ปีที่ 3 ฉบับที่ 985 ประจำวันพุธที่ 29 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 |
แนะเจ้าคณะปทุมฯ ถอนตัวนิคหกรรม
พระมหาเดวิทย์ ชำแหละอธิกรณ์กรณีธรรมกาย ถึงที่สุดแล้ว ไม่สามารถรื้อฟื้นขึ้นมาพิจารณาได้อีก ขณะเดียวกัน ยังชี้ว่า การพิจารณาพระที่มีสมณศักดิ์ชั้นราช
จะต้องมีพระเถระ
ชั้นราชาคณะถึง 3 รูป พิจารณา ส่วนเจ้าคณะจังหวัดนนท์ ปฏิเสธ เพราะไม่อยากมีส่วนร่วมในการละเมิดพระธรรมวินัย
วันที่ 28 มี.ค.2543 พระมหาเดวิทย์ ยศสีภิกขุ ประธานองค์การยุวสงฆ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การดำเนินกฎนิคหกรรมต่อพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือ พระธัมมชโย
หลังจาก ที่การพิจารณานิคหกรรมได้มีอันจบสิ้นไป อย่างสมบูรณ์แล้วนั้น ยังไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ เนื่องจากองค์คณะพิจารณาชั้นต้น ไม่ครบองค์พิจารณา
ด้วยพระธัมมชโยเป็น
พระราชาคณะ จึงต้องมีพระเถระชั้นพระราชาคณะ ที่มีตำแหน่งไม่น้อยกว่าเจ้าคณะจังหวัด เป็นผู้ร่วมพิจารณานิคหกรรมชั้นต้น 3 รูป พร้อมกับขอเรียกร้องให้พระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ชิงลาออกเสียก่อนที่จะมีผลคดีในทางศาลออกมาว่า เป็นเจ้าพนักงานได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
หลังจากที่พระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ได้เรียกพระธัมมชโยเข้าพบเป็นครั้งที่ 4 ให้รับทราบข้อกล่าวหา แต่พระธัมมชโยไม่มาเข้าพบว่า
กรณีที่มีฆราวาสกล่าวหาว่า
ต้องอธิกรณ์นั้น เป็นเรื่องที่มีการพิจารณาจบไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่รื้อขึ้นมาพิจารณาใหม่แต่อย่างใด และการที่พระสุเมธาภรณ์ได้รื้อฟื้นเรื่องที่จบไปแล้ว ขึ้นมาดำเนินการอีกนั้น เป็นการปฏิบัติให้ผิดไปจากพระธรรมวินัย จึงไม่สามารถมาพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาได้ พระสุเมธาภรณ์จึงมอบให้พระปริยัติวโรปการ รองเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี
รวบรวม ข้อมูล หลักฐานต่าง ๆนำเสนอต่อพระเทพสุธี รักษาการเจ้าคณะภาค 1 เพื่อดำเนินการตามกฎนิคหกรรมต่อไป
ในขั้นตอนการพิจารณาชั้นต้น ต้องหยุดชะงักลง ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ เนื่องจากมีพระสุเมธาภรณ์ และพระเทพสุธี เพียง 2 รูปเท่านั้น ยังขาดองค์พิจารณาอีก 1 รูป ซึ่งทางพระเทพสุธีได้ติดต่อไปถึงพระธรรมกิตติมุนี เจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี เพื่อนิมนต์แต่งตั้งให้เข้ามาร่วมเป็นผู้พิจารณาในชั้นต้น แต่ก็ได้รับการปฏิเสธว่า มีกิจในทางสงฆ์มาก และสุขภาพไม่ดี ไม่สามารถจะรับเป็นผู้ร่วมพิจารณาได้ ซึ่งการปฏิเสธดังกล่าว ไม่น่าจะมีเหตุผลที่เพียงพอ หากจะปฏิเสธก็เพราะไม่ต้องการที่ร่วมกระทำการผิดกฎหมาย หรือผิด พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ที่ว่าด้วยการลงนิคหกรรม ที่จบไปแล้ว กลับนำมารื้อฟื้นอีก ซึ่งจะมีผลในทางกฎหมายที่ว่าด้วยเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
จึงหาทางปฏิเสธ ไป ดังกล่าว
พระมหาเดวิทย์ ยังกล่าวต่อไปว่า นอกจานี้ พระเทพสุธี ยังได้ติดต่อทาบทามไปถึงพระสมุห์เมธี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรปราการ และพระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดกรุงเทพฯ วัดมหาธาตุ แต่ยังไม่มีการตอบตกลง แต่อย่างใด เชื่อว่า พระเถระทั้งสองรูปยังคงไม่ตอบรับ เนื่องจากต้องการดึงเวลาไว้ก่อน
เพื่อรอผลการพิจารณาตัดสิน
ในชั้นศาลทางโลก ก่อนว่า พระสุเมธาภรณ์จะมีความผิดตามที่ได้ถูกพระทัตตชีโว ฟ้องไปหรือไม่
"อาตมาอยากจะขอกราบเรียนไปถึงพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระสุเมธาภรณ์ ว่า ขอให้ลาออกจากตำแหน่งเสียก่อน เพื่อเป็นการแสดงสปิริตในฐานะที่เป็นผู้พิจารณานิคหกรรม ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้พระพรหมโมลี ต้องถูกถอดถอนจากตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 และเพื่อป้องกันตนเอง ก่อนที่ศาลทางโลก จะตัดสินออกมาว่า ได้กระทำผิดตามฟ้อง" พระมหาเดวิทย์ กล่าวในที่สุด