![]() |
มาตรฐาน"เปรต" มาว่าเรื่อง "เปรต" ตามไตรภูมิพระร่วงต่อเพื่อไม่ให้เสียเวลา ใครก็ตามที่เมื่อคราวเป็นคน เอาข้าวลีบ ปนกับเมล็ดข้าวดี พวกนี้เมื่อตกอยู่ในเปตภูมิ(เขียนตามต้นฉบับ) จะกลายเป็นเปรต และหิวโหย กอบเอาข้าวลีบลุกเป็นไฟมาใส่ไว้บนหัวตนเองอยู่ตลอดเวลาไม่มีหยุด ใครก็ตาม ที่ทำร้ายบิดามารดา เมื่อกลายเป็นเปรตก็จะเอาฆ้อนเหล็กแดงไฟทุบหัวตนเอง ทรมาน ตนเองเป็นอย่างนี้ตลอด พวกชอบวางเพลิงเผาป่า ทำลายป่าไม้ก็ต้องจดจำเอาไว้ด้วย โบราณว่าไว้ดังนี้ "เปตรจำพวกหนึ่งมีตัวเปื่อยเน่าแลผอมนัก มีหลังก็ขดมือก็เน่าตีนก็เปื่อย แลเขาย่อมเอาไฟมา คลอกตัวเขาเองอยู่ทุกเมื่อ แลตัวเขานั้นดังขอนไม้ อันกลิ้งอยู่ ณ กลางไร่ แลเขากลิ้งไปกลิ้งมา ทนทุกขเวทนานักหนา ดังนั้นเป็นช้านานนัก แลเปรตฝูงนี้ไส้ เมื่อก่อนเขาคลอกป่าเผาป่า และสิงสัตว์ อันใดที่หนีมิทันนั้น ไฟก็ไหม้ลามตายฯ" ปกติแล้วเมื่อพูดถึงเปรต เราก็จะนึกถึงลักษณะคล้ายๆคน ตัวผอมลีบ มือยาว ขายาว สูงเท่าต้นตาล(เหมือนรูปเปรตปลอมตามที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ลงตีพิมพ์เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2543) ตำราว่ายังมีเปรตจำพวกหนึ่งไม่เป็นเช่นนั้น เพราะมีตัวใหญ่โตมาก "ฝูงเปรตจำพวกหนึ่งมีตนนั้นใหญ่เท่าภูเขา แลมีเส้นขนอันรียาว แลเสียบแหลมหนักหนา ทั้งเล็บตีน เล็บมือใหญ่ แลเล็บนั้นคมนัก ดังมีดกรด และหอกดาบ ครั้นว่าเล็บตีนเล็บมือ แลขนนั้นฟัดกัน เมื่อใด ได้ยินดังๆ เสียงฟ้าลั่นแล้วเป็นเปลวไฟลุกขึ้นไหม้ทั้งตนเขา แลบาดตัวเขา ดังขวานฟ้าผ่าลงทั่วตนเขาทุกแห่งแล เปรตผูงนี้ เมื่อก่อนเขาได้เป็นนายเมือง แลแต่งความเมืองมิชอบทางธรรม ย่อมเห็นแก่สินจ้าง แลสินสอดบมิเป็นกลาง การย์ (ตามต้นฉบับ) ผู้ชอบไส้(ไซร้)ว่าผิด การย์ผู้ผิดไส้ว่าชอบ ด้วยบาปกรรมแต่งความมิชอบธรรม ดังนั้นไส้ ครั้นว่าเขาตายเขาไปเป็นเปรตอยู่ แลมีตัวใหญ่ เท่าภูเขา แลมีขน มีเล็บตีน เล็บมืออันใหญ่ อันยาว แลคมดังมีดตรี แลดาบหอกครั้น แลฟัด กันดังดังเสียงสายฟ้าผ่า เส้นขนแลเล็บตีน เล็บมือเขานั้นลุกเป็นเปลวไฟ สะเทือนมา แทงตัวเขาเองอยู่ทุกเมื่อแล เมื่อบาปกรรมกินสินจ้างสินสอด แลแต่งความเมือง มิเป็นธรรมนั้นแลฯ " เปรตอีกประเภทหนึ่งที่น่าให้ความสนใจเป็นพิเศษ ตามตำราบอกว่า มีเปรตจำพวกหนึ่ง มีวิมานดังเทพยดา แลมีเครื่องประดับ ชอบด้วยแก้ว เงิน ทอง มีนางฟ้าหนึ่งหมื่น ล้อม รอบเป็นบริวาร แต่จะหิวโหยและหาอาหารกินไม่ได้นอกจาก ใช้เล็บยาวกรีดเนื้อตนเองกิน พวกนี้เมื่อคราวเป็นคน ได้เป็นนายเมืองหรือสมัยนี้จะเรียกว่าเจ้านายข้าราชการเห็นจะไม่ผิด ชอบบังคับราษฎร ยอมกินสินบน มิได้บังคับความโดยธรรมนองคลองธรรม เมื่อเป็นเปรต จึงต้องถูกกำหนดให้ทรมานตนเองดังที่ว่าไว้ข้างต้น แต่ได้วิมานและเครื่องประดับก็เพราะ เคยทำบุญ ทำทานเอาไว้บ้างนั่นเอง ยังมีเปรตอีกจำพวกหนึ่งที่ว่าไว้ในไตรภูมิพระร่วงว่า เปรตพวกหนึ่งเล่าร้ายนักหนา หาน้ำ จะกินบมิได้เลยสักหยาด แลเปรตนั้นอยากน้ำนักหนาดังใจจะขาด จึงแล่นไปข้างซ้าย ข้างขวา เพื่อจะหาน้ำกิน จึงแลเห็นน้ำใสงามแก่ตา ครั้นว่า เขาเอามือกอบ เอาน้ำนั้นมากินไส้ น้ำนั้นก็กลายเป็นไฟ ไหม้ทั้งตัวเขาๆ ก็เกลือกไปเกลือกมา เขาก็ตายในไฟนั้นหึง (ตามต้นฉบับ)นานนักหนาแล เปรตฝูงนี้เมื่อก่อนโพ้น เขาย่อมข่มเหงคนเข็ญใจ ด้วยอันหาความกรุณาปราณีบมิได้แล เห็นของท่าน จะใคึร่ได้แก่ตน เห็นสินท่านจะใคร่เกียดเอา ท่านหาความผิดบมิได้ ใส่ตนว่าท่านผิด ครั้นว่าตายก็เป็นเปรตอยู่หึง(อีสานว่า"เหิง")นานด้วยบาปกรรมเขา อันเขาได้กระทำข่มเหงผู้เข็ญใจ ให้เขาร้อนเนื้อเดือดใจเขา ดังนั้น แลเปรตนั้น ผอมบางร้ายนักหนา หาอันจะกินบมิได้เลย อดอยากนักหน้าดังใจเขาจะขาด ครั้นเขา เห็นน้ำใสแลกอบเอามากินไส้ น้ำนั้นกลายเป็นไฟไหม้ทั้งตนเขาๆ ก็กลิ้งเกลือกตาย ในไฟ นั้นนานนักหนา เพราะว่าเขาๆ ทำข่มเหงท่านผู้อื่น เพื่อดังนึ้นแลฯ อีกประเด็นหนึ่งน่าจดจำเช่นกัน ใครเอาอาหารเดนถวายแก่สงฆ์ เมื่อตายจะกลายเป็นเปรต ได้กินของสกปรก เช่น น้ำหนอง อาจม ทุกมื้อ โดยสรุปแล้ว คนที่มีโอกาสตกอยู่ใน เปตภูมิ ก็คือคนที่กระทำผิดศีล ผิดธรรม ไม่รู้จักทำบุญ ทำกุศล พร้อมๆกับประพฤติแต่ความดี นั่นแล มาตรฐานเปรตพอสังเขปเป็นดังว่านี้ ครั้นจะถามว่าเราจะเห็นเปรตได้หรือไม่ในโลกนี้ เห็นทีจะต้องแกะความกันเอาเองละครับ ที่แน่ๆ คนหลอกลวงคน มิพ้นจะต้องกลายเป็นเปรตแน่นอน ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้า (จบ) |