ปีที่ 3 ฉบับที่ 976 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 16 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2543

วิวาทะ

เมื่อพระสุเมธาภรณ์ ยืนอยู่บนขอบนรก

พระพุทธศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน คำนี้ฟังมาจนเลี่ยนหู เบื่อ รำคาญ จุกจิก บอกไว้ตรงนี้ให้ชัดลงไปเลย คนพูดมีตั้งแต่คนโนเนม ผู้มีภูมิรู้ ความรู้ระดับกลาง ยันผู้หลักผู้ใหญ่ใน บ้านเมือง ทั้งพระ ทั้งฆราวาส

สมเด็จเองก็ยังพูดว่า พระพุทธศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน 

รู้ทั้งรู้ เข้าใจทั้งเข้าใจ แต่ก็ยังทำเรื่องละเอียดอ่อนที่ว่านี้ ให้ยุ่งอินุงตุงนังไปหมด 

ผมนี่บุญน้อย แพ้ภัยกิเลส ทนห่มผ้าเหลืองอย่างพระสุปฏิปันโนไม่ได้ มองซ้ายมองขวา แลหน้าเหลียวหลัง เห็นขุมนรกเดือดปุดๆ อยู่รอบตัวขืนทนบวชต่อไป มีหวังเป็นไอ้เกลอกับ คุณเทวทัต อย่างแน่นอน จะดันทุรังบวชอยู่ต่อไปทำไม

ก็เลยสึก ยึดบรรทัดฐานแค่ศีลห้าดำรงชีพไปวันๆ กระทั่งฟันหลุดเหงือก

ถ้ามีบุญบวชเหลืออยู่สักนิด และมีบารมีเพียงแค่กระผีกริ้น เมื่อนำไปเปรียบกับบารมีธรรมของหลวงพ่อคูณ

สิ่งแรกที่ผมจะทำในระยะนี้ ในระยะที่มารกำลังป่วนศาสนานี่แหละ คือจะเจริญรอยตาม กรรมวิธีของหลวงพ่อคูณ

จะเลือกเอาเฉพาะวิธีการเคาะกะโหลกพวกมารออกมาใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า

พวกที่หลงตัวมัวเมาอำนาจทั้งหมดทั้งสิ้น นี่แหละคือ กองทัพมาร

หัวหน้ามารตัวจริงก็ไอ้พวกที่เคยปลงผมห่มจีวรแล้วสึกออกมานี่แหละ

มารพวกนี้ทำเป็นผู้รู้ไปทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของศาสนา ข่มพระเณรที่มีภูมิปริยัติต่ำ เอาเปรียญสูงๆ ที่ตนเองเคยผ่านเคยเรียนไปข่ม เอายศอนุศาสนาจารย์ ที่ได้รับพระราชทาน มาไปอวด

จ้องจับผิดพระเณรที่พบเห็นทุกอิริยาบถ แทบจะกระดิกกระเดี้ยไม่ได้ โดยลืมไปว่า ครั้งหนึ่งตัวเองก็เคยอยู่ในภาวะนั้นมาแล้ว

แต่วันนี้มันมีเงินในธนาคารสองร้อยกว่าล้านบาท มีเมียมากกว่าหนึ่ง ร่ำเมรัยยิ่งกว่าคนที่ไม่เคยบวชเรียน

มารพวกนี้แหละเป็นชุดแรกที่ควรได้รับการสงเคราะห์ซัดกะโหลกหลาย ๆ โป๊ก จะได้เรียกสติให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว

จะได้เกิดสำนึกตื้นๆ ขึ้นมากลางกระหม่อมว่า พฤติกรรมบ้าบอคอแตก ที่ทำไว้กับพระศาสนานั้น มันผิด อวิชชาเข้าครอบงำ ทำให้เกิดวิปริตในจิตใจ

ป้อนข้อมูลให้นักการเมืองไปผิด ๆ ให้คำแนะนำกับผู้ปฏิบัติการเกี่ยวกับพระศาสนาไปนั้น ทำไปเพราะความเขลาและเมาอำนาจ

เขียนมาทั้งหมดนี้ เต็มไปด้วยเมตตาธรรม แม้จะใช้คำว่า เคาะกะโหลก ก็ขอยืนยันว่า ปราศจากโทสาคติ

ถามตัวเองและตอบตัวเองให้ได้ว่า ถ้าแน่จริง มั่นคงในพระธรรมวินัยจริง แล้วจะสึกออกมาดอมดมโลกียะ จนมีลูกเมียทำไมเล่า

เหลือเวลาอีก 4 วัน คือวันที่ 20 มีนาคม ก็จะถึงวันนัดพบแล้ว

ตามที่เจ้าคุณพระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ผู้ขยันออกข่าวประกาศอกมา

พระสุเมธาภรณ์ท่านเป็นหนึ่งใน 3 ของพระผู้พิจารณาชั้นต้น และได้ร่วมลงนามกับพระพรหมโมลี พระเทพสุธี ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎนิคหกรรม ทั้ง 3 ท่านได้พิจารณาร่วมกัน เป็นเอกฉันท์ ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ จนเสร็จสิ้นลงแล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2542 มาแล้ว

แต่ด้วยความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ของอีกฝ่ายหนึ่ง ที่จะพลิกอธิกรณ์ขึ้นมาพิจารณาใหม่ ผลก็คือ จะมีการเดินนิคหกรรมใหม่ ในวันที่ 20 มีนาคมที่จะถึงนี้

ผู้ที่หนักแน่นในพระวินัย ต่างก็เป็นห่วงท่านเจ้าคุณพระสุเมธาภรณ์ ว่า ในเมื่อท่านเป็นผู้หนึ่งในคณะผู้พิจารณาชั้นต้น เมื่อท่านจะเป็นด่านแรกที่จะเดินนิคหกรรมขึ้นมาใหม่ จะเป็นการล่วงละเมิดอุกโกฏนกรรมสิกขาบท ในพุทธบัญญัติเพียงรูปเดียว อย่าด่วนพูดถึง พระเทพสุธี ผู้รักษาการเจ้าคณะภาค 1 เป็นอันขาด เพราะเรื่องนี้ ยังอยู่ห่างตัวท่าน เจ้าคุณเทพสุธี หลายพันลี้

ปัญหาตอนนี้ก็คือ ท่านเจ้าคุณสุเมธาภรณ์กำลังดูถูกอุกโกฏนกรรมสิกขาบท ว่ามีโทษเบาบางไปหรืออย่างไร จึงกล้าสั่งการลงไปเช่นนี้ จะไม่เป็นการเปิดช่องให้พระในปกครองทั้งจังหวัดปทุมธานี ยึดถือเป็นแบบอย่างไปหรือว่า ขนาดเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ท่านยังกล้าฝ่าฝืนสิกขาบท เห็นปานนี้ แล้วจะไม่ให้ความสำคัญกับสิกขาบทอื่น ๆ ต่อไป

หากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ก็จะยุ่งกันใหญ่ พระเณรจะไม่เอื้อเฟื้อสิกขาบท โดยถือว่า พระระดับเจ้าคณะจังหวัดแท้ๆ ท่านยังทำได้ นับประสาอะไร พระเณรอย่างเรา

ทางแก้มีครับ เพื่อเห็นแก่พระเณรในอาณัติและศาสนา รีบยื่นใบลาออกจากเจ้าคณะจังหวัดด่วนจี้วันนี้เลยดีกว่า

พระท่านอื่นแม้แต่สมเด็จทุกรูปรวมทั้งนายมีชัย ฤชุพันธุ์ด้วย เขาไม่ต้องอาบัติกับท่านเจ้าคุณหรอกขอรับ

ท่านเป็นพระผู้เฒ่าที่น่าสงสารมาก ถูกมารหลอกล่อว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงรับสั่งให้เข้าเฝ้า ท่านไปนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อ ออกข่าวทั้งทีวีวิทยุ และหนังสือพิมพ์ คราวนั้น ท่านลืมไปแล้วหรือ คราวนั้น แค่เสียหายเพราะความเป็นพระบ้านนอกเท่านั้น แต่คราวนี้ ตกนรกคนเดียวจริง ๆ นะขอรับ

สามเณรตัดข่าวนี้ และหยิบแว่นตา ไปถวายหลวงพ่อ และนมัสการให้ท่านอ่านซะ บาปมี นรกมี จริง ๆ นะขอรับ

นมัสการด้วยคารวะ

ปู่โอม


[หน้าหลัก][หน้า1][วิวาทะ][พิเศษ]

1