ปีที่ 2 ฉบับที่ 787ประจำวันพุธที่ 8 เดือนกันยายน พ.ศ. 2542 |
ข่าวการดักฟังโทรศัพท์อันนำมาซึ่งเทปลับของการสนทนาเกี่ยวกับสินบน 1.5 ล้าน เพื่อล้มคดีวัดพระธรรมกาย โดยมีศรีภรรยาของข้าราชการระดับบิ๊ก ในกรมการศาสนา เป็นผู้บงการปรุงเรื่องต่างๆ เพื่อผลักดันตัวเองก้าวสู่ตำแหน่งอธิบดี
ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงที่ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง จะต้องเข้าไปเร่งรีบดเนินการทำความจริงให้ปรากฏ
โดยเฉพาะ คุณพิภพ กาญจนะ อธิบดีกรมการศาสนา
นี่แหละครับคุณประโยชน์ของการดักฟังโทรศัพท์
สังคมจะได้รับรู้ว่า ใครกันแน่ที่คือ "ไอ้โม่ง" เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่การงานโดยมิชอบ ล้วงเงินจากย่ามพระทั่วราชอาณาจักร
นี่แหละคือ "ไอ้โม่ง" ที่อยู่เบื้องหลังงานสกปรกโสมม โดยมี "อีโม่ง" เป็นนางนกต่อ ดำเนินการปล้นวัดทั่วราชอาณาจักร
สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีความรู้สึกว่า โทรศัพท์ของสำนักงาน "พิมพ์ไทย" จะมีปัญหา ไม่ทราบองค์การโทรศัพท์ดำเนินการขุดท่อร้อยสาย แก้ไขข้อบกพร่องใด อยู่ หรือไม่
เพราะมีเสียงขาดๆ หายๆ ตลอดระหว่างการสนทนากับสายนอก
พูดถึงเรื่องดักฟังโทรศัพท์ชาวบ้าน หากดักฟังแล้วนำข้อมูลไปยังประโยชน์ให้กับบ้านเมือง ก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียหายอะไร
โดยเฉพาะพวกมิจฉาชีพ จะยกข้อกฎหมายมาอ้างถึงการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
คงฟังไม่ขึ้นแน่ !
กรณี "พิมพ์ไทย" ขุมข่าวของผม เตือนมาว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจดักฟังชาวพิมพ์ไทยเซฮัลโล ราว 3 สัปดาห์มาแล้ว
ไม่ทราบว่า พี่ๆ น้องๆ ได้ข้อมูลอะไรไปประกอบสำนวยบ้างจ๊ะ ถ้าเจอเรื่องส่วนตัวพนักงานคุยจีบแฟน ก็คงไม่ต้องไปขยาย เพราะจะถูกฟ้องกลับเอาง่ายๆ
พูดถึงเรื่องการดักฟังโทรศัพท์แล้ว ผมต้องขอชมเชย เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบตรงนี้ ด้วยความจริงใจว่า มีความอดทนสูง ที่วันๆ กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน ต้องไป ทำหน้าที่ดักฟังชาวบ้านเขาพูดจากัน
มีเรื่องเล่าอยู่ว่า ตำรวจไทยเก่งนัก เรื่องดักฟังโทรศัพท์ชาวบ้าน โดยเฉพาะเรื่องเมียหลวงเมียน้อย เช็คข่าวกันให้วุ่น ตามใบสั่งเจ้านาย
แต่งานระดับประเทศแก๊งมาเฟียข้ามชาติ ค้าผง ค้าประเวณี เจ้าหน้าที่กลับไม่นำพา หรือว่าเอาตัวกลุ่มคณะเข้าไปข้องเกี่ยวกับ ผลประโยชน์นอกกฎ หายกันหมด
เห็นดีเป็นชั่ว เห็นชั่ว
โซตัส