ปีที่ 3 ฉบับที่ 985 ประจำวันพุธที่ 29 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2543

ปุจฉา - วิสัชนา

เจ้าพ่อการศาสนา กล่าวหาพระเป็นเจ้าพ่อ กราบนมัสการคณะกรรมการมหาเถรสมาคม

ตามที่มีข่าวจากสื่อสารมวลชนทุกแขนง ในเรื่องการปลดพระพรหมโมลี ออกจากตำแหน่งเจ้าคณะภาคหนึ่ง และก่อนหน้านี้ ก็มีการสั่งปลดพระครูปทุมกิจโกศล ออกจากเจ้า คณะตำบล คลองหนึ่ง จังหวัดปทุมธานี จนคณะศิษย์พระครูปทุมกิจโกศล ได้พากันมาร้องทุกข์ ขอความเป็นธรรมต่อสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนกลาง เพื่อโปรดพิจารณาให้เป็นไปตามหลักพระธรรมวินัย กลับกลายเป็นทำให้พระเดชพระคุณท่านเสียหน้า จึงไม่มีการพิจารณา นัยว่า ไม่เป็นไปตามประสงค์ของฝ่ายการเมือง ในเรื่องนิคหกรรมพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (พระไชยบูลย์ ธัมมชโย) ซึ่งเป็นข่าวมานานร่วม 17 เดือน ตั้งแต่มีการโจทก์ขานกรณีธรรมกาย ที่มีพระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตโต) จุดประเด็นให้คุกรุ่นขึ้นในวงการสงฆ์ ร่วมทั้งที่มีพระลิขิตเกี่ยวกับพระดำริของพระองค์ต่อเรื่องดังกล่าว

กระทั่งล่าสุด มีพระบัญชาให้ปลดพระพรหมโมลีออกจากตำแหน่งตามมติมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2543 ที่ผ่านมานั้น ล้วนปฏิบัติให้เป็นไปด้วยพระอำนาจ ในการ ปกครอง ใช้อำนาจเป็นธรรม มิได้มีการใช้ธรรมเป็นอำนาจอย่างที่บรรพชิต ควรปฏิบัติต่อกันเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังอาจเป็นการกระทำตามการชี้นิ้วบงการของฝ่ายการเมือง อย่าง เห็น ได้ชัด อีกด้วย 

กระผมเป็นพุทธศาสนิกชน ทั้งตามทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน และจิตสำนึกทั้งหลาย เลือดตระกูลล้วนเป็นพุทธศาสนิกชนกันมาหลายร้อยปี มีความภูมิใจในความเป็นพุทธ อย่างยิ่ง รักและหวงแหนพุทธศาสนา พร้อมทุกเมื่อที่จะสละชีวิต เพื่อรักษาธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้ในครั้งนี้ก็ตาม การกระทำของเจ้าคุณสมเด็จบางรูป ที่ลุแก่อำนาจ กระทำการอันไม่เป็นไปตามหลักพระธรรมวินัย ขัดต่อพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ฉบับ พ.ศ.2505 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 แล้ว

กระผมก็มิบังอาจกล่าวโทษต่อเจ้าประคุณสมเด็จรูปนั้น หรือแม้แต่กรรมการในมหาเถรสมาคมก็ตาม หากโทษเหล่านั้น ล้วนปรากฏแก่ใจของเจ้าประคุณทั้งหลายดีอยู่แล้ว นับเป็น ตราบาปอันใหญ่หลวง ที่เจ้าพระคุณรูปนั้น ได้พยายามผลักดัน และรื้อฟื้นอธิกรณ์ที่สิ้นสุดไปแล้ว ให้เกิดขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นความมัวหมองต่อคณะสงฆ์ไทย ทั้ง ๆที่ ไม่มีรูปใดเลย ที่กล้าหาญทักท้วง เรื่องจึงบานปลายถึงเพียงนี้ จะเห็นมีอยู่เพียงพระพรหมโมลี และพระครูปทุมกิจโกศลเท่านั้นเองกระมัง ที่ยอมหักไม่ยอมงอ กล่าวได้ว่า ไม่ยอมหงอต่อ อำนาจ อธรรม ยอมสูญเสียเกียรติยศ เพื่อรักษาพระธรรมวินัย สมเป็นพระผู้ประเสริฐในพุทธศาสนายิ่งนัก

กระผมจึงไม่เกรงกลัวเลยกับการถูกทำลาย เยี่ยงการกระทำในเวียดนาม เมื่อหลายสิบปีก่อน แม้ปัจจุบันในเมืองไทยเรา กำลังถูกทำลายอย่างรุนแรง ถึงกับพระมหาเถระ บางรูป ยังร่วมมือกับเขาด้วย นี่แหละคือ ความพินาศของพุทธศาสนา เมื่อพุทธบริษัททั้งสี่ เกิดการแตกแยกสามัคคีอย่างรุนแรงลึกซึ้งถึงเบื้องบนเช่นนี้ เจ้าประคุณท่านจะคิดประการใด พึงคิดแก้ไขโดยด่วนเถิด กระผมมิอาจนอนตายตาหลับได้เลย หากเราไม่เหลือพระพุทธศาสนา อันปู่ย่าตายายหวงแหน สืบต่อกันมา เป็นมรดกล้ำค่า ตกทอดมากระทั่งถึงรุ่นเรา

ต่อนี้ไป จะมีพุทธศาสนา (ของแท้) ตกทอดไปถึงลูกหลานหรือไม่ ยิ่งเยาวชนของเราก็กำลังหลงใหลไปตามกระแสโลกที่ประเทศผู้นำจงใจสร้างขึ้นมา ทั้งการมอมเมาทางกามารมณ์ ยาบ้า ยาเสพติด สารพัดชนิดให้แก่เด็กของเรา พระพุทธศาสนา เป็นปราการด่านสุดท้าย ที่จะยับยั้งความเลวร้ายเหล่านั้นได้ แต่นี่อนิจจาความเห็นของพระคุณเจ้า ท่านกลับไหล แรงแซงกระแสเสียแล้ว หลักของชาวพุทธไทยเอนเอียงไปอีกเสาหนึ่งแล้วกระมัง

แม้จะเกิดวิกฤติบ้างในบางครั้งบางคราว เพราะความอิจฉาริษยาในหมู่พระมหาเถระ อย่างเหตุการณ์ใน "ศึกสมเด็จ" ครั้งพระพิมลธรรม (อาจ อาสภเถร) ถูกปล้นจีวร จับขังคุกโดย ไม่มีความผิด ทนทุกข์ทรมานในคุกถึง 6 ปี ตราบกระทั่งปัจจุบัน พระดีหลายรูป ถูกทำลายครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่เคยเลยที่พระมหาเถระ ผู้ครองศักดิ์ใหญ่ในชั้นปกครองต่าง ๆ จะปกป้องภัยให้กับศาสนบุคคลชั้นดีเหล่านั้น แม้กระทั่ง พ้นโทษ พ้นคุกออกมาแล้ว ก็ไม่ให้ความใส่ใจ หรือนั่นคือกฎแห่งกรรม ....

แล้วที่ เจ้าประคุณท่านทั้งหลาย กำลังทำกรรมอันหนักในวันนี้เล่า ผลกรรมจะตามสนองเจ้าประคุณอย่างไร แต่ละท่านล้วนเป็นปราชญ์มหาปราชญ์ รู้ซึ้งถึงหลักธรรม คงไม่พลาด ผลอันเป็นวิบากกรรมแน่ หากละวางทิฐิชั่วคราว หันมาพิจารณาหลักพระธรรมวินัยให้ถ่องแท้ แก้ไขอคติในวงการพระพุทธศาสนา เริ่มจากเจ้าประคุณแต่ละรูป เพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง แก่คณะสงฆ์ใต้บังคับบัญชา ทั้งหลวงปู่หลวงตา หลวงน้า หลวงลุง หลวงพี่หลวงพ่อ ฯลฯ จะได้พอคลายวิตกกังวล หัวหน้าเข้าหากัน ไม่ห่วงว่า เป็นพวกฉันหรือพวกใคร

ยิ่งหากเจ้าประคุณได้คิดรวมธรรมยุติ-มหานิกายด้วยแล้วไซร้ สงฆ์ไทยจะได้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเสียที เลิกหวาดระแวงแข่งดี มุ่งมั่นทำตามพระธรรมวินัย ชำระศีลและจิตใจ ให้ผ่องใส ตามหลักการ กระผมเชื่อว่า พระเดชพระคุณท่านทั้งหลาย คงผ่านสิ่งเลวร้ายที่ "เขา" หมายครอบงำ ร่าง พ.ร.บ.อุปถัมภ์ และคุ้มครองพระพุทธศาสนา เพื่อให้ฆราวาส ปกครองสงฆ์อย่างง่ายดาย เหมือนดังที่เขาชี้นิ้วบัญชาให้เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ดำเนินการปลดพระพรหมโมลี อย่างผู้ลุแก่อำนาจ โดยไม่สนใจว่า จะขัดต่อ พ.ร.บ.สงฆ์ ฉบับ พ.ศ.2505 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ที่ใช้ในปัจจุบันนี้หรือไม่ เพราะถึงอย่างไร เขาต้องยกเลิกจนได้สักวัน ถึงวันนั้น พระคุณเจ้าคงเป็นได้เพียงหุ่นเชิด เหมือนสังฆาธิการในเวียดนามที่กลายเป็นเรื่องน่าเศร้าสลดใจนั่นเอง และโปรดอย่าได้วิตกไปเลย หากถึงวันนั้น กระผมขอปฏิญญา ถ้ายังรักษาชีวิตไปจนถึงวันนั้นได้ จักขอสละเลือดทาแผ่นดิน เพื่อรักษาพระพุทธศาสนา ตราบลมหายใจสุดท้าย

ขอพระคุณเจ้า จงมั่นใจเถิดว่า ยังมีพุทธศาสนิกชนเยี่ยงกระผมอีกหลายสิบล้านคนนัก ที่จะยืนหยัดเคียงคู่กับเจ้าประคุณและคณะสงฆ์ผู้มั่นคง หนักแน่นในพระธรรมวินัย และจะไม่กราบไหว้ต่อพระผู้คิดคดทรยศต่อพระธรรม แม้จะทรงอำนาจเพียงใดก็ตาม พึงระลึกเถิดว่า กรรมอันหนักใด ๆ แม้พระสงฆ์ผู้ลงมือกระทำแล้ว มีมติแล้ว กรรมนั้น อันละเมิดพระธรรมวินัย และกฎหมายสงฆ์ ผลแห่งวิบากกรรมทั้งหลายก็จะสนองต่อผู้กระทำกรรมนั้น ไม่ช้านานนี้แน่นอน

กรรมใดอันกระผมได้บังอาจล่วงล้ำพระคุณเจ้า ขออโหสิการแต่นี้ และขอยืนยันอีกคำรบหนึ่งว่า ความเห็นทั้งหลายข้างต้น มีเจตนายืนอยู่บนความเจตนา เพื่อรักษาพระพุทธ ศาสนา ให้ยั่งยืนตามหลักพระธรรมวินัย หาใช่เป็นอารมณ์ลามกอคติใดไม่ ขอพระเดชพระคุณทั้งหลาย โปรดงดโทษ อโหสิกรรมให้กระผมด้วย จักเป็นพระคุณล้นพ้นหาที่สุดมิได้

กราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างยิ่ง 
อนันต์ แก้วประกาย จ.ภูเก็ต
ชาวพุทธทั้งเลือดเนื้อและจิตวิญญาณ


[หน้าหลัก][หน้า1][วิวาทะ][ปุจฉา]

1