ปีที่ 2 ฉบับที่ 733 ประจำวันเสาร์ที่ 17 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2542
วิวาทะ
นิพพานของศิษย์ห้องกระจกก่อนนี้ "อัตตา" วันนี้ "อนัตตา" นะจ๊ะ
เขียนเรื่องความเห็นเกี่ยวกับพระนิพพานเป็นอัตตา หรืออนัตตา พาดพิงไปถึง ม.ล.จิตติ นพวงศ์ ศิษย์ห้องกระจก ต้องขออภัยท่านผู้อ่านอย่างสูง ต่อความผิดพลาดที่เผยแพร่ออกไป
กรณี ม.ล.จิตติ นพวงศ์ วิจารณ์การปฏิบัติของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ว่ามีคำสอนที่ผิดเพี้ยนเห็นนิพพานมีภาพเป็น "อัตตา" ในหนังสือพิมพ์ศรีสัปดาห์ เมื่อ 2515 นั้น
ความจริง ม.ล.จิตติ นพวงศ์ กล่าวสรรเสริญ ปกป้อง แนวทางปฏิบัติของหลวงปู่มั่น โดยวิพากษ์วิจารณ์ งานเขียน ของ มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่มีความเห็น ไม่เชื่อถือ การปฏิบัติ หลวงปู่มั่น ว่ามีพระอรหันต์ที่นิพพานแล้ว มาสนทนาธรรม กับหลวงปู่มั่น ไม่น่าจะเป็น เรื่องที่เป็นไปได้ เพราะนิพพานมีสภาพเป็น "สูญ" จะกลับมาสนทนาธรรม กับผู้ที่ยังไม่ได้ นิพพาน ได้อย่างไร
ท่านผู้อ่านที่ใช้นามว่า ชาวดงขมิ้น ตำหนิติติงผมมา ก็ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วย
"สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง" ยอมรับครับว่าช่วง 3-4 วันมานี้ เกิดอาการเบลอ ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์เออเรอร์ ปาเข้าไปสองสัปดาห์แล้วครับ ลืมได้เลย สำหรับวันหยุด ประจำ สัปดาห์ หลังจากที่ "พิมพ์ไทย" กลายเป็นหนังสือพิมพ์รายวัน ชนิดสมบูรณ์แบบ กล่าวคือออกทุกวัน ไม่มีวันหยุด
แต่ปราชญ์บางท่านพลั้งแล้วพลั้งเลย กลับไม่เอะใจตรวจสอบ รับเอาความเห็นของผู้อื่น ไปจูนโลกทัศน์ตนเองบ้าง ซ้ำยังดันทุรังยืนยันว่า ใครมีความเห็นว่า พระนิพพานไม่เป็น อนัตตา ถือว่าผิดเพี้ยนกันไปหมด
กลับมาพูดถึง ม.ล.จิตติ นพวงศ์ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องอีกครั้ง ปรากฏหลักฐานชัดแจ้งว่า ม.ล.จิตติ นพวงศ์ มีความศรัทธาใน หลักคำสอนของหลวงปู่มั่น ที่ยืนยันว่า พระนิพพาน เป็นอัตตา นั้นถือเป็นแนวทาง ที่พระปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบนั้น ถูกต้องแล้ว
สรุป ม.ล.จิตติ นพวงศ์ เห็นชอบกับความเห็นที่ว่า นิพพานมีสภาพเป็นอัตตา มีหลักฐานบันทึกในหนังสือศรีสัปดาห์ ฉบับที่ 1075 วันศุกร์ที่ 31มีนาคม 2515
ท่านใดอยากค้นหาความจริง ชอบความถูกต้อง ตรงร่องตรงรอยแล้ว สามารถไปตรวจค้นได้ที่หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี สามเสน กทม.
ปัจจุบัน พ.ศ. 2542 ม.ล.จิตติ นพวงศ์ หรือที่รู้จักกันดีในนามของ "ศิษย์ห้องกระจก" กลับมีความเห็น เป็นกองหน้าต่อต้านวัดพระธรรมกายว่า มีคำสอนผิดเพี้ยน สอนนิพพานเป็นอัตตา
ขณะเดียวกัน ม.ล.จิตติ นพวงศ์ ยังกล่าวยกย่องปราชญ์แห่งพุทธ คือพระธรรมปิฎก มีความเห็นหนักแน่นว่า พระนิพพานต้องเป็นอนัตตา
ม.ล.จิตติ นพวงศ์ เมื่อปี 2515 กับ ปี 2542 มีความเห็นเกี่ยวกับพระนิพพาน ซึ่งเป็นสิ่งสูงสุดในพระพุทธศาสนา ต่างกันราวฟ้ากับดิน หรือหน้ามือเป็นหลังมือไปเสียแล้ว
เกิดอะไรขึ้นกับ ม.ล.จิตติ นพวงศ์ "อัตตา" ตามยุคสมัย หรือ "อนัตตา" ตามกระแสสื่อ กระแสความดัง ความแรง ความจ๊าบของพระภิกษุในแต่ละยุคสมัยนะหรือ
บาปกรรมหนอ !
ถ้าหลวงปู่มั่นท่านเดินตรงทางปฏิบัติดีปฏิบัติชอบไปสู่แดนดินพระนิพพานแล้ว ไม่บาปมหันต์หรือ ที่อยู่ดีๆ ท่านก็ออกมาสรรเสริญ นิพพานไร้ค่า ราคา "สูญ" เปล่า เป็นอนัตตารวม อยู่ในอำนาจ ไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ผมไม่ทราบว่าเกิดอะไรกับ ม.ล.จิตติ นพวงศ์ จึงไม่อยากวิจารณ์ถึงจุดยืนจุดหยั่งของท่าน
เพราะเพ้อๆ จะได้รับตอบอย่าง คุณสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชากรไทย ที่ตอกหน้านักข่าวว่า "จุดยืนของผมก็อยู่ที่เท้าทั้งสองข้างไง"
แต่ที่แน่ๆ ม.ล.จิตติ นพวงศ์ คงทราบซึ้งกับคำว่า อนัตตาจับใจแล้วกระมัง จึงน้อมนำธรรมทั้งสอง คือ "อัตตา อนัตตา" มาใช้ตามยุคตามสมัย ตามกระแส ตามความพอใจ
โลกเรานี้ไม่มีอะไรแน่นอน เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทั้งสิ้น
จึงไม่แปลกอะไรต่อผู้ที่มีอายุปาเข้าไปกว่า 70 ปี จะออกมาพูดนิพพานเป็นอนัตตา หรืออัตตา ก็สังขารเป็นของไม่เที่ยงนี่ครับ มันก็ไม่อาจควบคุม ให้เป็นไปตามใจเรา ปรารถนาได้
แต่ถ้าจิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมไม่ต้องสงสัยถึงสภาวะนิพพาน
จะมีสภาพเป็นอัตตา หรืออนัตตา ก็ไม่ใช่ปัญหา ขอเพียงการปฏิบัตินั้น ดำเนินไปเพื่อละ เลิก กิเลส ตัณหา อวิชชาเพียงใด
ถ้าปฏิบัติไปตามเป็นการเพิ่มพอกพูนกิเลสตัณหา อวิชชา ก็ถือว่าไม่ใช่แนวทางของพระพุทธเจ้าแล้ว
เข้าใจอย่างนี้สบายใจเป็นไหนๆ ไม่ต้องลำบาก ไม่ต้องออกมาแสดงความโง่ ไม่ตองเสียอาการแสดงอารมณ์พยาบาท อาฆาตมาดร้าย ให้ใครเห็นว่า เออ หมอนี่ ชาวพุทธถือศีล 227 ข้อ แต่กลับมีอารมณ์ ไม่ต่างไปจาก ปุถุชนทั่วไปนั่นปะไร
โซตัส