ปีที่ 3 ฉบับที่ 971 ประจำวันอาทิตย์ที่ 12 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 |
พระสุเมธาภรณ์บ่นเบื่อข่าวธรรมกาย วัดยันนิคหกรรมยุติ
ประชาสัมพันธ์ธรรมกายเผย พระนักกฎหมายยืนยันชัด นิคหกรรมสิ้นสุดแล้ว ไม่สามารถรื้อคดีขึ้นมาได้อีก ด้านพระสุเมธาภรณ์เปิดใจ เบื่อหน่ายข่าวธรรมกายเต็มที ระบุ วันที่ 20 มี.ค. พระธัมมชโยไม่มารับฟังข้อกล่าวหา ก็ต้องให้พระปกครองเหนือกว่าดำเนินการ
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2543 ประชาสัมพันธ์ วัดพระธรรมกาย เปิดเผยถึงกรณีพระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ได้ส่งหนังสือมายังวัด เพื่อให้พระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือ พระธัมมชโย ไปรับฟังข้อกล่าวหาของนายมาณพ พลไพรินทร์ และนายสมพร เทพสิทธา หลังจากที่คณะผู้พิจารณาชั้นต้น ชุดที่มีพระพรหมโมลี เป็นประธานวินิจฉัยยกฟ้อง และถือให้คดีสิ้นสุดไปแล้วว่า
ตามที่มส. มีมติเมื่อวันที่ 19 ต.ค.2542 ว่า การดำเนินการที่ผานมาใช้ชั้นต้น ยังไม่สอดคล้องตามขั้นตอนของกฎนิคหกรรม จึงให้ผู้พิจารณาชั้นต้น ดำเนินการใหม่ ตามกฎนิคหกรรม จึงให้ผู้พิจารณาชั้นต้น ดำเนินการใหม่ ตามกฎนิคหกรรม และให้สอดคล้องกับมติมส.
เมื่อวันที่ 16 ส.ค.2542 ผู้พิจารณาได้ปฏิบัติไปตามกฎมส. ข้อที่ 11 พ.ศ.2521 ที่ว่าด้วยกฎนิคหกรรมแล้ว ตามที่มีผู้กล่าวหามา ซึ่งกฎข้อ 15 ได้ให้อำนาจผู้พิจารณาชั้นต้น ตรวจลักษณะของผู้กล่าวหา และคำกล่าวหาว่า จะรับคำกล่าวหาไว้ได้หรือไม่ ต้องมาดูว่า คณะผู้พิจารณาชั้นต้น ที่สั่งไม่รับคำกล่าวหานั้น ได้ปฏิบัติตามกฎมหาเถรสมาคมจบแล้ว
ฉะนั้น มติมส. ที่ออกมาเมื่อวันที่ 16 ส.ค. จึงออกมาเท่ากับเป็นการรับรองผู้พิจารณาในฐานะผู้พิจารณาชั้นต้นแล้วจริงๆ แล้วมส. ยังไม่ถึงบทบาท หรือยังไม่ถึงอำนาจหน้าที่ ที่จะสั่งให้ดำเนินการตามมส. เพราะว่า มส.จะมีหน้าที่พิจารณาในฐานะชั้นฎีกา หรือชั้นอุทธรณ์ เรื่องนี้ไม่มีการอุทรณ์ หรือฎีกา ฉะนั้น จึงยังไม่ถึงชั้นของมส.
แต่ได้มีกลุ่มบุคคล
พยายามผลักดันให้มีมติ มส. ออกมา ทางมส.จึงมีมติออกมาว่า การดำเนินการกฎนิคหกรรมที่ผ่านมา ยังไม่สอดคล้องตามขั้นตอนกฎนิคหกรรม ซึ่งมตินี้ ได้ออกมาเมื่อวันที่ 19 ต.ค.2542 ตรงกับวันที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ได้ให้คำปรึกษาซึ่งผู้ให้คำปรึกษา ไม่ได้ศึกษากฎนิคหกรรมมาก่อนที่จะเข้าประชุม โดยนายมีชัย ระบุว่า
ตนยังไม่มีความเชี่ยวชาญ
ด้านนิคหกรรม อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้พิจารณาถึงบทบาทหน้าที่ของคณะผู้พิจารณาชั้นต้น ที่มีพระพรหมโมลีเป็นประธานแล้ว ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า คณะผู้พิจารณาชั้นต้น ได้พิจารณาไปตามหลักพระธรรมวินัย และกฎมส.ถูกต้องแล้ว จึงส่งเรื่องตอบกลับไปว่า เรื่องนี้ถึงที่สุดแล้ว เมื่อวันที่ 13 ส.ค. อีกทั้งไม่สามารถที่จะนำกลับมาพิจารณาได้อีก
ประชาสัมพันธ์วัดพระธรรมกายระบุด้วยว่า สำหรับกรณีพระสุเมธาภรณ์มีหนังสือให้พระธัมมชโย ไปรับฟังข้อกล่าวหาอีกในวันที่ 20 มี.ค.นี้ ทางวัดยังให้คำตอบไม่ได้ว่า พระธัมมชโยจะไปหรือไม่ เท่าที่ทราบมา ทางคณะผู้พิจารณาชั้นต้น ได้ทำหนังสือรายงานการพิจารณาดำเนินการ และรายละเอียด ตลอดจนขั้นตอนการดำเนินการนิคหกรรม อันเป็นถึงที่สุดแล้ว ให้กับคณะผู้พิจารณาชั้นต้น ตามบทบัญญัติข้อที่ 15 ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2521) ไปยังเจ้าคณะใหญ่หนกลาง คือสมเด็จพระมหาธีราจารย์แล้วถึง 3 ครั้ง โดยมีพระพรหมโมลี เป็นผู้ลงนามรับรองในฐานะหัวหน้าคณะผู้พิจารณาชั้นต้น มีพระเทพสุธี รองเจ้าคณะภาค 1 ลงนามรับรองในฐานะคณะผู้พิจารณาชั้นต้น
และยังมี พระสุเมธาภรณ์ ลงนามรับรองเช่นกัน จึงถือว่า การดำเนินกฎนิคหกรรมจบแล้ว ส่วนการจะฟ้องร้องใดอีก ต้องไม่ใช่เรื่องที่เก่าที่เคยกล่าวหามาแล้ว
วันเดียวกันนี้ พระสุเมธาภรณ์ เปิดเผยว่า ก่อนที่จะถึงวันที่ 20 มี.ค.ซึ่งเป็นวันกำหนดให้พระธัมมชโยเข้าพบ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ก็ยังไม่อยากจะให้สัมภาษณ์ใด ๆ กับสื่อมวลชน รอให้ถึงวันนัดเสียก่อน หากพระธัมมชโยไม่มารับทราบข้อกล่าวหา ก็ต้องหารือกับพระเทพสุธี รักษาการเจ้าคณะภาค 1 ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ
"หากไม่มารับฟังข้อกล่าวหาตามที่กำหนด ก็จะให้ฝ่ายที่เหนือกว่า เรียกพระธัมมชโยเข้าพบ ทางอาตมาจะไม่มีหนังสือเรียกซ้ำอีก เว้นแต่ว่า จะมีคำสั่งมา
ก็จะต้อง
ทำหนังสือเรียกใหม่อีกครั้ง ทุกวันนี้มีหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับส่งมาถวาย ก็ไม่อยากจะอ่านแล้ว รู้สึกเบื่อข่าวไปเสียแล้ว"
พระสุเมธาภรณ์