ตำนานพุทธบาท ] พระมหากษัตรย์ทรงสร้างพระมณฑป ] พระมหากษัตริย์กรุงศรีอยุธยาเสด็จประพาส ] [ ทรงนมัสการพระพุทธบาท ] ทรงนมัสการลาพระพุทธบาท ]

[ทรงนมัสการพระพุทธบาท]

๒๑   ปางนั้นสมเด็จกระษัตรา

ศุภจิตรวรา

เสด็จสรงสา-

คเรศพลัน

       เสร็จทรงอาภรณพรายพรรณ

ภูธรจรจรัล

มากระทำอัญ

ชลิตวา

       ทักษิณพุทธบาทศาสดา

ถวายทีปบุษปมา

ไลยสุคนธา

รกำจร

       อิกภูษิตสรรพาภรณ์

เบญจราชกกุธธร

ถอดถวายศร

ภิรมยัง

       เสด็จสดับรสธรรมเทศนัง

ดุริยางคจำเรียงสัง

คีตประนังดัง

ประโคมถวาย

       ครั้นเสร็จอภิวันท์เสด็จปราย

หิรัญสุวรรณหลาย

ทรัพยแจกจ่าย

คณานันต์

       ทานแก่พณิพกสบสรรพ์

บรมหริรักษจรร-

โลงลิลาผัน

ประเวศวังฯ

 

 

[มหรสพกลางวันสมโภชพระพุทธบาท]

๑๑   บัดการมโหรศพ

พก็โห่ขึ้นประนัง

กลองโขนตระโพนดัง

ก็ตั้งตระดำเนิรครู

       ฤาษีเสมอลา

กรบิลพาลสองสู

เสวตรานิลาดู

สัประยุทธภัณฑนา

       ตระบัดก็เบิกไพ

จิตรสูรอสูรา

ถวายดวงธิดาพงา

อมเรศเฉลิมงาน

       ลครก็ฟ้อนร้อง

สุรศัพทกลับขาน

ฉับฉ่ำที่ดำนาน

อนิรุทธกินรี

       ฝ่ายฟ้อนลครใน

บริรักษจักรี

โรงริมคิรีมี

กลลับบแลชาย

       ล้วนสรรสกรรจ์นาง

อรอ่อนลอออาย

ใครยลบอยากวาย

จิตรจงมเมอฝัน

       ร้องเรื่องระเด่นโดย

บุษบาตุนาหงัน

พักพาคุหาบรร-

พตร่วมฤดีโลม

       ฝ่ายหุ่นก็ตั้งโห่

ศัพทส้าวกระโหมโครม

ชูเชิดพระโคโดม

ทวิพราหมณรณรงค์

       เริ่มเรื่องพระไชยทัต

จรเสด็จพนาพง

ลอบล้อมมฤคยง

อสุรท้าวกุเวรแปลง

       โมงครุ่มคณาชาย

กลเพศพึงแสยง

ทับทรวงสอิ้งแผง

ก็ตระกูตโกคำ

       เทริดใส่บใครยล

ก็ละลนละลาวทำ

กุมแส้ทวารำ

ศัพทร้องดำเนิรวง

       บัดเบื้องรเบ็งแต่ง

กลกายประดุจมง-

ครุ่มเทริดบสมทรง

กรกุมธนูเมียง

       ย่องยิงมยุรมรณ์

ก็สอ้อนสเอวเอียง

ลูกคู่ก็แตกเสียง

โอรพ่อตระหลบเวียน

       นางรำระบำบรร-

พก็ฟ้อนบชำเนียร

พิศเล่นแต่พาเหียร

บมิส่ำจะสำรวล

       เทพทองคนองเฮ

ชนเปรสดับสรวล

โต้ตอบก็ไป่ควร

ประถ้อยแถลงกัน

       โขนหนังรดับช่อง

รทาหุ่นและรามัญ

รำเล่นบเปนฉัน

ทิจะสุนทราแล

       เหล่าหกคเมนเมิล

จรลิ่วลลานแด

ยกบาทกลับแปร

ศิรลงก็เสียวสยอน

       ไต่ลวดและกุมหาง

มยุรย่างพเนจร

แล่นเล่นบอาทร

ดุจเหาะจะเหิรหาว

       แนบนิทรลวดแลบ

ก็กระแหนบทิหนวดนาว

ห้อยหันคือคังคาว

ชนเสียวสยองแทน

       รำแพนฟฟ้อนหัด

ถก็ยืนรโยนแปลน

ปลายไม้ประดุจแมน

มารังสรรคโสภา

       ลอดบ่วงทลวงถลัน

บมิทันจะพริบตา

ประดุจอุรคา

อันเลื้อยลอดลดาดาย

       พวกนิทรหอกดาบ

พิศปลาบชีวาวาย

ครกวางณกลางกาย

ประนังสากบยากยัน

       มวยปล้ำตระบองตี

ประเตะต่อยตลุมกัน

หยุดยกก็รางวัล

ชนะปูนบำเหน็จนอง

       ล้วนสรรพกลั่นแกล้ง

มาสมโภชสมพอง

สุดสิ้นเสนอสนอง

จะนิพนธรำพรรณ

       เบื้องบ่ายพระสุริเยน-

ทรเสนีประนมคัล

สามคาบก็ขึ้นกัล-

ลปพฤกษโปรยทาน

 

 

๒๘   เมื่อนั้นประชา

ราษฎรโยธา

พณิพกทวยหาร

สิ้นทั้งปักษ์ปวง

มารับพระราชทาน

ตบหัดถ์ฉัดฉาน

ชนช่วงชิงกัน

       เบียดเสียดสับสน

ชายหญิงโจษจล

รวบรับหิรัญ

ล้มลุกคลุกคลาน

ดิ้นด้าวแดยัน

ฉุดชักพวกพรรค์

ได้แล้วครรไลย

       ซื้อหากระยาหาร

เสพสุขสำราญ

โอ่อ่าคลาไคล

รูปเทียนบุปผา

คันธามาลัย

จรพระลานใน

นบพุทธบาทา

       เปนเวรอภิวาท

ชายหญิงบอาจ

ลุมเล้าทวารา

สำเริงสำราญ

สุขีปียา

ทั่วทั้งประชา

ชีพราหมณสงฆ์

 

 

[มหรสพสมโภชกลางคืน]

๑๖   ครั้นสุริยเสด็จอัษฎงค์

เลี้ยวลับเมรุลง

ชรอุ่มชรอ่ำอัมพร

      บัดหนังตั้งโห่กำธร

สองพระทรงศร

ฉลักเฉลิมเจิมจอง

      เทียนติดปลายศรศรสอง

พากย์เพ้ยเสียงกลอง

ก็ทุ่มตระโพนท้าทาย

      สามตระอภิวันท์บรรยาย

ชูเชิดพระนารายน์

นรินทรเริ่มอนุวัน

      บัดพาลาสองสองขยัน

ปล่อยวานรพัน-

ธนาก็เต้าเตียวจร

      ถวายโคบุตรบมิให้มรณ์

ปละปล่อยวานร

นิวาสสถานเทาคง

      เริ่มเรื่องไมยราพฤทธิรงค์

สกดอ้มองค์

นเรศดลบาดาล

 

[เสด็จทรงจุดดอกไม้เพลิงเป็นพุทธบูชา]

      ปางนั้นสมเด็จมหิบาล

เสด็จด้วยบริพาร

ลีลาศเลียบเหลี่ยมผา

      จุดเพยียมาศแจ่มดวงผกา

ถวายพุทธบาทา

ตระบัดรทาพุ่มเพลิง

      โป้งปีบปีบเสียงศัพท์เถกิง

ดุจพยัคฆ์ร้องเริง

แลเสียงมฤคกวางฟาน

       ตรวจตรวยพวยพุ่งคัคณานต์

นกบินบินปาน

สกุณร่อนรักรัง

       อ้ายตื้อหวือวุดกำลัง

พพักตรชนพัง

พินาศโลหิตสลาย

       กังหันหันดุจลมผาย

ช่อม่วงร่วงราย

ฝอยทองรเทือกน่ารทา

       พลุจีนศัพทก้องโกลา

แจ่มดวงในอา-

กาศเรืองชช่วงดังดาว

       เพลิงพยัคฆ์ลากหางสำหาว

แล่นลุมชนฉาว

ปทัดปะทะคนยัน

       เพลิงสินธพบรเห็จหัน

พเนียงสนั่นครัน

อุโฆษชโชติช่วงงาม

       เพลิงโคควายวิ่งกลางสนาม

มีนายติดตาม

กรกุมประฏักทักแทง

       เพลิงพ้อมพิสดารดูแสดง

หลากหลายเปลี่ยนแปลง

ปราสาทสุดโคมคน

       มีมังกรล่อแก้วกล

แล่นไล่เวียนวน

วิจิตรส่ำรำพรรณ

       จรัสแจ่มเพยียรุ่งเรืองวรรณ

นวลคือนวลจัน-

ทรแจ่มหน้าชนานวล

       มโหรศพสมโภชประมวญ

ครบเจ็ดวันควร

สนุกแลสุขสบสรรพ์ฯ

 

 

[เสด็จประพาสชมไพร]

๑๑   เสร็จการสยมโภช

บรมไทเสด็จพลัน

คลายพยุหโจษจรร

จรชมพนมพนา

      ห้วยเหวศิขรบรร

พตเลิศสมญา

ถ้ำธารทุราทวา

รแวกวุ้งคุหาบรร

      โตรกตรอกชงอกเงื้อม

ชง่อนซ้อนสลับกัน

ลดเลี้ยวไศลพรรณ

พิฦกล้วนศิลาลาย

       เปลวปล่องชช่องคู

กระพุ่มภูพพร้อยพราย

หยัดเย็นกระแสสาย

ชลใสสอาดดี

      เสด็จชมพนาดร

วรพฤกษสักขี

รวกรังกระสังมี

ผลดกประดู่แดง

      ชาเลียงและเหียงหัน

พชิงชันกระชุมแสง

จวงจันทนจิกแจง

ตะขบข่อยมค่าคาง

      พลวงพลองมตองแต้ว

และมตูมมตาดทราง

เกดแก้วลำไยยาง

พยอมยูงรโยงไพง

       อ้อยช้างและช้างน้าว

และกระเช้าสีดาใส่

หูกวางและกร่างไกร

มเกลือกล่ำกระลำภอ

       คูนเคี่ยมตะเคียนคล้าย

และย่างทรายเสม็ดสมอ

ปริกปรงประยงคุ์ยอ

มดูกเดื่อกระโดนโกรน

       สนสักมะกักกอก

และตระแบกตะบากโยน

หลาวหลกชโอนโอน

และกระทุ่มกระถินทอง

       คนทามะค่าแค

มงั่วแง่ระงับกรอง

เล็บนางขานางน้อง

มฝ่อแฟบมเฟืองไฟ

        เต่าร้างภุมเรียงรัก

ดูสลักสลมไพร

พรรณพฤกษ์ระบัดใบ

รบุช่อผกากาง

        หอมหวนประอวนกลิ่น

รสรินณริมทาง

ราชาคณานาง

ก็นิยมภิรมย์ยวน

        เสด็จชมคณานก

ดุจผกฤไทยหวน

โกกิลขมิ้นนวล

หัสไนยรังนาน

        ไก่ฟ้าพญาลอ

กระวิกแขวกขวาน

ขุนแผนกระแวนวาน

รวังไพรตระไนยาง

         ขาบเค้ากระทาคุ่ม

อิลุ้มกรุมตรลอนฟาง

เงือกงั่วกระลิงลาง

กเลมาะเค้าแมวโมง

         สร้อยร้าพญาเสวย

ตีวิดวิ่งและคลิ้งโคลง

ภูรโดกชโงกโพรง

กุลาโห่และโกญจา

         ยางกรอกกับดอกบัว

กระเตนตั้วและตับคา

แขกเต้ากระเหว่าสา-

ลิกาแก้วกรอดเกรียน

         กาสักและสัตวา

มยุเรศตีนเทียน

จินโจ้กระจาบเวียน

บารบุนและเบญจวรรณ

         กินลมสมบัณฑิต-

ยประหิศอัญชัน

เค้ากู่คับแคพรร-

ณพิราบครวญคราง

         เรไรระหริ่งร้อง

จักจั่นสนั่นกลาง

วนเวศประหนึ่งนาง

ดุริยขับจำเรียงถวาย

         ชมหมู่มฤคกา-

ษรสรรพแหล่หลาย

พาฬพยัคฆกวางทราย

จรเตร็จณโกรกเกริน

         โคเพลาะและเลาะเลม

ลบัดนัศแนวเนิน

ถึกเที่ยวกระทิงเดิน

วนเวศโคคลอน

          เม่นหนีชนีโหน

จรโจนในดงดอน

จิ้งจอกกระหลอกหอน

ชมดรสสุคนธาร

         ลมั่งรมาศผาด

สุรศัพทเพรงดาล

เยียงผาระเห็จหาญ

ณห้วยเหวคุหายง

         กระต่ายเต้นกระตุ่นขุด

สุกรดุดณดารดง

ฟานแฟนกระจงลง

ชลแช่กระหายแรง

         แรดร้ายระดูจำ

ศิลสู่ที่ปลักแปลง

พรานไพรชมัดแทง

ทลุล้มสดวกดาย

         ชมหมู่กิรีนี

ศุภลักษณแหล่หลาย

โทนทอกพินายพราย เอกทนต์ประทุมทันต์
         โคบุตรชมลบ วรครบจรอกจรัล

รายเรียงสกอกัน

จรจบจรอดหา

          ลูกน้อยณแนบนม

ก็กรดูดกษีรา

โฆษเพรียวพเพรียกอา-

รัญเวศเมื่อสายัณห์ฯ

    

 

[เสด็จสรงสนาน]

๑๖        ชมพรรณนกไม้สบสรรพ์

สบสัตวอนันต์

อเนกตรูตราไตร

           เสด็จชมถ้ำธารอำไพ

เย็นฉ่ำชลใส

ลเลื่อมวาลุกาพราย

           มีหมู่มัจฉามากมาย

ตริวตราวม่านลาย

แลฝูงจรเข้เหรา

           ช้างเหยียบปลาแม้วลิ้นหมา

คางเบือนเบือนหา

กรช่อนแก้มช้ำสู่หมอ

           กรตรับตรับฟังรังรอ

กรายว่ายเวียนตอ

ตรเพียนตรพากไยไภ

           ดาบลาวอ้าวอุกเสือไคร

เนื้ออ่อนอ่อนใจ

ประนอมน้ำเงินเงินมี

           แมวม้าพาเทโพลี

จิ้มฟันกุมภีล์

ก็พาอ้ายด้องดวนตาม

           กระแหแห่ห้อมหลังหนาม

อิทุกทุกคาม

มาสู่ปลากดกฎหมาย

           ทมางหมางใจไหลหลาย

ซ่อยซ่าซิวสวาย

ชวาดวิวาทข่มแขยง

           ชโดทองพลุกดุกแดง

ช่อนช้อนชวนแชวง

เห็นพวกกระดี่ดีใจ

           นานาแน่นน้ำเลมไคล

ผุดว่ายเวียนระไว

บรู้กีส่ำสังขยา

           เสด็จลงสรงสินธุธารา

แสนสรรพสุดา

ประดับประดุจกินรี

           แล่นไล่ในสาคเรศศรี

ใสสุทธวารี

วรากุสุมภ์เสาวคนธ์

           โกมุทบุษบาอุบล

บุษบันจงกล

ก็บานสพรั่งเกสร

           เกสรจรัสแสงทินกร

เรณูขจร

ภุมรีก็กลั้วรสชม

           ต่างนางว่ายเวียนเด็ดดม

สาวสรรค์สนม

สนุกนิสุขหฤหรรษ์

           เสร็จสรงพอสุริยสายัณห์

เสด็จจากธารอัน

ทุเรศประเวศวังสถาน

           แต่จรประพาศถ้ำธาร

ราษฎรสำราญ

สำเริงจะล่าธานี

1