ปีที่ 2 ฉบับที่ 724 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 8 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2542

สหัสวรรษที่ 3

วิกฤตการณ์คือวิวัฒนาการมนุษย์

วันนี้ชาวธรรมกายยิ่งหนักแน่นแข็งแกร่ง

ผมมีข่าวดีที่จะแจ้งให้ทราบต่อบรรดาผู้ก่อการร้ายและมุ่งทำลายพุทธศาสนาในประเทศไทย

บัดนี้รายงานวิจัยได้ปรากฏผลออกมาเรียบร้อยว่า ผลจากสงครามทำลายล้าง วัดพระธรรมกาย สงครามแห่งความเกลียดชัง สงครามแห่ง ความ อิจฉาริษยา และหมั่นไส้ชาวพุทธ ด้วยกันเอง บัดนี้ได้สร้างความเสียหาย ให้กับพุทธศาสนา สมใจของพวกท่านทุกประการ

ผลการวิจัยล่าสุดปรากฏว่า จากข่าวในสื่อมวลชนทุกวัน ชาวพุทธได้เริ่มรู้สึก เสื่อมคลายในพุทธศาสนา ประชาชนเริ่มรู้สึกขาด ความนับถือ สถาบันสงฆ์ คนเลิกเชื่อเรื่องบุญบาป นรกสวรรค์ คนมีความรู้สึกรังเกียจการทำบุญ เห็นว่าเป็นเรื่องงมงายไร้เหตุผล

ณ บัดนี้ ชาวบ้านลดการทำบุญลงไม่น้อยกว่า 50 % พระทั่วประเทศกำลังเดือดร้อนหนัก พระบิณฑบาตลำบากขึ้น คนตักบาตรลดลง อย่าง น่าใจหาย วัดทั่วประเทศไทย กำลังประสบวิกฤตการณ์ คนเริ่มขาดศรัทธาในพระสงฆ์ไทย เพราะแม้พระผู้ใหญ่ ก็ยังถูกโจมตีให้ร้ายป้ายสี อย่าง หนัก จนท่านเองก็เบื่อหน่าย สถาบันสูงสุดของสงฆ์คือ มหาเถรสมาคม ถูกโจมตีอย่างรุนแรง ถูกสร้างให้เกิด ความแตกแยก สงครามนิกาย กำลัง ถูกจุดให้เป็นประเด็นศึกแบ่งแยกวงการสงฆ์

และขณะนี้ภัยที่น่ากลัวที่สุดกำลังเกิดขึ้น เกิดกระบวนการร่างกฎหมายเข้ายึดองค์กรสงฆ์ เอาฆราวาสเข้ายึดอำนาจ และควบคุมมหาเถระ ผู้ใหญ่ โดยอ้างว่า เพื่อพิทักษ์พุทธศาสนา แต่เบื้องหลังคือ กระบวนการของ กลุ่มบุคคลทุศีล แม้แต่ศีล 5 ยังถือไม่ครบ ขบวนการที่จิตใจเต็มไปด้วย ความอาฆาตพยาบาท มักใหญ่ใฝ่สูง เอาการเมืองเข้ามา ก้าวก่ายขององค์กรสงฆ์ บุคคลที่เกียรติประวัติด่างพร้อย ไม่น่าเชื่อถือ แต่ได้พยายามแฝง เข้ามา ใช้อำนาจการเมืองเป็นเครื่องมือ

ผมเชื่อว่า รายงานทำนองนี้ จะถูกส่งไปยังต่างประเทศในไม่ช้า เพื่อสรุปผลงาน 8 เดือนแห่งความดีความชอบ และเป็นใบเสร็จรับรอง ผลงาน เพราะถ้าจะถือว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว เป็นความสามารถ ผมก็ยังยกย่องกลุ่มบุคคลผู้อยู่เบื้องหลัง ในการส่งข่าวไปยังสื่อมวลชน เพราะทำอย่างมืออาชีพ ในวงการประชาสัมพันธ์

ครับผม ยอมรับว่าเป็นผลงานของบรรดขบวนการผู้ก่อการไม่สงบในประเทศที่เป็นมืออาชีพจริงๆ ผมได้มีโอกาสคุยกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ได้ในข้อสังเกตที่น่าตกใจว่า อย่านึกว่าขบวนการ ลักษณะคอมมิวนิสต์ ในประเทศ จะหมดไปจากประเทศไทยแล้ว ขบวนการหนักแผ่นดิน เหล่านี้ ได้เปลี่ยนรูปร่าง และวิธีการทำงานที่แยบยลขึ้น มีการทำงานโยงใยกัน แบบมืออาชีพ

คอยฉวยโอกาสจากสถานการณ์ และโอกาสที่จะก่อความไม่สงบ ให้เกิดขึ้นในประเทศ เพื่อผลประโยชน์ของ กลุ่มผลประโยชน์ระดับโลก ถ้าเมื่อไร ที่ประเทศเราเพลี่ยงพล้ำ บุคคลเหล่านี้ก็จะคอยเข้าซ้ำเติมทันที

ไม่น่าเชื่อเลย ประเทศไทยเป็นประเทศน่ารักน่าอยู่ ไม่เคยไปก่อกวนใคร ทำร้ายใคร แต่ทำไมยังมีบุคคล ที่คิดทำร้ายประเทศเรา คิดที่จะ ยึดครองประเทศเรา ล้างสมองประเทศเรา แต่ที่น่าเสียใจยิ่งกว่านั้นก็คือ มีกลุ่มบุคคลคนไทยผู้หลงผิด หรือหวังผลประโยชน์ส่วนตัว โดยไม่คำนึง ถึง ชาติบ้านเมือง เข้าร่วมกระบวนการด้วย อันนี้สิน่าช้ำใจนัก เพราะประวัติศาสตร์ชาติไทย สอนไว้ไม่รู้กี่ครั้งว่า เมืองไทยเป็นเมืองที่ข้าศึก กลัวที่สุดก็ตรงนี้ มีความแน่นเหนียวเป็นปึกแผ่น แพ้ยาก ยึดครองยาก แม้ขนาดว่า มีกองกำลังหรือคน แค่หยิบมือเดียว

แต่ประเทศไทยมีจุดอ่อนและแตกง่ายที่สุดก็คือ ยุให้คนไทยแตกสามัคคี รบกันเองได้เมื่อไร สู้กันเองได้เมื่อไร เท่านั้นเอง เมืองไทยก็ เรียบร้อย

แต่ไม่เพียงแต่จะมีข่าวดีบอกบุคคลเหล่านี้ ผมก็มีข่าวร้ายจากชาวธรรมกาย สำหรับเขาด้วยว่า สำหรับชาวธรรมกายแล้ว ถือว่างานของเขา ล้มเหลว ผิดเป้าหมายเป็นอันมาก เพราะถึงแม้จะทุ่มเท สรรพอาวุธ กำลังทรัพย์ และความคิด มาเป็นเวลาเกือบปีแล้ว ในการทำลาย วัด พระธรรมกาย ทำลายชื่อเสียงวัดทำลายภาพพจน์ หลวงพ่อและ พระทุกองค์ ทำให้คนดูหมิ่นเกลียดชัง ใครก็ตามที่เกี่ยวข้อง เป็นชาวธรรมกาย

ผลที่เกิดขึ้นกลับตรงข้าม ไม่เพียงจิตใจชาววัดจะไม่ระคายเคืองต่อพฤติกรรมอุบาทว์ทั้งหมด แต่เรายังมองด้วย สายตาที่เวทนาและสงสาร กลัวว่า กฎแห่งกรรม จะส่งผลเร็วกว่าที่เขาคาด เพราะเรารู้ว่า คนที่กลัวบุญแต่ไม่กลัวบาปเหล่านี้ คือบรรดาสรรพสัตว์ ที่ถูกส่งให้มาเกิด เพื่อขัด ขวาง การทำบุญของมนุษย์ เป็นกรรมเก่า ที่เขาสร้างไว้ เป็นเวรที่เขาชอบทำไม่รู้จบ เมื่อตายไป เขาก็ต้องไปรับเวร แห่งความทุกข์ทรมานนี้ ชาติแล้ว ชาติเล่า เพราะชาวธรรมกายแท้ เชื่อเรื่องบาปเชื่อเรื่องบุญ เชื่อเรื่องนรก สวรรค์ เชื่อเรื่องกรรมเวร

เพราะฉะนั้นขอแสดงความเสียใจได้ว่า งานของท่านได้ผลฉาบฉวย เพราะผู้ได้รับข่าวสารผิดๆ ภายนอกส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่สำหรับ ชาวธรรมกาย ต้องขอขอบพระคุณอย่างสูงที่ทำให้ชาวธรรมกาย รักกันแน่นแฟ้นขึ้น เห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น รักวัดมากขึ้น ไปวัดอุ่นหนาฝาคั่งขึ้น ทำบุญมากขึ้น และหาโอกาสทำบุญกันให้หนักยิ่งขึ้นอีก

และข่าวที่จะทำให้ผู้หวังร้ายต่อวัดเจ็บใจจนอกแตกตายมากยิ่งขึ้น ณ วันนี้จากผลการวิจัยของเรา ปรากฏว่า มีคนใหม่ๆ เข้ามาวัดมากขึ้น ไม่น้อยกว่า 20 % มีบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียง แอบเข้ามาพิสูจน์ผลงานของวัดมากขึ้น เอาใจช่วยมากขึ้น

ขอบคุณวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นหน้าเห็นตา ศัตรูชัดเจนครบถ้วน ทำให้ชาวธรรมกายแข็งแกร่งขึ้น จุดประกายไฟ ให้เราคิด อะไรใหม่ๆ ทำให้ชื่อเสียงของเราขจรขจายไปทั่วโลก จนสื่อมวลชนระดับโลก กำลังแห่แหนเข้ามาขอสัมภาษณ์ ท่านเจ้าอาวาสและคนเข้าวัด แล้วเอาเรื่องราว ไปตีพิมพ์เผยแพร่ไปทั่วโลก

และเรื่องราววัดพระธรรมกาย กำลังแพร่หลายไปตามองค์กรสำคัญ เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประชาคมโลก กำลังได้รับทราบ และกำลังจับตาความป่าเถื่อน และไร้จรรยาบรรณของสื่อมวลชนไทย กลุ่มหนึ่ง แม้กระทั่งล่าสุด ที่นิตยสาร "ไทม์" เอาเรื่องราวไปเผยแพร่ทั่วโลก

ตัวนักข่าวเอง นายเดวิด ลีบโฮลด์ เองก็ยังงงที่เขียนแต่ความจริง แต่ถูกโจมตี หาว่าเข้าข้างวัดพระธรรมกาย โดยด่าทั้งอินเตอร์เน็ต ฟ้องไป ยังนิวยอร์ค ซึ่งหารู้ไม่ว่า ฝรั่งหนุ่มคนนี้แหละที่ไม่เคยกลัวใคร แม้ประธานาธิบดีซูฮาร์โต้ ผู้มีอำนาจสูงสุดแห่งอินโดนีเซีย เขาก็ยังตีแผ่ความจริง จนถูกอำนาจมืด ต้องย้ายออกจากประเทศ ถูกเก็บหนังสือ ถูกฟ้อง เขาก็ยังไม่แคร์ และผลสุดท้าย คนที่ขับไล่เขา ก็โดนขับออกจากตำแหน่งในที่สุด

ครับ สื่อมวลชนระดับโลก เขามีจรรยาบรรณ มีความรับผิดชอบในข้อเขียนของเขา ให้ความเป็นธรรมแก่บุคคลที่เป็นข่าว เขียนทั้งด้าน ฝ่ายตรงข้าม ที่โจมตี ให้โอกาสผู้ถูกโจมตีได้แก้ข้อกล่าวหา ให้ผู้อ่านเป็นผู้ตัดสิน นี่คือจริยธรรมที่หาได้ยาก ในเมืองไทยวันนี้ ทั้งๆ ที่หลายคน เรียนจบปริญญาจากสถาบันที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย แต่วันนี้ได้ขายวิญญาณสื่อมวลชน ไปเป็นการทำมาหาเลี้ยงชีพ เพื่อเอาตัวรอดในยุค เศรษฐกิจ "ตัวใคร ตัวมัน"

ครับ กรรมเป็นเรื่องเฉพาะตัว ใครทำใครได้ เดี๋ยวนี้ไม่นานเกินรอก็ได้เห็นกัน

สิงห์ขาว

[หน้าหลัก] [หน้า1][วิวาทะ][สหัสวรรษ]

1