ปีที่ 3 ฉบับที่ 961 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 2 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 |
บี้โจทก์ธรรมกาย มั่วเหมืองทองคำ
ทนายธรรมกายต้อนพยานโจทก์กรณีเหมืองทองคำ เผยพระธัมมชโยไปดูที่ดิน จ.พิจิตรด้วยตัวเอง ยืนยันแม้ที่ดินไม่มีแร่ทองคำ ก็จะซื้อเก็บเอาไว้ เพื่อก่อสร้างเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม แต่ถ้ามีสายแร่ทองคำ ก็จะนำทองมาหล่อพระพุทธรูป
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 1 มีนาคม 2543 พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (พระธัมมชโย) จำเลยที่ 1 นายถาวร พรหมถาวร จำเลยที่ 2 นายสนธยา โพธิ์แดง ทนายความฝ่ายจำเลย
พร้อมด้วย
สานุศิษย์พระภิกษุและฆราวาสอำกจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางไปถึงศาลอาญากรุงเทพ ถนนรัชดาฯ เพื่อรับฟังการไต่สวนพยานโจทก์ ในคดีฆราวาสกล่าวหาสงฆ์ว่า ยักยอดทรัพย์ ซึ่งศาลได้นัดสืบพยานทั้งภาคเช้าและบ่าย
ภายในห้องพิจารณาคดีที่ 704 ชั้น 1 ได้มีผู้เข้ารับฟังการสืบพยานโจทย์ เป็นพระภิกษุ ประมาณ 150 รูป พร้อมคณะศิษย์ประมาณ 200 คน โดยผู้พิพากษา ได้ขึ้นบัลลังก์เวลา 09.00 น.
อัยการได้ซักถามพยานโจทก์ นายชาญวิทย์ ให้การว่า ตนได้เรียนจบปริญญาโท สาขาวิทยาศาสตร์ธรณีวิทยา เมื่อปี 2519 หลังจากจบแล้ว ได้ทำงานกับบริษัทเอกชนหลายบริษัท ได้รับเงินเดือนประมาณเดือนละ 90,000 บาท ในตำแหน่งผู้จัดการ มีหน้าที่สำรวจทางธรณีวิทยา โดยทั่วไปในประเทศไทย หลังจากได้สำรวจพบว่า ที่บริเวณเขาพนมพา
ตำบล ท่าข้าม อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ มีแร่ทองคำในพื้นที่เป็นจำนวนมาก จึงซื้อที่ดินจากชาวบ้านมาเป็นของตนเมื่อปี 2531 จำนวน 10 ไร่เศษ
และต่อมาได้สำรวจพบ แร่ทองคำ
ที่เขาบ่อทองและเขาหม้ออีก จึงซื้อที่ดินอีกประมาณ 158 ไร่ เป็นเอกสารสิทธิ์ นส.3 บ้าง เป็น นส.3ก. บ้าง โดยใช้ชื่อน้องชายต่างบิดา เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์
ในส่วนที่เอกสารสิทธิ์
ยังไม่เป็นนส.3 ตนได้ขอทางการให้ออกเป็น นส.3 ก.ทั้งหมด
ต่อมา เมื่อเดือนเมษายน 2534 ดร.มนตรี ซึ่งเป็นเพื่อนได้มาหาที่บ้านพัก จ.เชียงใหม่ ตนได้พูดคุยเรื่องพบแร่ทองคำ
แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นที่ใด หลังจากนั้นไม่นาน ดร.มนตรีได้โทร
ติดต่อมาที่บ้าน บอกว่า มีญาติเป็นลูกพี่ลูกน้องชื่อสีกาตุ้ย จะมาหาพูดคุยด้วย ตนจึงนัดพบกันที่ร้านอาหารด้านหลังห้างโรบินสันสีลม ซึ่งในวันที่พบกัน มีนายถาวร พรหมถาวร คนสนิทพระธัมมชโย และได้นำไปพระธัมมชโยในเวลาต่อมา
นายชาญวิทย์ ระบุว่า ได้พบกับพระธัมมชโย อีกครั้งหนึ่งที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อประมาณเดือน พ.ศ.2534 คุยกับท่านครั้งนี้ ท่านบอกว่า ทางวัดต้องการทองคำจำนวน 3 ตัน จะเอามาสร้างพระพุทธรูป หลังจากนั้น ตนจึงนัดพาไปดูที่ดิน โดยขึ้นเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปลงที่ จ.พิษณุโลก มีด้วยกันทั้งหมด 4 คน คือ หลวงพ่อธัมมชโย นายถาวร สีกาตุ้ยหรือคุณอมรรัตน์ สุวิภัทร์ และตนเอง แล้วเดินทางโดยรถยนต์ไปอีกประมาณ 100 กม. ก็ถึงเขาพนมพา จ.เพชรบูรณ์ ตนได้ให้สำรวจกันเอง และบอกว่า
ให้เอาใส่ถุงปุ๋ย ไปด้วย ระหว่างนั้น ตนได้พูดคุยอยู่กับหลวงพ่อ รู้สึกประทับใจในคำพูดที่หลวงพ่อพูดว่า "ถึงแม้ว่าที่ที่ดินแห่งนี้จะไม่มีทอง แต่อาตมาก็อยากจะได้เอาไว้สร้างวัด"
ตอนกลับ ได้เดินทางโดยระยนต์ ตนได้มาพักค้างคืนที่วัดพระธรรมกาย พอรุ่งเช้า ก็นำดินที่เก็บตัวอย่างมาร่อนทองที่บริเวณคูน้ำภายในวัดใกล้กับที่พักคุณถาวร ได้พบทองจำนวนหลายเม็ด ขนาดเม็ดละ 1-2มม. และ 3-4มม. หลวงพ่อได้ให้สีกาอี้ดนำไปตรวจสอบที่กรมทรัพยากรธรณี ได้ผลว่า เป็นทองคำบริสุทธิ์
นายชาญวิทย์ กล่าวว่า หลังจากนั้นพระธัมมชโยกับนายถาวร ได้ไปหาตนที่ จ.เชียงใหม่ ท่านบอกว่า อยากได้ทองไปทำพระพุทธรูป ท่านถามว่า ในที่ดินมีถึง 3 ตันไหม
ตนตอบ ไปว่า มีทั้ง 7 แปลง รวม 10 ล้านบาท ประมาณว่า ในที่ดิน 10 ไร่ จะมีทองคำที่มีมูลค่าถึง 200 ล้านบาท ที่ตนอยากจะขาย ก็เพราะตนเป็นพุทธศาสนิกชน
ไม่อยากให้ที่ดินตน
ไปเป็นของคนที่ไม่ดี และอยากจะทำบุญด้วย พระธัมมชโยก็ตกลงซื้อโดยไม่ต่อรอง ต่อมาพระธัมมชโยได้โอนเงินมาให้ 3 งวด ๆ แรกเป็นเงิน 5 ล้านบาท งวดที่สอง เป็นเงิน 3 ล้านบาท จ่ายเป็นแคชเชียร์เช็ค นำเข้าธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาช้างเผือก และงวดที่ 3 อีก 2 ล้านบาท ซึ่งหลังจากได้รับเงินงวดที่สองแล้ว ตนได้ไปโอนที่ดินให้ที่ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร โดยลงชื่อโอนลอยไว้ ยังไม่ได้ลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ มีสีกาตุ้ยและนายถาวร ไปด้วยกัน หลวงพ่อไม่ได้ไปด้วย และไม่ได้ลงราคาซื้อขายไว้ในสัญญา
จนเวลา 10.30 น. ผู้พิพากษาได้สั่งให้พักการสืบพยานโจทก์ เพื่อให้พระธัมมชโยฉันภัตตาหารเพล จนช่วงบ่ายได้เริ่มการสืบพยานโจทก์อีกครั้ง
โดยทนายความจำเลย ได้ซักพยาน
โจทก์เกี่ยวกับที่ไปที่มาของแร่ทองคำ และการขอสัมปทานบัตรในการทำเหมือนทองคำ ตลอดจนการยืนยันว่าพระธัมมชโยได้แจ้งความประสงค์ที่จะนำทองคำไปหล่อพระพุทธรูป และหากที่ดินไม่มีทองคำ ก็จะซื้อไว้เพื่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม จริงหรือไม่ ซึ่งพยานโจทก์ก็ให้การยืนยันการให้การเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นอกจากนั้น นายชาญวิทย์ยังระบุด้วยว่า ตนได้เคยบริจาคเงินเพื่อทำบุญเมื่อครั้งที่มีกิจในศาสนาโครงการบวชสามเณรลูกแก้วที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นโครงการบวชสามเณรลูกแก้ว ที่จ.เชียงใหม่
ซึ่งเป็นโครงการของ
วัดพระธรรมกาย แล้วยังให้การอีกว่า หลังจากนั้น ตนก็ไม่ได้พบกับพระธัมมชโยอีกจนถึงวันนี้