ปีที่ 2 ฉบับที่ 724 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 8 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2542
วิวาทะ
อวิชชาตัวใดลากจูงจมูกเจิมศักดิ์ ต้องดิ้นรนตามหาแก่นธรรม
ตามหาแก่นธรรมอะไรกัน?
รายการของเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ตามหาธรรมอะไรกัน ภาพรวมของรายการที่เกิดขึ้น ตลอดช่วงระยะเวลา กว่า 7 เดือนมานี้ ชี้ให้เห็นว่า ผู้ที่เข้าไปร่วมวงเสวนา ไม่มีความรู้ด้านพระศาสนากันแต่อย่างใด
หากเป็นผู้ที่มั่นคงในพระศาสนาแล้ว คงไม่ต้องออกมาแสดงความเขลาตามหาแก่นธรรมเรียกเสียหัวเราะ และความสะใจกันทุกสัปดาห์
กริยาถ้อยคำที่ว่า "ตามหา" นั้น แสดงว่าทีมงานผู้จัดทำรายการตามหาแก่นธรรม นั้น ไม่ได้รู้ถึงหลักสำคัญ หรือหัวใจของพระพุทธศาสนา คืออะไร?
"อริยสัจจ์" ขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงค้นพบกว่า 2500 ปี นั้นสูญสิ้นไปจากความทรงจำของพุทธบริษัทแล้วหรือไร
จึงออกมาปฏิบัติการตามล่าหาแก่นธรรมกัน
ความจริงอย่างยิ่ง เป็นหลักธรรมอันยิ่งใหญ่ หรือที่เรียกกันว่า "อริยสัจจ์" ที่พระองค์ตรัสรู้ คือ ทุกข์ หมายถึงความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ และความทนอยู่ไม่ได้ มีอาการแปรปรวนไป
พระสมณโคดม ทรงค้นพบถึงความทุกข์ของสัตว์โลก ความรักความใคร่ ความอยากได้อยากเป็น ไม่อยากได้ ไม่อยากเป็นอย่างนั้นๆ
การดับทุกข์ พระองค์ทรงตรัสรู้ว่า ทุกข์เกิดจากสาเหตุใด ดังนั้นจึงต้องหาวิธีการดับทุกข์
ทางไปถึงความดับทุกข์ มรรคมีองค์ 8 กล่าวคือ ความเห็นชอบ, ดำริชอบ, วาจาชอบ, การงานชอบ, เลี้ยงชีพชอบ, เพียรชอบ, ระลึกชอบ และตั้งใจชอบ
พระพุทธองค์ทรงเน้นย้ำให้เห็นถึงสภาพของความไม่เที่ยง ตกอยู่ในอำนาจของไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
เน้นหนักในเรื่องของหลักกรรม 2 ฝ่าย คือ อกุศลกรรม และกุศลกรรม กรรมดีกรรมชั่วนั้นเอง
กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม สอนให้เห็นถึงการเวียนว่ายตายเกิด
สอนเหตุแห่งอกุศลมูล เหตุแห่งการก่อกรรมชั่ว เกิดจากอำนาจของโลภ โกรธ หลง
เมื่อรู้ถึงต้นสายปลายเหตุของเหตุแห่งทุกข์ การดับทุกข์ ก็ต้องปฏิบัติตนเพื่อให้หลุดพ้นจากอวิชชาความไม่รู้ต่างๆ ให้หมดสิ้นขจัดกิเลส ปลีกหนีจากไตรลักษณ์ เพื่อให้บรรลุมรรคผลนิพพานนั้นเอง
นี่คือหัวใจของหลักธรรมในพระพุทธศาสนา
เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง กำลังจะทำให้ชาวพุทธเกิดความสับสนต่อพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
หลักสำคัญ ธรรมที่เป็นอริยสัจ พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ไว้อย่างนั้น ไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องมีคนอย่างเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ออกมาตะแบง ตามหา แก่นธรรมจากใครกันอีก
ทั้งๆ ที่พระพุทธเจ้าประกาศธรรมอันยิ่งใหญ่ไว้ให้สัตว์โลกได้หนีจากสังสารวัฏ
มัชฌิมาปฏิปทา ทางสายกลาง เปรียบดังสายพิณ หย่อนเกินไปก็ไม่ดี ตึงเกินไปเสียงก็ไม่ไพเราะ นี่คือแนวทางในการปฏิบัติของ พระพุทธเจ้า อย่าให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งหย่อนยาน หรือสุดโต่งเกินไป
ขณะเดียวกัน การนำหลักทางสายกลางมาดำเนินชีวิต เช่น การเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์ กล่าวหาผู้อื่น ถ้าบุคคลนั้นๆ มองด้วยความเห็น ที่เป็น กลางแล้ว สำนึกหรือจิตของผู้นั้น จะต้องไปมีอคติ หรือความโกรธแค้น เกียจชัง เข้าไปวิพากษ์ผู้อื่น
เมื่อใดก็ตามถ้ามีอารมณ์ดังกล่าวแล้ว ขอให้รู้ไว้เลยว่า ไม่ใช่ทางสายกลางของพระพุทธเจ้าแล้ว แต่เป็นสายกลางของพวกมิจฉาทิฏฐิ
รายการตามหาแก่นธรรมของเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง มีอารมณ์แห่งทางสายกลางเป็นเช่นไร ถึงวินาทีนี้ ประชาชนก็เห็นกันอยู่แล้ว
โดยเฉพาะกระทู้ที่ส่อถึงภูมิธรรมปัญญาของการตั้งคำถาม อาทิ ศีล สมาธิ ปัญญา จะนำมาแยกปฏิบัติได้หรือไม่ เช่น วัดนั้นเก่งทางปริยัติ ก็ไปศึกษาปริยัติกับวัดหรือสำนักนั้นๆ
ส่วนสำนักนั้น วัดนี้เก่งทางด้านปฏิบัติ เราก็ไปศึกษาหาแนวทางปฏิบัติที่วัดหรือสำนักนั้น
ความรู้สึก หรือกระทู้ที่เป็นคำถามทำนองนี้ ไม่น่าจะมาจากบุคคลในพุทธศาสนา เข้าใจว่า ทั้งผู้ร่วมรายการ และพิธีกร ไม่มีความเข้าใจ ในพระศาสนาอย่างแท้จริง
ร้ายกว่านั้น อาจเป็นพวกมิจฉาทิฏฐิที่อาจเกิดจากอวิชชา หรือมีอคติอย่างใดอย่างหนึ่ง
เพราะในความเป็นจริงแล้ว หลักการทางศาสนาพุทธ ไม่อาจแยกศีล และสมาธิ ออกจากกันได้ เมื่อใดก็ตามที่มีความเห็นทำนองนี้ บุคคล นั้นๆ จะไม่ได้ปัญญา ไม่ได้มรรคผลนิพพาน ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ไว้อย่างแน่นอน
หากเข้าใจพระศาสนาดีแล้ว คงไม่ต้องมานั่งตามหาแก่นธรรมกัน
ขอเพียงแต่ให้น้อมนำหลักพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์มาปฏิบัติ เดินตามแนวธรรมของพระองค์ เพื่อบรรลุมรรคผล นิพพานตาม พระพุทธเจ้า
โซตัส