี ส่งเสริมผู้เรียน ให้ได้รับการยกย่องจากการคณะสงฆ์ และญาติโยมทั้งหลาย ว่าเป็นผู้ประเสริฐ

ดังนั้น เมื่อพระภิกษุรูปใดสอบได้มหาเปรียญขึ้นมา ชาวบ้านก็จะแห่แหนรอบเมือง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่พระมหาเปรียญ แม้กระทั่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้การ สนับสนุน โดยจัดรถส่วนพระองค์ รับส่งพระมหาเปรียญ ป.ธ.9 เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้สำเร็จการศึกษาขั้นสูงสุด จึงเห็นได้ว่า การศึกษาภาษาบาลีนี้ ได้รับการส่งเสริม และให้ความ สำคัญมาตลอด ทุกยุคทุกสมัย 

การจัดสอบบาลีก็จะมีขึ้นเพียงปีละครั้งเดียว ไม่มีการทำรายงานหรือสอบเก็บคะแนน และไม่มีคะแนนช่วยใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งเมื่อสอบตก ก็ไม่มีการสอบซ่อม แต่อย่างใด ต้องรอ ไปปีหน้า ถึงจะสอบใหม่ โดยข้อสอบทุกชั้น จะมีแม่กองบาลีสนามหลวง อันประกอบด้วย กรรมการระดับชั้นสมเด็จฯ และรองสมเด็จ เป็นผู้ออกข้อสอบ

ดังนั้นนักเรียนผู้เข้าสอบทุกคนจึงต้องขยันมาตลอดทั้งปี เพื่อจะชิงชัยสอบให้ได้ ซึ่งแต่ละปี จะมีนักเรียนที่สอบผ่านได้น้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนผู้เข้าสอบ โดยเฉพาะ ในประโยค ชั้นเรียนสูงๆ อย่างเช่นเปรียญธรรม 9 ประโยค เมื่อปีที่แล้ว มีนักเรียนส่งสอบทั่วประเทศถึง 104 รูป แต่สอบได้เพียง 41 รูปเท่านั้น แต่เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ในปีนี้ มีนักเรียนส่งสอบ ถึง 168 รูป แต่สอบได้ 63 รูป ซึ่งถือเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้น และจะเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ รองรับงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไป 

แต่ไม่ว่าจะมีนักเรียนเข้าสอบมากขึ้นเท่าใดก็ตาม พระมหาเถระทั้งหลาย ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการกองกลาง ตรวจประโยค ป.ธ.9 ทั้งหลาย อาทิเช่น สมเด็จ พระพุฒาจารย์, สมเด็จพระมหาธีราจารย์, สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์, สมเด็จพระวันรัต, พระญาณวโรดม, พระอุดมญาณโมลี, พระวิสุทธิวงศาจารย์, พระธรรมวโรดม, พระวิสุทธาธิบดี, พระพรหมมุนี, พระพรหมโมลี รวม 11 รูป ซึ่งแต่ละรูป ก็มีตำแหน่งสูงๆ ขนาดสมเด็จฯ รองสมเด็จฯ อายุนั้นก็มากๆ 

แต่ก็ไม่ได้แสดงความเหน็ดเหนื่อย หรืออ่อนใจแต่ประการใด มีความตั้งใจอย่างจริงจังและเสียสละเวลาอันมีค่า ให้ความสำคัญต่อการตรวจข้อสอบทุกเล่ม โดยไม่มีการรู้เห็นเป็นใจ กับนักเรียนเด็ดขาด เพราะในข้อสอบที่ตรวจ จะไม่ปรากฏชื่อของผู้เข้าสอบ หรือสังกัดวัดเลย และทุกๆ ท่านจะไม่อาจรู้ว่า จะได้ตรวจข้อสอบของผู้ใด เนื่องจากข้อสอบทุกฉบับ จะถูกแบ่งๆ กันไป และให้กรรมการทุกรูป ช่วยกันตรวจโดยคละกัน ดังนั้น การที่จะสอบได้จึงขึ้นอยู่กับ ความขยันหมั่นเพียรของผู้สอบ และบุญวาสนาของผู้สอบ โดยแท้ ที่ดลบันดาล ให้กรรมการตรวจข้อสอบ ถูกใจในคำตอบของตน เพราะเป็นข้อสอบอัตนัย ซึ่งต้องใช้อาศัยการเขียนคำตอบบรรยาย ให้ได้ตามหลักเกณฑ์

และทุกปีหลังตรวจข้อสอบเสร็จ หนังสือพิมพ์ก็จะพากันทำข่าวใหญ่โต โดยแจ้งข้อมูลที่เป็นจริง เพราะอยู่ในความสนใจของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ซึ่งในปีนี้ก็เช่นกัน มีการพาดหัว ข่าวแจ้งถึงผลสอบทุกชั้นเปรียญ และวัดที่มีผู้สอบได้มากที่สุด ปรากฏว่า 

ในปีนี้วัดพระธรรมกายได้ครองแชมป์ มีนักเรียนบาลีสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค มากที่สุดของประเทศ คือ มีจำนวน 6 รูป ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุด เทียบเท่ากับสถิติสูงสุด ที่เคยมีมา ในอดีต นอกจากนี้ วัดพระธรรมกายยังได้ครองแชมป์ มีนักเรียนบาลีสอบได้เปรียญธรรมเอก (รวม ป.ธ.7, 8, 9) ได้มากที่สุดของประเทศ คือสอบได้ถึง 16 รูป และเมื่อ รวมนักเรียนบาลีที่สอบได้ทุกชั้นปี ก็ปรากฏว่า วัดพระธรรมกายอีกที่มีนักเรียนบาลีสอบได้มากที่สุดในประเทศ สอบได้ทั้งหมด 116 รูป 

ทั้งๆ ที่ภาพของวัดพระธรรมกายในสายตาของสื่อมวลชนนั้น เป็นภาพลักษณ์ในทางไม่ดี ถูกโจมตีในทางเสียหาย มาตลอดเวลา เป็นเวลานานกว่า 1 ปี จึงทำให้มีภาพที่ออกมา ในสายตาของคนทั้งปวง มีความขัดแย้งกันอย่างมากมาย 

ภาพแรกตลอดระยะเวลานานกว่าปี เป็นภาพที่วัดนี้สอนผิดบิดเบือนพระไตรปิฎก เป็นวัดฉาวหลอกลวงประชาชน แต่ภาพหลังเรื่องผลสอบบาลีดีเด่น กลับเป็นภาพที่ชวน อนุโมทนา 

สำหรับการครองแชมป์หลายตำแหน่งหลายปีติดต่อกัน ทำให้เกิดความฉงนสนเท่ห์ชวนสงสัยขึ้นมาว่า ทำไมถึงมีความขัดแย้งอย่างรุนแรงสุดขั้วในวัดเดียว ขณะที่วัดมีเรื่องอยู่ใน การพิจารณาของศาลสงฆ์ และศาลทางโลก จนวุ่นวาย แต่นักเรียนบาลี กลับมีใจที่ตั้งมั่น เหมือนไม่ได้รับแรงกระทบกระเทือน จากปัญหาดังกล่าว มุ่งมานะที่จะศึกษา เล่าเรียน อย่างเต็มที่ จนทำให้ครองแชมป์ถึง 3 ประเภท คือ ประเภทสอบได้มากที่สุดของ ป.ธ.9, ประเภทสอบได้มากที่สุดของเปรียญธรรมเอก และประเภทสอบได้มากที่สุดของทุกชั้นปี

 สิ่งนี้คือปมที่อยากให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน ได้ใช้สติปัญญา ใช้วิจารณญาณช่วยไตร่ตรองหน่อย ว่าใช่หรือไม่ ที่นักเรียนบาลีเหล่านี้ เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของเจ้าอาวาส เหมือนกับ ทองแท้ไม่กลัวไฟ มีแต่จะสุกปลั่ง เปล่งประกายสีทองงามจับตา เป็นอย่างนี้หรือไม่ จึงทำให้นักเรียนบาลี ขจัดความกังวลในใจ และมีสมาธิตั้งใจศึกษา จนกระทั่งประสบผลสำเร็จ เช่นนี้ เพื่อบอกให้สังคมรู้ว่า วัดพระธรรมกายไม่ได้เลวอย่างที่ถูกสร้างภาพไว้ให้ 

ซึ่งถ้าหากสมมติฐานนี้ถูกต้อง ก็เหมือนจะสะท้อนอะไรบางสิ่งบางอย่างให้เราทราบว่า เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย กำลังถูกปรับปรำจากสังคมรอบด้าน ที่ขาดความเข้าใจอย่าง ที่แท้จริง ดังนั้น เราจึงควรจะให้โอกาสเขา และเข้ามาศึกษาสัมผัสด้วยตนเองว่า วัดนี้ทำความเสื่อมเสีย ให้แก่พระพุทธศาสนา ดังเช่นปรากฏในข่าว หรือว่า วัดนี้ได้สร้าง สิ่งที่น่า ชื่นชมยินดีให้วงการพุทธศาสนา ด้วยผลงานที่ดีเยี่ยม ในการส่งเสริมการเรียนการสอน และเผยแผ่อย่างมีประสิทธิภาพ 

เพราะมิฉะนั้นแล้วพวกเราทั้งหลาย ก็จะกลายเป็นบุคคลที่มีส่วน ทำให้คนดีๆ ขาดกำลังใจ และท้อแท้สิ้นหวัง และตัวเราก็จะกลายเป็นผู้ที่ไม่ยอมรับความจริง ไม่กล้าพิสูจน์ หรือ ยอมมีส่วนร่วมในการปรับปรำคนดีๆ รวมทั้งส่งเสริมคนเลวให้เหิมเกริม แล้วในที่สุด ก็คงจะมีสักวัน ที่พวกเราอาจโดนการกระทำเช่นนี้บ้าง เมื่อมีคนเลวๆ ครองบ้านครองเมือง เต็มไปหมด 

สมเด็จวัดสามพระยาท่านได้เคยกล่าวในลักษณะที่ว่า "การศึกษาบาลีจะช่วยยกระดับของคนผู้นั้นให้สูงขึ้น และใกล้ชิดกับคำสอนของพระพุทธองค์ ได้มากกว่าผู้ที่ไม่ได้รับการ ศึกษา จะทำให้ผู้ได้รับการศึกษาเป็นคนดี เว้นเสียจากพื้นฐานดั้งเดิม ของผู้มาศึกษานั้น มิได้ใฝ่ดีเป็นพระแท้ แต่อาศัยผ้าเหลือง เพื่อความอยู่รอด และหาโอกาสในการศึกษา เพื่อไต่เต้าเป็นใหญ่เป็นโต ใช้ภาษาบาลีเป็นเพียงใบผ่านทาง ภาษาบาลีก็ไม่อาจจะช่วยอะไรได้เลย" 

ดังนั้นขอให้พวกเราทุกท่านช่วยกันปลูกฝังคุณธรรม และส่งเสริมกุลบุตรผู้ที่เข้ามาบวชเป็นพระเป็นเณร ให้ได้ศึกษาภาษาบาลี เพื่อพวกเราทั้งหลาย จะได้เมล็ดพันธุ์ที่ดี และ ได้ร่มเงา อันสมบูรณ์จากพระพุทธศาสนา สืบไป

ผู้คงแก่เรียน


[หน้าหลัก][หน้า1][วิวาทะ][ปุจฉา]

1