ปีที่ 3 ฉบับที่ 962 ประจำวันศุกร์ที่ 3 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 |
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ส.ว. วันหมาเห่าคืนหมาหอน
วันนี้คือวันสุดท้ายของการหาเสียงของการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกทั่วประเทศ ทั้งที่กฎหมายพยายามกำหนดว่า ห้ามมีการหาเสียง ให้ทำได้แค่แจกเอกสารแนะนำตัวเท่านั้น
แต่สุดท้าย
ก็กลายเป็นคำสั่งแบบศรีธนญชัย
เอกสารแนะนำตัวก็เลยกลายเป็นโปสเตอร์ขนาดใหญ่พอประมาณ ติดตามเสาไฟฟ้าทั่วประเทศ ทั้งที่วันแรกไม่ค่อยมีคนกล้าทำ เพราะไม่นึกว่า จะทำได้ แต่พอเห็นคนอื่นทำได้ คราวนี้ ก็เลยกลายเป็นสงครามโปสเตอร์ที่สร้างความร่ำรวยให้กับโรงพิมพ์ทั่วประเทศ พิมพ์กันคนละเป็นหมื่นเป็นแสน ติดกันอย่างไม่อั้น ดีครับ ดี เงินหมุนเวียนดี
ครับ
เอกสารแนะนำตัวกลายเป็นสื่อชนิดเดียวที่ทำได้ในที่สาธารณะ
เป็นโปสเตอร์ขนาดเดียวกัน เพราะโดนกฎหมายจำกัดขนาดไว้ ถ้าจะว่าไปก็ดีเหมือนกัน ดูเป็นระเบียบดี ไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกัน บางคนก็มีรูปสวยงาม บางคนก็มีแต่ชื่อกับเบอร์ บางคนก็ทำเป็นกระดาษสีสวยสะดุดตา
นอกนั้น ก็เป็นแผ่นพับและใบปลิวสีสันงดงาม แล้วแต่ฝีมือของผู้สมัคร บางคนก็ทำเป็นรูปหัวใจ บางคนก็ทำเป็นรูปดอกกุหลาบ บางคนก็พิมพ์สีเดียวเรียบๆ บางคนก็ใช้กระดาษแบบรีไซเคิล เพื่อแสดงภาพว่า อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เนื่องจากแนวคิดในอุดมคติของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องการให้มีการหาเสียง เพราะไปทึกทักเอาว่า คนจะมาสมัครวุฒิสมาชิกแล้ว
ต้องดังขนาด ไม่ต้อง
หาเสียงแล้ว แค่เอ่ยชื่อทุกคนก็ต้องร้องอ้อ
เข้าใจว่า ผู้ร่างและหัวหน้าทีมร่างนั้น คงนึกถึงชื่อของคนดังขนาด คุณอุทัย พิมพ์ใจชน และคุณอนันต์ ปันยารชุน ซึ่งปรากฏว่า ไม่ได้ลงสมัครทั้งคู่ เพราะเป็นหัวเรือใหญ่ของ สสร. ผู้ร่างแนวความคิดนี้ ใส่ในรัฐธรรมนูญฉบับในฝัน
จึงห้ามโฆษณาหาเสียงเด็ดขาด ขนาดคนแจกใบปลิวก็ยังไม่กล้าใช้คำเชิญชวนว่า เลือกเบอร์นี้นะค่ะ เพราะกลัวจะผิดกฎหมายข้อหาชี้นำ ได้แต่ใช้คำว่า
เสนอให้เพื่อพิจารณา นะคะ แล้วก็วิ่งแจกอุตลุต
ผมคิดว่า คนร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนนี้ คงลืมไปว่า คนดังขนาดคุณอานันท์ และคุณอุทัยนั้น เมืองไทยมีไม่กี่คนหรอก บางคนเป็นคนดีมีความสามารถ มีความรู้สูง ประวัติดี แต่ไม่ดัง พอมาเจอกฎหมายเลือกตั้งแบบนี้ ก็เลยเหมือนกับคนเป็นใบ้ มีดีแต่พูดไม่ได้ ใช้เครื่องขยายเสียงก็ไม่ได้ ไปในงานไหนก็ใช้ปากตะโกนเอา ดูแล้วก็บ้าดีเหมือนกัน
ครับ คนไทยยุคนี้ เลยเป็นหนูตะเภาให้นักการเมือง ทดลองยา ถ้าไม่ดีก็ไปแก้รัฐธรรมนูญใหม่ก็แล้วกัน ยิ่งการบังคับให้คนมาออกเสียงเลือกตั้งทุกคน ถ้าไม่มาจะเสียสิทธิ์เลือกตั้ง และสิทธิ์อะไรอีกมากมาย อนาคตจะลงเลือกตั้งอะไรก็ไม่ได้
หลวงพี่หลายองค์ตั้งคำถามว่า เอ๊ะ .. แล้วพระก็ลงคะแนนเสียงไม่ได้ ทั้งที่รัฐธรรมนูญเขียนว่า คนไทยทุกคนต้องไปลงคะแนนเลือกตั้ง ไม่มียกเว้น ถ้าวันไหนอาตมาสึกไป
อาตมา
ก็ไม่มีสิทธิ์สมัครเลือกตั้งอะไรทั้งนั้นน่ะซิ
ทั้งๆ ที่พระไทยก็มีหัวใจ มีความคิด มีความรักชาติ เป็นผู้นำชุมชน ถูกตัดสิทธิ์ แต่พระในศาสนาอื่นไม่ถูกห้าม สามารถลงคะแนนเสียงได้ตามชอบใจ ครับ ...
อยากเป็นพระไทย
ก็ต้องช้ำใจอย่างนี้แหละหลวงพี่ วันนี้เขากำลังเอาใจศาสนาอื่นกันทั้งนั้น ไม่รู้เหรอหลวงพี่...
ศาสนพุทธนั้น โบราณเต่าพันปี สอนแต่ให้ยากจนวนเวียนอยู่กับที่ สู้รับเงินสงเคราะห์จากองค์กรโง่ หรือ NGO บางแห่งของฝรั่งดีกว่า มาในชื่อมูลนิธิสวยหรู
แต่ศาสนา แฝงเต็ม เพียบ
วันนี้ อำนาจมืด อำนาจรัฐ และอำนาจเงิน กระจายทั่วประเทศไทย ในการเลือกตั้งครั้งนี้
บางเขต บางจังหวัด ได้รับคำสั่งจากผุ้มีอำนาจเบื้องบน ไล่กันมาตามลำดับชั้นว่า ให้ช่วยเบอร์นั้น เบอร์นี้ คนสั่งมีอำนาจเต็มแผ่นดิน บรรดาคนรับสั่ง
ก็เป็นเพียงข้าราชการ
ที่ไม่มีสิทธิ์จะปฏิเสธ ก็เลยสั่งกันเป็นทอด ๆ ต่อๆ ผู้น้อยก็ก้มหน้ารับไปปฏิบัติ
แถมยังมีคำสั่งพิเศษอีกว่า ถ้าไม่ได้ที่หนึ่งหรือไม่ได้คะแนน เท่านั้นเท่านี้ อาจโดนย้ายทั้งบาง ทุกคนก็กลัวลนลาน
แต่วิธีหาเสียงที่มีประสิทธิผลที่สุดคือ อำนาจเงินที่กระจายไปทั่ว รับกันไปต่อๆ เป็นทอดๆ ไป จนถึงระดับตำบล หมู่บ้าน มีการกำหนดตัวเลขกันเป็นเขต เหมากันเป็นหมู่บ้าน เหมากันเป็นแฟลต เหมากันเป็นเขตๆ โดยมีหัวคะแนนตัวแสบทุกหัวระแหง มีทั้งของจริง ของปลอม และราคาคุย
วันนี้ คือ วันสุดท้ายที่ผู้สมัคร จะต้องตัดสินใจชะตากรรมของตัวเอง คนที่คะแนนลอยลำก็นอนใจได้ แต่คนที่ลุ้นจะเข้าเบอร์สุดท้ายที่เกือบตก ดีกว่าเป็นเบอร์แรกที่เกือบได้ วันนี้ จะเทกระเป๋าหรือไม่ ก็ต้องตัดสินใจวันนี้แหละว่า ใจจะถึงหรือไม่
เพราะพลาดท่านแทนที่จะได้เป็นสว. ก็จะกลายเป็น สต. คือสอบตก และต้องไปรออีก 6 ปี ซึ่งถ้าถึงวันนั้น บางคนก็บอกว่า แก่เต็มทีแล้ว คงไม่เอาอีกแล้ว ถ้าสู้ไม่ไหวก็ร้องเพลงอ้อม สุนิสาว่า "ถอย .. ดีกว่า"
ผมเห็นโพลที่เปิดเผยไม่ได้ เพราะกฎหมายห้าม เห็นชื่อคนที่คะแนนทำท่าจะนำ กลับกลายเป็นคนที่จ้องทำลายศาสนาพุทธมากที่สุด จ้องที่จะจับผิดพระมากที่สุด
สร้างความ
แตกแยกในชาติมากที่สุด และเชื่อว่า ครั้งนี้ ก็อาจจะมีเงินหนุนจากต่างชาติ ต่างศาสนา ที่สามารถให้อย่างเต็มที่ เพื่อผลักให้เข้าไปอยู่ในอำนาจสูงทางการเมืองของประเทศไทย
เมื่อดูคะแนนเสียงจากโพลทั่วประเทศ เริ่มเด่นชัด ขบวนการต่างศาสนาที่แอบแฝง ส่งคนเข้ามาซื้อประเทศไทยครั้งนี้ คิดแล้วเป็นเงินจิ๊บจ๊อย
โยงใยและเครือข่ายคนดัง
ระดับ ประเทศ ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยมีขบวนการปีศาจ และเงินทุนหนุนหลัง งานกำลังจะสำเร็จ จนต้องฉลองชัยทั่วประเทศ ถ้าเช่นนั้น 4 มีนาคม คือ
ชัยชนะยกแรกของกลุ่มถล่มทำลาย
พุทธศาสนา
ตื่นเถิดครับ ชาวพุทธทั่วประเทศ ภัยจะมาถึงตัวพรุ่งนี้แล้ว อย่าชะล่าใจนะครับ
สิงห์ขาว