ปีที่ 3 ฉบับที่ 976 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 16 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 |
วิชัยน็อตหลุดด่าเจ้าพ่อสงฆ์
พระอดิศักดิ์เบิกความถล่มพระธัมมชโย แต่ถูกทนายฯ ซักค้านหงายท้อง ด้าน "วิชัย" ของขึ้นลั่น เจ้าพ่อวงการสงฆ์ปราบยากกว่าเจ้าพ่อทั่วไป
แฉกรมการศาสนางุบงิบส่งรายงาน
บิดเบือนป้อนสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เพื่อรื้อคดีนิคหกรรม
พระอดิศักดิ์ วิริยะสักโก เข้าเบิกความต่อศาลเป็นนัดที่ 2 ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือพระธัมมชโย และนายถาวร พรหมถาวร
ลูกศิษย์ คนสนิทเป็นจำเลยที่ 2 ในข้อหายักยอกทรัพย์ด้วยการนำเงินบริจาคของวัด ไปกว้านซื้อที่ดินในหลายจังหวัด แล้วใส่ชื่อเป็นชื่อตัวเอง ในการพิจารณาคดีที่ศาลอาญา วานนี้ (15มี.ค.) โดยพระอดิศักดิ์ ได้เบิกความกล่าวหาว่า พระธัมมชโยประพฤติตนไม่เหมาะสมกับเพศสมณะ อาทิ การเรี่ยไรบุญ การนำเงินไปกว้านซื้อที่ดิน
ทำธุรกิจน้ำมันใน ภาคอีสาน และการเลือกปฏิบัติกับญาติโยมที่มีฐานะกับคนยากจน แตกต่างกัน ตลอดจนแนวการสอนที่ผิดเพี้ยน อย่างไรก็ตาม เมื่อทนายความจำเลยซักค้านพยานโจทก์ ปรากฏว่า พระอดิศักดิ์ ไม่สามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเบิกความนี้ มีพระภิกษุจำนวน 185 รูป จากวัดพระธรรมกาย และประชาชนทั่วไป ให้ความสนใจเข้าฟัง เป็นจำนวนมาก
จนห้องพิจารณาคดี
ไม่มีที่นั่ง แม้จะจัดเก้าอี้เสริมไว้แล้วก็ตาม โดยระหว่างพักการเบิกความภาคเช้า นายวิรศักดิ์ ฮาดดา ประธานมูลนิธิธรรมกาย เปิดเผยว่า ทนายจำเลยได้ร้องต่อศาลว่า
หนังสือ พิมพ์ 3 ฉบับ คือ เดลินิวส์ มติชน และสยามรัฐ ได้ตีพิมพ์พาดพิงและชี้นำศาล โดยนำเสนอข่าววิพากษ์วิจารณ์ ทำให้เสื่อมเสียต่อจำเลย จึงขออำนาจศาล
ได้โปรดพิจารณา ไม่ให้
สื่อมวลชนดังกล่าว เข้ามาฟังการพิจารณาคดีในนัดต่อไป ซึ่งศาลได้รับคำร้อง และได้นัดพิจารณาเรื่องในวันที่ 22 มี.ค. เวลา 09.00 น. ขณะที่ นายผ่อง เล่งอี้ ส.ว.กรุงเทพฯ เห็นว่า การเบิกความของพยานโจทก์เป็นการใส่ความหลายกรณีด้วยกัน ซึ่งตนจะต่อสู้เพื่อความถูกต้องให้ถึงที่สุด
ด้าน นายวิชัย ตันศิริ รมช.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีเจ้าพ่อเกิดขึ้นในวงการสงฆ์ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะปราบปราม หากเป็นเจ้าพ่อฝ่ายฆราวาส
ยังอาศัยกฎหมาย และ
เจ้าหน้าที่บ้านเมือง เข้าไปดำเนินการ แต่ในวงการสงฆ์ ไม่สามารถแก้ไขได้ทันที เพราะไม่กลัวผู้บังคับบัญชาสูงสุด คือ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ทำให้เกิดความสับสน ไม่เข้าใจบทบาทของแต่ละคนว่า เป็นอย่างไร โดยตนพบมากับตัวเอง แม้ว่า มส.ได้วินิจฉัยเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่มีผู้ยอมรับในคำตัดสิน ทั้งที่ความหมายบางอย่าง
ไม่ต้อง อธิบาย อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้ จะปราบเจ้าพ่อในวงการสงฆ์ไม่ได้ แต่จะค่อยๆ ดำเนินต่อไป ฝากผู้บริหารและครูอาจารย์ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
ช่วยคิดหาวิธีการแก้ไข
สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ด้วย
สำหรับการรื้อฟื้นเรื่องนิคหกรรมพระธัมมชโย และพระทัตตชีโว ตามข้อกล่าวหาของนายมาณพ พลไพรินทร์ และนายสมพร เทพสิทธา ที่พระพรหมโมลี และคณะผู้พิจารณาชั้นต้น ตีความ "ยกฟ้อง" และให้คดีถึงที่สุดไปแล้วนั้น มีรายงานข่าวจากคณะกรรมการมหาเถรสมาคม เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ของกรมการศาสนา
ได้มีหนังสือรายงานเท็จ
ต่อสมเด็จ พระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม เกิดความเข้าใจผิด ชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ดังนี้
กรณีหนังสือทัดทานที่วัดพระธรรมกายได้ชี้แจงไปว่า "ผู้พิจารณาไม่มีอำนาจสั่งรับคำกล่าวหา เพราะกฎไม่ได้ให้อำนาจไว้" หมายความว่า
ผู้พิจารณารับคำกล่าวหาของคฤหัสถ์
ไม่ได้ เพราะกฎไม่ได้ให้อำนาจไว้ แต่กรมการศาสนา รายงานเท็จว่า "ผู้ถูกกล่าวหา ได้มีหนังสือทัดทานว่า คฤหัสถ์ไม่มีสิทธิ์กล่าวหาพระภิกษุได้"
แหล่งข่าวมส.ระบุด้วยว่า รายงานของกรมการศาสนาที่มีต่อสมเด็จพระมหาธีราจารย์นั้น นำไปสู่ความร้าวฉานในวงการสงฆ์อย่างรุนแรง เป็นการเสี้ยมเขาควายให้ชนกัน (รายละเอียดอ่านบทวิเคราะห์ รายงานพิเศษ -หน้า 7)