return to
dhamma tips

4Z
r's Dhamma Tips
  สมาธิร้อยสาย
 

Back to previous page   Go to next page

 

Last updated
11-06-1999


วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2541

ไขกระแสธรรม

หลวงตาบัว เทศนาไว้ในหนังสือชื่อ ฟังธรรมปฏิบัติธรรม ดังนี้

“..พอได้กำลังทางสมาธิ แล้วปัญญาถูกท่านขนาบ แล้วมันก็ออก เอาละที่นี่กิเลสนอนหมอบอยู่ไม่ได้ที่นี่ ลากคอมันมาฟันหัวมันหมดเลย พอคว้าได้แขนก็ลากแขนมันออกมา คว้าขาได้ก็ลากขาออกมาฟันเรื่อย คว้าได้คอก็ลากคอมาฟันเรื่อย นี่ถึงขั้นปัญญาแล้วก็หมุนติ้ว

..ลงว่าได้เป็นสติปัญญาอัตโนมัติ หรือพูดให้เต็มปากก็มหาสติปัญญาแล้ว อะไรจะผ่านไปได้ เมื่อถึงขั้นมันหมุนรอบตัว มันรอบตัวอยู่ตลอดเวลาโดยไม่ต้องได้บังคับบัญชา

..สติปัญญาอันนี้ก็เหมือนกัน พอได้กำลังแล้วก็ออกพิจารณา ไม่นานนะขาดสะบั้นๆไปเลย นั่นเห็นคุณค่าของสมาธิ จิตหมุนติ้วๆ”

หลวงตาบัวกล่าวถึงคำว่าหมุน หมุนติ้วอยู่เสมอ สอบถามคนใกล้ชิดติดตามฟังท่านเทศนาก็ยังนึกว่าเป็นแนวการพูดของท่านเฉยๆ ไม่ได้นึกว่าจะมีความหมายในตัวเองอะไรไปอีก

ปัญญาที่ใช้เอาชนะอวิชชานั้นต้องอาศัยกำลังฌานกำลังสมาธิ เมื่อมีกำลังมากก็สู้กับอวิชชากิเลสได้มาก ฌานสมถะที่เน้นแต่สงบก็จะนิ่งจนไม่สามารถใช้ปัญญา ดังนั้นการฝึกสมถะจึงต้องใช้วิธีที่ฝึกได้ทั้งความสงบ กำลัง และความตั้งมั่นอยู่ได้แม้จะใช้ปัญญาอยู่ก็ตาม วิธีนั้นก็คือ สมาธิจิตหมุนติ้ว

สมาธิจิตหมุนติ้ว ไม่ได้ทำให้จิตนิ่งอยู่เฉยๆ ไม่ได้เป็นกำลังที่กดกิเลสให้หยุดแสดงตน แต่สมาธิจิตหมุนติ้วเป็นกำลังสงบที่สามารถเจาะคว้าหาต้นตอของกิเลสต่างๆมาใช้ปัญญาพิจารณาพร้อมกันไป เพื่อทำลายตัวกิเลสให้หมดสิ้น


ฝึกเปลี่ยนภาษา

ลองภาวนาในใจว่า สัมมาอะระหัง ลองคิดนึกในใจว่า สัมมาอะระหัง ไม่ว่าจะนึกคิดถึงเรื่องใดก็ใช้คำบริกรรมนี้แทนตลอด อย่าให้ขาดตอน อย่าให้ภาษาไทยหรือภาษาอื่นที่เรียนรู้โผล่แทรกขึ้นมา จะใช้คำบริกรรมภาวนาอื่นแทนก็ได้

น่าฝึกเปลี่ยนภาษานี้ให้คล่องก่อนจะไปบริกรรมกำกับอาการหายใจหรือนิมิตที่กำหนดขึ้นเสียด้วยซ้ำไป เป็นพื้นฐานจริงๆ นี่เองที่หลวงน้าสายหยุดสอนว่า อย่าเพิ่งข้ามขั้นไปเพ่งอะไรอีกเมื่อเพิ่งเริ่มฝึกสมาธิ

หากกำหนดจิตตามรู้การภาวนาเพียงอย่างเดียวยังไม่ได้แล้ว ไหนเลยจะฝึกผสมหลายอย่างได้สำเร็จ


ฝึกเปลี่ยนภาพความฝัน

ทำนองเดียวกับคำบริกรรมภาวนาที่ดังขึ้นเมื่อนึกคิด ภาพที่จิตเห็นว่าเรากำลังอยู่ที่นั่นหรือเห็นสิ่งของต่างๆตามอารมณ์ในแต่ละวูบ สมควรเปลี่ยนเป็นภาพง่ายๆภาพเดียว กำหนดเป็นภาพดวงแก้วกลมใสขึ้นแทน หรือจะเป็นดวงแสงขาวสว่างก็ได้ หากเห็นภาพอื่นใดแทรกขึ้นมาแทน ให้เพ่งเข้าไปในแต่ละอณูของภาพนั้น แล้วกำหนดเป็นแสงสว่างสลายภาพทั้งหมดเปลี่ยนเป็นดวงสว่างดวงเดียวขึ้นแทน

ปกติเรานึกคิดเป็นภาพเป็นคำพูดอยู่ตลอด ให้ใช้สติตามรู้ฝึกเปลี่ยนภาษาและฝึกเปลี่ยนภาพความฝัน ฝึกทำอย่างนี้ในทุกขณะจิต ฝึกจิตให้มีกำลัง และหยุดนึกคิดสิ่งที่ไม่ต้องการ


รู้มากไปก็เท่านั้น

เรื่องบางอย่างรู้มากไปก็เท่านั้น โดยเฉพาะเรื่องที่ยังไม่ได้เห็นจริงรู้จริง เรื่องที่เป็นวิธีฝึกสมาธิขั้นสูง เรื่องปัญหาต้นตอกำเนิดของอะไรๆในธรรมชาติ เรื่องอย่างนี้รู้ไปเพื่อจะได้เอาไว้คุยซึ่งไม่เห็นได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา เสียเวลาฝึก สู้ค่อยๆฝึกไปหัดไปแล้วเราจะได้รู้เห็นจริงขึ้นเองเมื่อถึงเวลาดีกว่า

ขอให้รู้ไว้บ้างเป็นแนวทางว่า เราต้องทำตนอย่างไรต่อไปในวันนี้เวลานี้


วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2541

สอนมากไปก็เท่านั้น

ด้วยความหวังดีอยากให้ผู้อื่นได้ความรู้ได้ธรรมะเช่นเดียวกับที่เราได้ เลยยอมเสียเวลาเสียแรงมาเขียนมาบอกเล่าเรื่องที่ตนเคยประสบมาก่อน ซึ่งที่จริงแล้วเราต่างหากที่ควรหาทางสอนตนเอง และฝึกตัวเองให้รู้แจ้งเห็นจริงก่อน เมื่อถึงเวลานั้นจะสอนใครก็ย่อมได้และน่าจะมีแนวทางถ่ายทอดได้ตรงมากกว่านี้อีก แต่ยิ่งฝึกฝนยิ่งรู้มากขึ้น ยิ่งยากจะถ่ายทอดเป็นภาษาสมมติให้เข้าใจตรงกัน

เวลาสอนใครแล้วต้องทำใจไว้บ้าง เพราะยุคนี้เจอบทเรียนแบบชาวนากับงูเห่า หรือลูกศิษย์คิดล้างครูได้ง่ายมาก เรามักคิดว่าตนเป็นครูแล้วให้ความเมตตากับศิษย์ แต่ศิษย์เองอาจไม่ยอมรับนับตนเองว่าเป็นศิษย์

ควรมุ่งฝึกตนเองก่อน แล้วค่อยฝึกคนอื่น


Back to previous page   Go to next page


 

1