ปีที่ 2 ฉบับที่ 705 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 17 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2542

หน้า 1

ธรรมกายฟ้องศาล พิสูจน์ที่ดินธัมมชโย

มั่นใจเจ้าอาวาสบริสุทธิ์ พยานหลักฐานครบถ้วน

สั่ง "ตูมตาม" กับพวก หยุด

วัดพระธรรมกายเปิดแนวรุกร้องพึ่งบารมีศาล พิสูจน์สิทธิถือครองที่ดินของพระธัมมชโย มั่นใจพยานหลักฐานที่มี ยืนยันความบริสุทธิ์ของ เจ้าอาวาสได้แน่นอน พร้อมร้องขอให้ศาลบังคับ ตูมตาม-พิภพ-สมพร และพวกรวม 7 คน หยุดการกระทำที่เกี่ยวข้อง กับวัดพระธรรมกาย รอจนกว่า ศาลจะมีคำสั่ง ด้านตำรวจเล่นแรง สั่งห้ามเจ้าอาวาส ออกนอกประเทศแล้ว ส่วนทนายชูชาติ ยังไม่ยอมแพ้ เตรียมดำเนินคดีกับวัดอีก

รายงานข่าวจากวัดพระธรรมกายแจ้งว่า เมื่อวานนี้ ทางวัดพระธรรมกาย ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อให้ทำการพิสูจน์สิทธิในการครอบ ครองที่ดิน ของพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (พระธัมมชโย) ว่า ได้ถือครอง และได้มาซึ่งที่ดิน โดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่ได้มาโดยการฉ้อโกง หรือยักยอก ตามที่ถูกเจ้าหน้าที่ของทางการ และสื่อมวลชนกล่าวหา แต่อย่างใด โดยได้มอบหมายให้ นายวีระศักดิ์ ฮาดดา หัวหน้าสำนักงาน มูลนิธิวัดพระธรรมกาย เป็นตัวแทน ดำเนินการ ในเรื่องนี้ ซึ่งศาลได้ประทับรับฟ้องไว้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา

วัดถูกกลั่นแกล้ง

การที่ทางวัดต้องขอพึ่งบารมีจากศาลในครั้งนี้ เป็นเพราะว่า ไม่มีหนทางอื่นที่จะพึ่งได้ นอกจากศาลยุติธรรม เนื่องจากในระยะที่ผ่านมา ทางวัดถูกกลั่นแกล้ง กล่าวหาต่างๆ นานา โดยไม่เป็นธรรมโดยตลอดเวลา โดยข้อเท็จจริงที่ทางวัดแถลงให้ทราบ สื่อมวลชนก็ไม่เคยนำไปลง ในทางที่ดี

ห้ามตูมตามยุ่ง

นอกจากนี้ การร้องพิสูจน์สิทธิดังกล่าว ทางวัดยังได้ร้องขอให้ศาลสั่งให้ นายอาคม เอ่งฉ้วน รมช. ศึกษาธิการ นายพิภพ กาญจนะ อธิบดี กรมการศาสนา และเจ้าหน้าที่กรมการศาสนาท่านอื่น และนายสมพร เทพสิทธา หยุดการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย เป็นการ ชั่วคราว เพื่อรอให้ผลการพิสูจน์สิทธิทางศาล ลุล่วงไปก่อน

เจ้าอาวาสบริสุทธิ์

"ทางวัดมั่นใจว่า ตลอดเวลาเกือบ 30 ปี ที่ผ่านมา พระราชภาวนาวิสุทธิ์ ได้บำเพ็ญคุณงามความดี ในพระบวรพระพุทธศาสนามาโดยตลอด และที่ดินได้มาทั้งหมด ได้มาโดยบริสุทธิ์ ไม่เคยฉ้อโกง หรือหลอกลวงให้ผู้บริจาค ต้องได้รับความเสียหาย ดังนั้น การพิสูจน์สิทธิครั้งนี้ ทางวัดเชื่อ ว่า พยานหลักฐานที่มีอยู่ สามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของเจ้าอาวาสได้ ซึ่งถือว่าเป็นหนทางเพียงทางเดียว ที่ทางวัดต้องเลือกกระทำ"

โจ๊กร้องตม.ห้ามออกนอก

นายวรัญชัย โชคชนะ ประธานกลุ่มพุทธศาสนิกชนไทย ยื่นหนังสือต่อ พล.ต.ท.ชิดชัย วรรณสถิตย์ ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อขอให้มีคำสั่งห้ามพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เดินทางออกนอกประเทศ โดยในหนังสือระบุว่า ตามที่กรมศาสนาได้แจ้งความ ร้องทุกข์กล่าวโทษ เป็นความผิดทางอาญาอย่างร้ายแรง กระทบต่อความมั่นคงทางพุทธศาสนา ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาสอบสวน ดำเนินคดี และยังเป็นเรื่องที่ประชาชน ให้ความสนใจทั้งประเทศ นอกจากนี้ ทางมหาเถรสมาคมให้เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี พิจารณาคดีทาง ฝ่ายสงฆ์ของพระธัมมชโย ยังไม่สิ้นสุด นับว่า เป็นคดีใหญ่ที่มีความสำคัญ

ด้วยเหตุผลดังกล่าว กลุ่มพุทธศาสนิกชน จึงขอให้ทางกองบัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พิจารณามีคำสั่งห้ามให้พระธัมมชโย เดินทาง ออกนอกประเทศ เพราะในอดีต มีตัวอย่างมาแล้วคือ อดีตพระยันตระ ได้หลบหนีออกนอกประเทศ ไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ทั้งที่คดียังไม่สิ้นสุด ทั้งทางโลกและทางธรรม และยังเป็นการหนีประกัน ในคดีอาญาอีกด้วย ซึ่งทางกลุ่มพุทธศาสนิกชน ไม่อยากเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก

ตม.บ้าจี้เต้นตาม

ด้าน พล.ต.ท.ชิดชัย กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ คอยสอดส่องและตั้งด่านสกัดแล้ว ซึ่งสาเหตุยังไม่ดำเนินการ ตั้งด่านสกัดเส้นทางเข้าออกในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากยังไม่มีใครออกมากล่าวหา แต่สำหรับตอนนี้ ทางกรมการศาสนาได้ออกมาแจ้งความ ร้องทุกข์ จึงได้สั่งการไปยัง ด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกที่ ห้ามพระธัมมชโย เดินทางออกนอกประเทศ พร้อมทั้งยกเลิกหนังสือเดินทาง ออกนอกประเทศ ตามมาตรา 57 อีกด้วย

เรียกเชลียงสอบ 3 ชม.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองปราบปราม ว่า จากการที่พนักงานสอบสวนของกองปราบปราม ได้เรียกนายเชลียง เจียมสนิท หัวหน้านิติกร กรมการศาสนา มาพบเพื่อสอบปากคำและขอเอกสารเกี่ยวกับเรื่องที่ดินของวัดธรรมกาย และของเจ้าอาวาสวัด โดยสอบปากคำ เจ้าหน้าที่กรม การศาสนาไปแล้ว เกี่ยวกับเอกสารที่ได้มา และส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบที่ดิน ตามจังหวัดต่าง ๆ ที่ระบุเอาไว้ ซึ่งเอกสารที่เจ้าหน้าที่ กรมการ ศาสนา นำมามอบให้ภายหลังนั้น พนักงานสอบสวนกำลังตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีที่มีการแจ้งเอาไว้หรือไม่ และหลังจากที่ พ.ต.ท.จรุงวิทย์ ภุมมา รองผู้กำกับการ 3 กองปราบปราม และพนักงานสอบสวน ได้สอบสวนในเบื้องต้นแล้ว พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ผู้กำกับการ1 กองปราบปราม ในฐานะพนักงานสอบสวนได้สอบนายเชลียง อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งใช้เวลากว่า 3 ชม.

แต่รายละเอียดของการสอบสวน พ.ต.อ. ทวี กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่สามารถที่จะเปิดเผยได้ ซึ่งทาง พล.ต.อ.พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับไว้และจะนำสำนวนการสอบสวนไปมอบให้กับ พล.ต.ท.วาสนา เพิ่มลาภ ผู้บัญชาการสำนัก งานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ซึ่งรับผิดชอบในคดีดังกล่าวด้วย ซึ่งก่อนที่ พ.ต.อ.ทวี จะเดินทางไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อพบกับ พล.ต.ท.วาสนา ก็ได้นำสำนวนการสอบสวนคดี วัดพระธรรมกายมารายงานให้กับ พล.ต.ต.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้บังคับการกองปราบปราม เพื่อ พิจารณาในระดับหนึ่ง

ด้าน พ.ต.อ.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ รองผู้บังคับการกองปราบปราม หนึ่งในพนักงานสอบสวน เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการสอบสวนว่า ขณะนี้ทางคณะทำงานกำลังทำงานกันอยู่ ซึ่งความคืบหน้าต่าง ๆ ต้องสอบถามทางหัวหน้าพนักงานสอบสวน หรือสอบถามทาง พล.ต.ท.วาสนา

ตำรวจรวมเอกสาร

ส่วนเรื่องของเอกสารต่าง ๆ นั้น ทางพนักงานสอบสวนกำลังพิจารณาว่า จะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างไรหรือไม่ แต่ที่ได้พิจารณาแล้ว ก็เห็นว่า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และรายละเอียดอื่น ๆ นั้น พนักงานสอบสวนกำลังประชุม เพื่อดูว่า ทางพนักงานสอบสวนจะต้องทำอะไรบ้าง อย่างไรก็ตาม ต้องขอเวลาในการรวบรวมเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ก่อน เนื่องจากมีจำนวนมาก

ส่วนที่ว่ารู้สึกหนักใจหรือไม่ที่เข้ามาทำคดีนี้ พ.ต.อ.สมพงษ์ กล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวน ต้องทำไปตามภารกิจหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ระหว่างนี้ ขอให้ทางพนักงานสอบสวนทำงานเสียก่อน คาดว่า อีกประมาณ 1 เดือน ซึ่ง พล.ต.ท.วาสนา ได้สั่งให้ทำให้เรียบร้อย เพื่อสำนวน จะมี รายละเอียดมากขึ้น

อาคมยังมืดย้ำเจ้าอาวาสผิด

นายอาคม เอ่งฉ้วน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กรมการศาสนาและตน มีความมั่นใจในเอกสาร และพยานหลักฐาน ที่รวบรวมให้ตำรวจ เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในคดีอาญาแจ้งความเท็จ เป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และเป็นเจ้า พนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

นอกจากเอกสารที่ดินจำนวน 1,747 ไร่ ในการครอบครองของพระธัมมชโย ที่วัดแจ้งไว้ตั้งแต่แรก เจ้าหน้าที่กรมการศาสนายังพบว่า มีที่ดิน บางแห่ง ที่เข้าข่ายยักยอกทรัพย์เพิ่มเติมอีก และส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแล้ว เชื่อว่า ข้อกล่าวโทษที่เจ้าพนักงานที่ดิน และเจ้าพนักงาน ตำรวจได้รับ จะเห็นได้ว่า เป็นเรื่องเจ้าพนักงานยักยอก

ทนายดังตื้ออุทธรณ์คดี

นายชูชาติ ศิลปรัตน์ หัวหน้าสำนักกฎหมายศิลปะนิติ ซึ่งเป็นผู้ยื่นฟ้องข้อหาฉ้อโกงงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 344 และข้อหา ผิด พ.ร.บ. เช็ค วัดพระธรรมกาย และถูกศาลแขวงพระนครเหนือ พิพากษายกฟ้อง

นายชูชาติ ยืนยันว่าจะทำการยื่นฟ้องต่อไป ตามขั้นตอนอุทธรณ์และฎีกา คณะทำงานทุกคนมั่นใจว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ถูกต้อง ตามกฎหมายมีข้อบัญญัติว่า ถ้าข้อกฎหมายเกี่ยวพันกัน ก็สามารถยื่นฟ้องรวมกันใน 3 พื้นที่ ศาลใดก็ได้

ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นว่า ฟ้องผิดศาลนั้นไม่ถูกต้อง ทั้งนี้จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งภายในสัปดาห์นี้ โดยจะฟ้อง พ.ร.บ. เช็ค ที่ศาลแขวงปทุมวัน ส่วนคดีฉ้อโกง จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลแขวงพระนครเหนือตามเดิม

เจ้าคณะปทุมฯ โยนให้ภาค 1 พิจารณา

ด้านการสอบสวนทางวินัยสงฆ์ พระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี กล่าวยืนยันว่า จะไม่เป็นผู้พิจารณาคดีว่า คดีมีมูลหรือไม่ แต่จะส่ง ข้อกล่าวหาทั้งหมดไปให้ พระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 เป็นผู้พิจารณาตัดสิน

[หน้าหลัก] [หน้า1][ปุจฉา][วิวาทะ][สหัสวรรษ]

1