ปีที่ 3 ฉบับที่ 966 ประจำวันอังคารที่ 7 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 |
"ผ่อง" ย้ำโตแล้ว ไล่ตีเด็กไร้สาระ
"ผ่อง เล่งอี้" โวยไม่เคยพูดจะใช้อำนาจ สว. ไปไล่บี้ "เสี่ยตือ-วิชัย" สื่อมวลชนเข้าใจผิดไปเอง เผยรับราชการมาจนเป็นอธิบดี มีวุฒิภาวะเพียงพอ รู้อะไรผิดอะไรถูก แต่ถ้ารัฐมนตรี หรือนักการเมือง ทำผิด ก็จะฟันไม่เลี้ยงเหมือนกัน ด้านบิ๊กกระทรวงศึกษาฯ ได้ทีออกโรงถล่มแหลก กล่าวหาบิ๊กธรรมกายอาฆาตเป็นการส่วนตัว "กุเทพ" ร่วมแจมออกอ่าวออกทะเล กล่าวหาธรรมกายบีบรัฐบาลยุบสภา
นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวว่า นายผ่อง เล่งอี้ ว่าที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จะดำเนินการถอดถอนตน และนายวิชัย ตันศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเข้าไปดำเนินการกับวัดพระธรรมกาย ว่า ยินดีน้อมรับการตรวจสอบของนายผ่อง
ในฐานะสมาชิก วุฒิสภา ที่จะเสนอให้มีการถอดถอนตน และนายวิชัย
อยากฝากบอกนายผ่อง ว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ต้องการเคารพแนวความคิดของคนส่วนใหญ่ การเอาอัตตาเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่การส่งเสริม
และสนับสนุนการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตย แต่กลับเป็นการเหนี่ยวรั้งการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย หากอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ต้องเคารพความคิดเห็นของคนอื่น
อย่าเอาความคิดเห็นของ ตนเอง
เป็นที่ตั้ง อำนาจการถอดถอนผู้มีตำแหน่งทางการเมือง สว. สามารถทำได้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ แต่สว. ย่อมไม่ใช่บุคคลหนึ่งบุคคลใด ที่คิดจะถอดถอนใครก็ทำได้ ตามอำเภอใจ ตนเชื่อว่า รัฐธรรมนูญคงไม่มีเจตนาอย่างนั้น และมั่นใจว่า การดำเนินการสิ่ง ต้องตั้งเป็นองค์คณะ หรือตามเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด
สำหรับความคืบหน้าการดำเนินการแก้ปัญหาวัดพระธรรมกายนั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากนายสุทธิวงศ์ ตันตยาพิศาลสุทธิ์ รองอธิบดีกรมการศาสนาว่า พระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี จะเรียกเจ้าอาวาส และรองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 20 มีนาคมนี้ หากไม่มา
กระบวนการตาม กฎนิคหกรรม
ก็จะดำเนินต่อไป ไม่มีอะไรมาทำให้กระบวนการหยุดชะงักได้ อย่างไรก็ตาม จนถึงวันนี้ ก็ยังยืนยันว่า ไม่เคยปรักปรำว่า วัดพระธรรมกายถูกหรือผิด
เพียงแต่อยาก
ให้มาพิสูจน์ด้วยตัวเอง ตามกระบวนการทางสงฆ์ เพราะทางโลกได้ดำเนินการไปแล้ว เพื่อเรื่องทั้งหมดจะได้ยุติ ประชาชนจะได้ไม่สับสน
หากองค์กรสูงสุด
ได้พิจารณาแล้ว กระทรวงศึกษาฯ ก็พร้อมจะสนับสนุนในสิ่งที่ถูกต้อง จะไม่ยอมให้ใครมีอาญาสิทธิ์ เหนือกติกาสังคม ไม่ว่า จะเป็นบุคคล หรือ คณะบุคคล
ด้านนายวิชัย กล่าวว่า อยากให้นายผ่องพิจารณาถึงบทบาทของตัวเอง โดยเฉพาะบทบาทของการเป็นสว. ว่าคืออะไร
ที่ผ่านมา ตนได้ฐานะนักการเมือง
ที่เป็นตัวแทนของ ประชาชน ก็ปฏิบัติตามครรลองของกฎหมาย และมติมหาเถรสมาคม (มส.) ถือว่า ตนไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย การแก้ปัญหาวัดพระธรรมกาย ก็เป็นไปตามขั้นตอน อย่างไรก็ตาม ขอบอกว่า ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ที่จะมาเกลียดชังกัน และที่ทำไปก็ไม่ใช่เพราะความเกลียดส่วนตัว ดังนั้น อยากให้นายผ่อง ทำหน้าที่ของสว. ให้ดีที่สุด
ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของ
คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หากเป็นเช่นนั้น ประชาชนก็มีสิทธิ์ที่จะถอน สว.ได้
ทางด้าน รท. กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปและวัฒนธรรม กล่าวว่า ทางสว.คงต้องพิจารณาข้อสงสัยต่างๆ ของประชาชน ที่มีต่อวัดพระธรรมกาย ด้วยความเป็นธรรม และอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ตนไม่ต้องการให้สว. นำเรื่องนี้ มาเกี่ยวข้องกับการเมือง จะทำให้เกิดความขัดแย้ง และส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อกรณีวุฒิสภา มีอำนาจในการเรียกฝ่ายบริหาร มาตรวจสอบ อาจมีการใช้อำนาจหน้าที่ไม่ถูกต้อง กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ ในกรณีของวัดพระธรรมกาย
จนกลายเป็น ความขัดแย้งของ 2 สภา
หากนายผ่อง จะดำเนินการเช่นนี้ ถือว่า ไม่เหมาะสม วุฒิสภาชุดนี้ มาจากการเลือกตั้ง ควรที่จะปรับตนเอง ให้เข้ากับระบบก่อน ไม่ใช่มาไล่เบี้ยกับผู้บริหาร
แต่หากเป็นเรื่อง ที่มี
ความชัดเจนแล้ว แต่องค์กรที่ดูแล ยังไม่ทำอะไรให้คืบหน้า วุฒิสภาชุดใหม่ ก็สามารถทำได้
กรณีวัดพระธรรมกายนี้ ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯ ตั้งใจทำงานด้วยความโปร่งใส ไม่มีใครตำหนิ เพราะได้ปกป้องพระศาสนาอีกทั้งคนจำนวนมาก
ต้องการให้รักษา
พระธรรมวินัย หากศิษย์วัดพระธรรมกายคิดเช่นนี้ ก็เชื่อว่า จะเป็นแรงกดดันให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจยุบสภา เพื่อให้มีผู้บริหารชุดใหม่เข้ามาทำงานพร้อมกับวุฒิสภาชุดใหม่
ด้านนายผ่องกล่าวว่า ตนไม่เคยพูดว่า จะใช้อำนาจวุฒิสมาชิก ไปไล่เบี้ยกับนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล หรือ นายวิชัย ไม่ทราบว่า ข่าวออกไปเป็นเช่นนี้ ได้อย่างไร
ตนรับราชการ
มาจนได้เป็นอธิบดี มีวุฒิภาวะเพียงพอ ย่อมจะรู้ว่า อะไรเหมาะสม ไม่เหมาะสม ไม่เคยคิดใช้อำนาจในทางที่ผิด แต่หากรัฐมนตรีใช้อำนาจในทางที่ผิด นั่นแหละ
ตนถึงจะ ดำเนินการ เข้าใจว่า สื่อมวลชนเข้าใจคลาดเคลื่อนกันไปเอง