ปีที่ 2 ฉบับที่ 733 ประจำวันเสาร์ที่ 17 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2542
หน้า 1
สื่อมวลชนเอียง
เสี่ยสองถล่ม จูงจมูกตำรวจ
ยันสมภารวัดบริสุทธิ์ ถูกโจมตีไม่เป็นธรรม
เสี่ยสองอัดยับ ตำรวจเต้นตามกระแสสื่อ บ่นเบื่อสื่อมวลชน ไม่เป็นกลาง ชอบใครก็เชียร์ ไม่ชอบก็ด่า ย้ำเจ้าอาวาสบริสุทธิ์ ถูกกล่าวหา โดยไม่ได้รับความเป็นธรรม เผยบริจาคที่ดิน ให้วัดจริง แต่จำไม่ได้ว่า กี่ไร่ ไม่เคยมีธุรกิจกับวัด เข้าวัดมาเกือบ 20 ปีแล้ว เห็นมีแต่เรื่องดีๆ ด้านลูกศิษย์วัด ไล่ อำนวย สุวรรณคีรี ไปเดินเก็บ หนังสือลามก ที่วางเกลื่อนแผง ก่อนยึด หนังสือมงคลชีวิต ไม่เห็นด้วย ตำรวจกระตือรือร้น จับพระ มากกว่ายาบ้า วีระศักดิ์ ฮาดดา ฉุนขาด ลงเลือกตั้ง อ.บ.ต. ถูกกฎหมาย กลับถูกรุมด่า เชิญสื่อมวลชน พิสูจน์ความจริงได้ 18 ก.ค.นี้ ทุกหน่วยเลือกตั้ง
เสี่ยสอง เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองปราบปรามว่า วานนี้ (16 ก.ค.) นายสอง วัชรศรีโรจน์ ศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ผู้กำกับการ 1 กองปราบปราม ตามหมายเรียก ของกองปราบปราม ในฐานะพยาน ที่เกี่ยวข้องกับ การซื้อขาย และโอนที่ดินให้กับ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ เจ้าอาวาส วัดพระธรรมกาย เป็นจำนวนมาก ทั้งในจังหวัดเลย และ เพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้มีการเชิญตัวนายสอง มาทำการสอบปากคำดังกล่าว
นายสอง เปิดเผยว่า ที่เดินทางมาครั้งนี้ ยังไม่ทราบเลยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวมาในฐานะใด และเป็นเรื่องอะไร ส่วนที่ผ่านมาที่ไม่ได้เดินทางมาพบกับ พนักงานสอบสวน ก็ เพราะว่ามีการออกหมายเรียก ในช่วงกระชั้นชิดไป ทำให้ไม่สะดวกที่จะเดินทางมา ส่วนที่มีการออกข่าวไปต่าง ๆ นานา ตามสื่อ ตนเข้าใจว่า ตำรวจก็ต้องทำไปตามสื่อที่คอยชี้นำ แต่คิดว่า เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อ งที่มีการกระทำเช่นนี้ และมาในวันนี้ ก็เพื่อต้องการมาถามว่า เรียกตนมาในเรื่องอะไร ข้อหาอะไร เพราะตนไม่เข้าใจในหมายเรียก ของพนักงานสอบสวน ทั้งสิ้น
เรื่องที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาไม่ได้ติดตามข่าว เพราะรู้สึกว่าสื่อบ้านเรานั้น มีทั้งฉันทามติและอคติ รักใครชอบใครก็เขียนเชียร์กันไป ตนจึงไม่ได้สนใจติดตามอ่านแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายได้อย่างไร นายสอง กล่าวว่า ตนไปปักกลด ถือศีลอยู่ที่วัดพระธรรมกายตั้งแต่ปี 2524 ที่ผ่านมา และ ตลอดเวลา เห็นว่า ที่วัดทำดี มาตลอดในหลาย ๆ เรื่อง
ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตนคิดว่า เจ้าอาวาส ไม่ได้รับความเป็นธรรม และอยากจะถามสื่อด้วยว่า ไม่กลัวตกนรกบ้างหรือ ที่ลงข่าวกันเช่นนี้ โบราณที่ผ่านมา ไม่ยุ่งกับ เรื่องพระ เรื่องเจ้า แต่ปัจจุบันไม่รู้ว่า เกิดอะไรขึ้น ตำหนิกันทั้งวัด ทั้งพระเช่นนี้
นายสองกล่าวต่อไปว่า ส่วนเรื่องที่ดินที่มีชื่อตน เป็นผู้ถวายให้ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายนั้น ตนถวายจริง แต่ไม่ทราบว่า มีจำนวนเท่าใด เพราะทำมาตลอด แต่ไม่เคยซื้อขาย และ ทำธุรกิจ กับวัดอย่างใดทั้งสิ้น และคิดว่า ไม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไรโดยส่วนตัวแล้ว ยังเชื่อว่า ท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ บ้านเมืองถึงวิกฤติเช่นนี้ เกิดเรื่องต่าง ๆ ขึ้นมากมาย เวรกรรม มันมีจริง ไม่ต้องชาติหน้าหรอก ชาตินี้ก็ทัน
ภายหลังจากการสอบสวนเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้น พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยว่า ในการสอบปากคำวานนี้ เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมากพอสมควร แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจาก เป็นความลับทางคดี
แหล่งข่าวจากวัดพระธรรมกายเปิดเผยว่า ในเรื่องการยึดหนังสือแบบเรียน มงคลชีวิต ฉบับธรรมทายาท ที่ใช้ในการตอบปัญหาธรรมะทางก้าวหน้านั้น จากการที่ นายอำนวย สุวรรณคีรี ตัวแทนคณะกรรมการธิการการศาสนา ได้เสนอให้ยึดแบบเรียนดังกล่าว อยากถามว่า คณะกรรมาธิการ มีอำนาจทางนิติบัญญัติ ไม่ได้มีหน้าที่ในทางปฏิบัติ แสดงว่า คณะ กรรมาธิการไม่รู้ในบทบาท หน้าที่ของตนเอง จึงมีการเสนอ แนวคิดแบบนี้ขึ้นมา ทีหนังสือโป๊ วางขายเต็มแผงหนังสือ ทำไมไม่ไปยึด เพราะถือว่า เป็นต้นเหตุให้เกิด อาชญากรรมทางหนึ่ง ส่วนหนังสือธรรมะ มีประโยชน์ต่อ สังคมมากกว่า กรรมาธิการกลับสั่งยึด
อยากบอกว่า แนวคิดดังกล่าว ของกรรมาธิการฯ ถือว่า ละเมิดต่อสิทธิ และเสรีภาพ ความคิด และความเชื่อในการนับถือศาสนา ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เมื่อเรื่อง วัดพระธรรมกาย อยู่ในการดำเนินการของศาลสงฆ์ และเป็นคดีทางโลกแล้ว โดยมารยาท ไม่ควรกดดัน ให้มีการดำเนินคดีอีก ยิ่งผู้ที่ออกมากดดัน เป็น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลด้วย ยิ่งไม่ควรกระทำมากกว่าคนอื่น
นอกจากนี้ ยังมีกรรมาธิการบางคน ที่นับถือศาสนาอิสลาม ถ้ายังมีมารยาทอยู่ ก็ไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะเรื่องนี้เป็นข้อพิพาท ของทางศาสนาพุทธ ควรให้ชาวพุทธ จัดการกันเอง มากกว่า
ในการดำเนินคดีอาญากับพระราชภาวนาวิสุทธิ์ ก็เช่นกัน เป็นที่น่าสงสัยว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตั้งคณะทำงานขึ้นมามากมายขนาดนี้ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ ไม่ใช่อาชญากร ไม่เคย คิดหนีไปไหน จะเร่งรัดไปทำไม คดีอื่นๆ ยังมีตั้งเยอะที่ควรทำกลับไม่ทำ โดยเฉพาะยาบ้า เต็มบ้านเต็มเมือง ทำไมไม่รีบไปทำ บังรอนยังไม่เห็นจับได้ ตรงนี้น่าจะรีบทำก่อน
ภาพลักษณ์ของกองปราบฯ ตอนนี้ เหมือนกับให้ทหารไปจับจอบจับเสียมขุดคลอง ทั้งๆ ที่เป็นนักรบ ตำรวจควรจะมีศักดิ์ศรีมากกว่านี้ การตั้งคณะทำงานเป็น 10 ทีม เพื่อมาจับพระ ไม่ต่างจาก เอานักรบมาขุดดิน ถางหญ้า หน้าที่ตำรวจต้องไปปราบมาเฟีย เจ้าพ่อ หรือคนที่ก่อให้เกิด ความเดือดร้อนแก่ประชาชน จับพระใช้ตำรวจเป็น 100 นายไม่เข้าท่า
ส่วนกรณีการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อ.บ.ต.) ของนายวีระศักดิ์ ฮาดดา หัวหน้าสำนักงานวัดพระธรรมกายนั้น นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า ในวันที่ 18 ก.ค.นี้ จะมีการเลือกตั้ง ตนอยากให้ผู้สื่อข่าวเดินทางมาสังเกตการณ์ เพราะถือว่า ตนลงสมัครด้วย ความชอบธรรม ก่อนหน้านี้ ก็เคยไปสำรวจ ความคิดเห็นจากชาวบ้านมาแล้วว่า ตนควร จะสมัคร รับเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งชาวบ้านก็เห็นด้วย เพราะชอบในนโยบายของตนที่วางไว้คือ ในเขต อ.บ.ต. มีหมู่บ้าน 16 หมู่บ้าน มีสมาชิก อ.บ.ต. ได้ 32 คน ซึ่งถ้าตนได้รับ การคัดเลือกทั้งทีม ก็จะนำ คณะ อ.บ.ต. ทั้งหมด ลงไปจับเข่าคุยกับชาวบ้าน สอบถามว่า มีปัญหาตรงไหนบ้าง เมื่อทราบปัญหาแล้ว ก็จะเข้าแก้ไขทันที ซึ่งเชื่อว่า ถ้าดำเนินการตามนโยบายนี้ ปัญหาในพื้นที่ จะสามารถ แก้ไขได้ทั้งหมดภายใน 2-3 สัปดาห์เท่านั้นเอง
นักข่าวลงข่าวเพี้ยนหมดเลย โดยเฉพาะที่ลงว่า บ้านเลขที่เดียว มีคนวัดพระธรรมกาย เป็น 100 ชื่อ ผมขอยืนยันว่า คนเหล่านี้ มีตัวตนจริง ไม่ใช่คะแนนผี และอยู่ในบ้านเลขที่ดังกล่าว ด้วย ถ้าไม่เชื่อผู้สื่อข่าว ลองมาพิสูจน์ดูก็ได้ ทุกคนย้านเข้าสำมะโนครัวโดยถูกต้อง ผู้มีรายชื่อส่วนใหญ่ เป็นคนวัด เป็นลูกศิษย์วัด เขาก็ย้ายชื่อเข้ามา และเข้ามานานแล้วด้วย อยากถาม เหมือนกัน ว่า มันผิดตรงไหน
นายวีระศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า เรื่องบ้านกัลยาณมิตรก็เหมือนกัน เห็นลงข่าวโจมตีกันอย่างรุนแรง ไม่ทราบว่า มีเจตนาอะไรกันแน่ อยากถามว่า การเปิดบ้านชวนเพื่อนบ้าน เข้ามา ปฏิบัติธรรม ไม่ดีตรงไหน กิจกรรมที่ทำก็คือ ไหว้พระ สวดมนต์ นั่งสมาธิ ซึ่งน่าจะดีกว่าเล่นไพ่ กินเหล้า ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมถึงไม่ส่งเสริมให้คนทำความดี มีแต่เสียงโจมตี ด่าทอ ซึ่งถือว่า ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง