ปีที่ 2 ฉบับที่ 705 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 17 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2542
ปุจฉา วิสัชนา
อัตตา-อนัตตา ประสาชาวบ้าน
ไม่ว่าศาสนาใดๆ ในโลก ตลอดกระทั่ง ลัทธิความเชื่อทั้งหลายแหล่ ล้วนต้องการให้เป็น ที่พึ่งทางใจ แก่ผู้คนที่ศรัทธาเชื่อถือ บางลัทธิ บางศาสนา ดูเหมือนศาสนิกชน หลงเชื่องมงาย ซึ่งชีวิตหลังความตาย จะนำไปสู่อบายภูมิ 4 (นรก เปรต อสุรกาย เดรัจฉาน) ความหลงงมงายที่ว่านั้น เรามักจะมองกันแต่พื้นต่ำๆ ได้แก่ เรื่องที่เชื่อถือต่อกันมา อย่างไร้เหตุผล หรือแม้สิ่งที่ขัดต่อ ค่านิยมสมัยใหม่ ตัวอย่างเช่น เรื่องไสยศาสตร์ การบูชาผีป่า แม่กาลี เดรฉานวิชา สุรา นารี ฯลฯ เป็นที่รู้กันทั่ว แต่ที่ร้ายไปกว่านั้น เรามักจะมองข้าม ความหลงงมงาย ในเบื้องสูง ซึ่งมักเป็นกันมาก ในสังคมผู้ลากมากดี มีการศึกษา มียศฐาบรรดาศักดิ์ เป็นด็อกเตอร์หลายสำนัก ที่เป็นราชบัณฑิตก็มี ฯลฯ ชีวิตหลังความตายของคนเหล่านี้ มักหนีไม่พ้น โลกันต์นรก เพราะหลงงามงายติดยึด ในมิจฉาทิฏฐิ คือมีทิฏฐิชั่วนั่นเอง ทำไม่ถูกต้องได้รับโทษทัณฑ์ หนักหนาสาหัสกว่า พวกหลง งมงายเบื้องต่ำ ชนิดเปรียบเทีบกันไม่ได้เลย การทนทุกข์ทรมานในอบายภูมิ 4 ยังมีวันกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ ได้สร้างบารมีแก้ตัวกันใหม่ เสียเวลาไปในนรก สูงสุดแค่เพียง 1 อันตรกัปเท่านั้น แต่ชีวิตในนรกโลกันต์นั้น ยาวนานเกินกว่า จะนับประมาณ จนลืมไปเลยว่า สัพเพ ธัมมา อนัตตา... เป็นอย่างไร ทำไมถึงอยากไปกันนัก??
ในขณะที่คนยึดมั่นถือมั่นใน สัพเพ ธัมมา อนิจจา เสียเหลือเกิน กลับมองข้ามความเป็นอนิจจังไปได้ง่ายๆ เป็นไปได้อย่างไรกัน พระไตรปิฎก ที่สืบทอดกันมานานกว่า 2,300 ปี ตลอดจนคำสอนที่เล่าต่อกันมากว่า 2500 ปี จะไม่มีตกหล่นสูญหาย แถมยังผ่านการถูกเผาทำลาย ก็หลายครั้ง ประวัติพุทธศาสนา คงพอรู้อยู่บ้างกระมัง พระบรมศาสดาก็ทรงตรัสไว้แล้ว สิ่งที่พระองค์ท่าน ทรงนำมาสอนเวไนยสัตว์ ถ้าเปรียบไป แล้ว เสมือนใบประดู่ ที่ทรงกำอยู่ในพระหัตถ์ เทียบกันไม่ได้เลยกับ ใบประดู่ในป่าประดู่ลาย ที่สำคัญพระองค์ท่าน ไม่ต้องการให้เชื่อ อย่างงมงาย เพราะความรู้แจ้งเห็นจริง ไม่ได้เกิดจากการทรงจำ พระไตรปิฎก หรือเทศนาไพเราะแตกฉาน หรือเทศน์มันๆ แบบไฮปาร์คล้ำยุค แต่ทรงสรรเสริญ การปฎิบัติ จนกระทั่งสามารถปฏิเวธ เพื่อมุ่งความหลุดพ้น จากวัฏฏสงสาร
ทำไมมัชฌิมาปฏิปทา จึงเป็นเรื่องสำคัญ มัชฌิมาปฏิปทาในความหมาย ที่แท้จริงคืออะไร มักรู้กันแค่อริยมรรคมีองค์ 8 ท่องกันคล่อง แบบนกแก้วนกขุนทองทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นราชบัณฑิตตนไหน รูปไหนก็ตาม แต่มัชฌิมาปฏิปทา ที่อยู่ในกลางท้องของตัวไม่รู้หรอก รู้จักแต่สะดือ แถมเป็นสะดือโบ๋ (กลวง) อีกต่างหาก ดังนั้นการเป็นผู้เชี่ยวชาญ ในพระไตรปิฎก ไม่สามารถพาตัวให้รอดได้ ต้องย้ำอีกทีว่า "ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด" รอดจากอะไร อบายภูมิ 4 และโลกันต์นรกซี... พระคุณท่าน ด็อกเจิม มหาส. มหาสุ ทั้งหลาย
ความจริงทุกฝ่าย ล้วนหวังดีต่อพระพุทธศาสนา ต่างอ้างว่า จะรักษาจรรโลกให้เจริญรุ่งเรือง ทั้งห่วงทั้งหวงเสียเต็มประดา เลยงัดไม้พาย ไล่ตีหัวชาวบ้าน ทำอะไรใหญ่โตไม่ใช่พุทธ แถมสำทับเอาอีกว่า ของข้าสิถูก ของเอ็งผิด เป็นพุทธปฏิรูป เป็นสัทธรรมปฏิรูป โถ พระคุณเจ้าช่าง วิปริตแท้ๆ ฝ่ายที่ถูกกล่าวหา อย่างสาดเสียเทเสีย รวมทั้งถูกใสร้ายป้ายสารพัดสี กลับสงบนิ่ง ปฏิบัติตนตามคำสั่งสอน ของพระบรมศาสดา ยึดมั่น โอวาทปาฏิโมกข์อย่างเหนียวแน่น ท่านล่ะ รู้จักหรือรู้จำ แล้วรู้ทำบ้างหรือเปล่า ไม่กล่าวร้ายใคร ไม่เบียดเบียนใคร สำรวมอยู่ในอธิจิต อธิศีลของ ตน ฯลฯ สั่งสอนอบรมพุทธศาสนิกชน ให้ละชั่ว ทำดี ทำใจให้บริสุทธิ์ผ่องใสเรื่อยไป ไม่ได้สนใจเล้ย อัตตา-อนัตตา ไอ้คนที่พร่ำแต่ นิพพานเป็น อนัตตา แต่ละคน แต่ละรูป อัตตาตัวใหญ่ๆ กันทั้งน้าน.. หลับตาเปิดใจเสียบ้างเถิดพระคุณเจ้า ผู้เฒ่าทั้งหลาย ของดีในพระพุทธศาสนาไม่ได้มีแต่ พระไตรปิฎก เอาแต่คิดว่าพระไตรปิฎกผิดไม่ได้ แค่นี้ท่านก็ผิดมหันต์แล้วล่ะ เพราะท่านก็คงผิดไม่ได้เหมือนกัน สองท่านล่ะนะ ที่เป็นราชบัณฑิต ผิดไม่ได้ รู้แต่เพียงว่า ศาสนาพุทธมีอยู่แค่ในพระไตรปิฎก ถ้าไม่มีพระไตรปิฎก แล้วคงไม่มีพระสงฆ์ในโลก เอาแต่วัดใน เมืองไทย สามหมื่น กว่าวัด มีพระไตรปิฎกกันสักกี่วัดเชียว
เท่าที่ทราบ อาจารย์ของเจ้าอาวาสวัดที่กำลังอยู่เดี๋ยวนี้ เพราะฝีมือพวกท่าน พระเดชพระคุณท่าน เป็นสุดยอดกัลยาณมิตร เผยแผ่พระพุทธ ศาสนา มีคนนับถือไปทั่วโลก สร้างวัดใหญ่โตด้วยวิสัยทัศน์กว้างไกล จะรวมใจชาวพุทธทั่วโลก ทำให้ศาสนาพุทธ ที่ตกต่ำมานาน ได้รับการ กล่าวขาน และปฏิบัติได้ผลดียิ่งใหญ่ ไปทั่วทุกปี กลายเป็นเพชร ที่ได้รับการเจียรนัยอีกครั้ง อาจารย์ของท่าน เป็นแค่ชาวนาบ้านนอก หนังสือสักตัว ยังอ่านไม่ออก พระไตรปิฎกไม่ต้องพูดถึง แต่น่าแปลก ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ได้คล่องแคล่ว แน่วแน่ต่อพระนิพพาน ชีวิตของท่านประพฤติ พรหมจรรย์ ทั้ง กาย วาจา ใจ มาโดยตลอด อย่างบริสุทธิ์ผุดผ่องเสียด้วย แถมสร้างวัดได้สวย สมศักดิ์ศรีของชาวพุทธ เงินทองไม่รู้มาจากไหน ไหลมาเทมา แม้ยุคไอเอ็มเอฟ ที่คนแทบบ้า ยังหายบ้า ถ้าได้ไปร่วมบุญ สร้างมหาธรรมกายเจดีย์ เพราะมีแต่ของดี คนดี วัดดี พระดี ไม่มีเรื่องซุบซิบนินทา ไม่มีของมือสองไว้ร้องขาย ไม่ต้องไปไฮปาร์คต่างจังหวัด วิ่งขายเทป กลางสี่แยกสร้างปัญหา เทศน์ด่าสกัด ไม่ให้คนมาทำความดี... อื้อหือ..พระหรือนี่!!
"83 หน้าในพระไตรปิฎก ที่กล่าวถึงพระนิพพาน รวมทั้งหลักฐานในคัมภีร์ต่างๆ ไม่มีคำว่า นิพพานเป็นอัตตา" แค่นี้ราชบัณฑิต ผู้เป็น ปราชญ์แห่งพุทธศาสนา ก็สรุปว่า พระนิพพานเป็นอนัตตา ซะแล้ว ทำไมรู้ 83 หน้า กับคัมภีร์อีกไม่กี่เล่ม แล้วตรงที่มีความหมายว่า นิพพานเป็น อัตตาตั้งเยอะแยะ ในพระไตรปิฎกฉบับ เดียวกัน ไม่ทำความเข้าใจ ให้แจ่มแจ้งบ้างล่ะ ท่านอาจารย์.. ขอยกมาซัก 2-3 ข้อพอเป็นแซมเปิ้ล ก็แล้วกันนะ...
1. ยสฺส อุปฺปาโท ปญฺญายติ ตสฺส ยญฺญฑตฺถุ ปญฺญายติ นิพฺพานํ นิจฺจํ ธุวํ สสฺสติ อวิปริฌามธมฺ อสํหิรํ อสํกุปฺปํ ฯ
แปลว่า... ความเกิดขึ้นแห่งนิพพานใดย่อมปรากฏ ความเสื่อมแห่งนิพพานนั้น มิได้มี ย่อมปรากฏอยู่โดยแท้ นิพพานเป็นคุณชาติเที่ยง ยั่งยืน มั่นคง มิได้มีความแปรปรวน เป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า อันอะไรๆ นำไปไม่ได้ไม่กำเริบฯ
(ขุททกนิกาย จูฬนิเทส เล่ม 30 ข้อ 659 หน้า 315)
2. นิพพานํ ปรมํ สุขํ ฯ
แปลว่า...พระนิพพาน เป็นสุขอย่างยิ่ง
(ขุททกนิกาย ธรรมบท เล่ม 25 ข้อ 25 หน้า 42)
3. ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา..ฯ
แปลว่า...สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นเป็นอนัตตา...ฯ
(สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม 17 ข้อ 91 หน้า 56)
พระพุทธองค์ ทรงตรัสเอาไว้ชัดเจนดีแล้ว คงไม่ต้องให้กระต่ายมาอธิบายราชสีห์หรอกน่า เพราะอธิบายอย่างไรๆ ก็คงไม่ยอมรับรู้อยู่ดี เหมือนแก้วที่มีน้ำเต็มปรี่ จะเอาน้ำดื่มอย่างดี มาเติมให้สักเท่าใด ก็คงล้นหมดไม่ได้กิน ก็ขอให้อยู่เป็นสุขๆ กับอนัตตาไปเถอะ.. สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นเป็นอนัตตา.. นิพพานของพระคุณเจ้า เท่านั้นแหละหนา ที่เป็นเช่นนั้น นิพพานของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์เจ้า ทั้งหลาย ต้อง... นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ... ใครไม่อยากสุขก็แล้วไป จะไปอเวจี หรือโลกันต์นรก ก็เลือกเอา จะมาหาว่าบังคับอย่างที่กล่าวหา เรื่องสร้างพระบูชา มหาธรรมกายเจดีย์.. มันก็อีหรอบเดียวกันนั่นแหละ ถึงว่าสิ... มหาบัณฑิตจึงได้ล่อกามา เมาสุราเช้ายันค่ำ.. ศีล 5 ไม่รู้จักทำให้ เป็นปกติ เพราะขืนทำดีจนเข้าพระนิพพาน เจอนิพพานเป็นอนัตตาเข้า...ทุกข์ตายห่...ว่าแล้วก็เรียกอีแหม่ม.. Darling! เอาคอนยัคอีกซักแก้ว มาล้างหน้าไก่หน่อยซิ...
ขออภัย ที่ต้องจำใจล่วงเกิน ไม่ต้องรู้มากจนเกินไปหรอก รู้แค่พระธรรมเพียงบทเดียว ก็เข้าพระนิพพานได้ ขอแต่ให้รู้จริง... ชนิดรู้แจ้ง เห็นจริง ก็จะแทงตลอดในพระธรรม ทั้งที่ปรากฏและไม่ปรากฏ ในพระไตรปิฎก ไม่ต้องอ่านก็ยังได้ เอาอย่างท่านยายอาจารย์ของ ท่านเจ้าอาวาสวัดดัง นั่นไง วิราคธาตุ วิราคธรรม เป็นอย่างไร ไปถามท่านดู จะได้พิสูจน์ไปในตัวว่า ตัวปลอมหรือตัวจริง ว่าแต่ จะมีบุญพอ ได้พบท่าน หรือเปล่าเท่านั้น...เอวํ ก็มีด้วยประการฉะนี้...สาธุ
พระเถื่อน
12 มิ.ย.42
เรียน คุณไอ้ทิด
ตอนนี้รับ นสพ.พิมพ์ไทย เป็นประจำแล้วนะค่ะ ขอบคุณมากที่ นสพ.ของคุณลงข่าวเป็นกลางได้ดี ขอให้เก็บความดีไว้ตลอดไปนะคะ อย่าให้ปัจจัยต่างๆ มาอยู่เหนืออุดมการณ์ของเราได้ เหมือนคนอื่นๆ จะเป็นบาป
ขำและแปลกใจ เกิดมาตั้งแต่เล็กจนแก่ เจ็ดสิบกว่าปีแล้ว เพิ่งได้ยินได้ฟังว่า เจ้าของโฉนดถูกฟ้องว่าโกงโฉนดของตัวเอง เขาทำกันแปลกๆ เงินก็ไม่ทำบุญแม้แต่สลึงเดียว ที่ดินก็ไม่เคยบริจาคสักเท่าฝ่ามือ
แต่ตั้งอกตั้งใจ จะเอาผิดท่าน พระเดชพระคุณหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายให้ได้ ท่านถูกกล่าวหาว่ายักยอกที่ดินของวัด ซึ่งในโฉนด เป็นชื่อท่านเป็นเจ้าของ เขาทำอะไรกัน
อีกเรื่อง คำว่า นิพพาน เป็นอัตตาหรืออนัตตา ขอร้องให้พวกบ้าๆ ทั้งหลายทั้งปวง มีกี่เปอร์เซ็นที่สนใจเรื่อง นิพพาน เป็นอัตตา หรือ อนัตตา แม้แต่ผู้ที่แหกปากร้องแย้วๆ อยู่ก็เถอะ เขารู้อะไร เขาเคยถือศีลห้าหรือเปล่า ถ้าถือ ถือครบห้าหรือไม่
ช่วยถามพวกเขาที บาปรู้จักมั้ย?
ผู้คนไปวัดพระธรรมกาย ช่างมีแต่ความสุข ส่วนใหญ่ถือแค่ศีลห้า (อย่างเคร่ง) ไม่เคยสนใจกับอัตตา-อนัตา เท่าใด เพยงแต่พยายามฝึกสมาธิ ตามคำสอนของหลวงพ่อ บางคนก็เริ่มได้ผล บาคนก็เริ่มสงบ และมีความสุขทุกคนดีใจที่หลวงพ่อเป็นพระดีที่หายาก
ยิ่งเขียนยิ่งเลอะ ขอจบแค่นี้นะค่ะ ปีนี้อายุ 72 ย่างแล้ว ถ้ามีโมหะจะบาป ขออวยพรให้พิมพ์ไทย เจริญยิ่งๆ ขึ้น
ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย
อ่อนนุช 46