return to dhamma tips |
4Zr's Dhamma Tips |
||
---|---|---|---|
สมาธิร้อยสาย | |||
Last updated |
วิปัสสนาแบบกระจุ๋มกระจิ๋ม เมื่อจิตรวมตัวกันจะทำให้เกิดอาการปีติและสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ความรู้สึกทางร่างกายจะค่อยๆหายไป หูจะไม่ได้ยินเสียง ความสุขใจจะเกิดขึ้นแล้วหายไปเหลือแต่ตัวรู้ของจิตเองที่ตั้งมั่นอยู่ (ตามอาการของรูปฌาน 1 - 4) พอฝึกสำเร็จถึงขั้นนี้หรือแม้แต่บางคนที่ยังฝึกไม่ถึงขั้น ก็นำกำลังของจิตจากสมถะกรรมฐานที่ได้ไปใช้กับวิปัสสนากรรมฐาน ยุคนี้สมัยนี้เน้นกันที่วิปัสสนา ว่าเป็นการใช้ปัญญา ส่วนสมถะเป็นแค่การสงบจิตสงบใจไม่ได้ช่วยด้านปัญญา และเนื่องจากคนส่วนใหญ่ฝึกสมถะกรรมฐานกันได้ไม่ลึกซึ้งก็พอใจกับความสำเร็จเหล่านั้นกันแล้ว อีกทั้งสังคมยังคุ้นเคยกับการใช้ปัญญาที่ได้มาจากการเรียนรู้มาใคร่ครวญพิจารณา ไม่เคยมีประสบการณ์การใช้ปัญญาที่มีต้นตอจากสมาธิมาก่อน จึงทำให้เราฝึกวิปัสสนาแบบกระจุ๋มกระจิ๋มกันส่วนมาก ศัตรูตัวสำคัญที่นอนเนื่องอยู่ในจิตคือกิเลส สมถะกรรมฐานฝึกจิตให้สงบเกิดกำลังแต่ส่งผลต่อเนื่องกดตัวกิเลสไม่ให้แสดงออกมา วิปัสสนาเป็นการใช้ปัญญาความรู้จัดการกับกิเลสตามขันธ์ห้า อายตนสิบสอง ธาตุสิบแปด (6x3) อินทรีย์ยี่สิบสอง และอริยสัจจ์สี่ มุ่งใช้กำลังสมาธิสู้กับกิเลส พอจิตถอยสูญเสียกำลัง ต้องกลับไปเข้าฌานสมาธิเพื่อรวบรวมกำลังจิตมาสู้กันต่อ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ววิปัสสนาแบบกระจุ๋มกระจิ๋ม จะใช้กำลังสมาธิมาสู้กับขันธ์ห้าได้ลึกและละเอียดแค่ไหนกัน วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 ปัญญา หมายถึง ความรอบรู้ รู้ทั่ว เข้าใจ หรือรู้ซึ้ง ซึ่งมีต้นตอของปัญญาอยู่ 3 ระดับ ได้แก่ ปัญญาที่เกิดแต่การคิดพิจารณาหาเหตุผล ปัญญาที่เกิดแต่การสดับการเล่าเรียน และปัญญาที่เกิดแต่การฝึกอบรมลงมือปฏิบัติ หากเรามัวยึดติดกับปัญญาที่มีอยู่กันทั่วไปในสมัยนี้ มัวแต่เข้าโรงเรียน อ่านหนังสือ รอสอบเพื่อรับประกาศนียบัตร แล้วโอ้อวดทับถมกันไปมา หากพอใจกับปัญญาแค่นี้คงไม่ได้พบกับปัญญาแบบรู้แจ้งเห็นจริง วิปัสสนาจะเป็นแค่วิปัสสนึก ปัญญาที่เกิดจากการฝึกสมาธิไม่ใช่ของง่ายและไม่ได้ยากเกินไป เพราะเราจะค่อยๆรู้เห็นมากขึ้นทีละน้อยเองตามระดับกำลังของฌานสมาธิ บ้างที่ยังไม่เห็นก็อาจเกิดความเข้าใจขึ้นเองในทันที เมื่อกายใจมีความพร้อมกำลังดี โดยเฉพาะที่ใจว่าไม่ว้าวุ่น ไม่มีเรื่องคิดเรื่องปัญหามากให้กังวล อย่างนี้ไม่ต้องกำหนดรู้ตามลมหายใจก็ได้ เพราะการกำหนดรู้ตามลมหายใจเป็นเพียงอุบายใช้กำกับความคิดให้ช้าลงและรวมตัวไม่หลุดลอยออกจากจังหวะการหายใจ หากใจสงบพอจะบริกรรมภาวนาว่า สัมมาอะระหัง คู่กับการบริกรรมนิมิตเป็นดวงแก้วกลมใสตั้งอยู่กลางกาย ก็เริ่มได้เลยจะได้ไม่ต้องพะวงกับกายหยาบซึ่งใช้เป็นที่ตามรู้ลมหายใจ วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 ลักษณะเด่นของวิชชาธรรมกาย เน้นที่การฝึกมองเห็นด้วยตาใน เริ่มจากเพ่งกสิณที่ดวงแก้วกลมใส หัดเดินดวงเดินกายซึ่งเท่ากับฝึกปฏิภาคนิมิตให้คล่อง เตรียมการเกิดปัญญาแบบรู้จริงเห็นจริง ไม่ใช่ฝึกแต่คิดพิจารณาและรู้จากความรู้สึก หลับตานอกแล้วเปิดตาใน
นึกถึงดวงแก้วกลมใสติดอยู่ที่ปลายลูกศรหรือปลายเข็ม
และเข็มลูกศรนี้ชี้แตะไปที่จุดศูนย์กลางกาย
ดวงแก้วใสสว่างมีขนาดเท่ากับปลายเข็มพอดี
ปลายเข็มยังมีส่วนสุดยอดของปลายเปรียบเสมือนหัวใจของหัวใจ
ส่วนปลายสุดยอดของเข็มยังเล็กคมลงไปอีกไม่รู้จบ
พร้อมไปกับดวงแก้วกลมใสขนาดเรียวเล็กลงตามไปกับขนาดของปลายเข็ม
เป็นวิธีฝึกจิตให้เพ่งคมขึ้น |