ปีที่ 2 ฉบับที่ 699 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2542
วิวาทะ
การใช้จิตใจคนชั่วช้า มาคำนวณจิตใจวิญญูชน
วิจารณ์หนังสือกรณีธรรมกาย ฉบับสมบูรณ์ของพระธรรมปิฎก มา 9 วันเต็ม ค่อนข้างจะเครียดเอาการอยู่ โดยเฉพาะกรณีที่พระคุณเจ้า หยิบยกเรื่องการสูบฝิ่นแล้วจะมองเป็นคนดีนั้น มาเปรียบเทียบกันคนเข้าวัดพระธรรมกาย
ก็สรุปจบไปแล้วสำหรับงานวิจารณ์ดังกล่าว
ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ส่งจดหมายและโทรสาร มาให้กำลังใจข้อเขียนแห่งนี้ (รวมถึงเสียงด่าทอ โทรศัพท์ข่มขู่) ขอน้อมรับไว้ด้วยความ เคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
ขณะที่สถานการณ์การตามล้างตามผลาญวัดพระธรรมกาย และพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ธมฺมชโย) ยังคงดำเนินต่อไป แล้ะมีท่าทีจะทวี ความร้อนแรงขึ้นตามลำดับ
ความรุนแรงที่ว่านี้ มีรากเหง้ามาจาก "สมการ" ที่ว่า "การใช้จิตใจคนชั่วช้า มาคำนวณจิตใจวิญญูชน"
ภาพความเลวร้ายของวัดพรธธรรมกาย จึงปรากฏออกมาเช่นนี้
การเพ่งจับผิดพระธัมมชโย รุนแรงถึงขั้นเรียก "ไอ้แว่น" หรือเรียกนามเดิมก่อนที่จะมาบวชเป็นภิกษุสงฆ์ มีสมณศักดิ์เป็นถึงชั้นราช
แต่กลับถูกสื่อมวลชนในเครือ "มติชน" เรียกว่าคำนำหน้าสรรพนาม ว่า "ไอ้" ซึ่งถือว่า เป็นองค์กรใหญ่ มีผู้เชี่ยวชาญ ด้านนิเทศศาสตร์ วรสารศาสตร์หลายท่าน ประกาศยึดมั่นใจวิชาชีพ จรรยาบรรณ แต่กลับปล่อยให้มีเรื่องเน่าเหม็นเช่นนี้ ในองค์กรที่ประกาศชูธรรมนับสิบปี
เครือ "มติชน" อ้างว่าทำไปเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา และสมเด็จพระสังฆราช อันเป็นประมุขสงฆ์ ระยะเวลา 6 เดือน ย่อมเป็นที่ประจักษ์ แล้วว่า การปกป้องสถาบันหลัก มติชนใช้วิธีรุนแรงป่าเถื่อนมาโดยตลอด
การนำเสนอข่าววัดพระธรรมกาย มุ่งเน้นเขียนให้ชาวพุทธที่มีความศรัทธาสองฝ่าย เกิดรอยด่างแห่งความขัดแย้งทางความคิดยิ่งขึ้น ทุกขณะ
การหยิบยกวินิจฉัยของสมเด็จพระสังฆราช พระลิขิต พระบัญชา เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับองค์กรตัวเอง
แต่ที่ผ่านมา ปี 2534 "มติชน" ก็ถูกสังคมจับจ้องกรณีดูหมิ่นพระสังฆราชมาแล้ว และล่าสุด "เสฐียรพงษ์ วรรณปก" เล่นเกินธง บังอาจปลด พระสังฆราชออกจากคณะปกครองสงฆ์
ภาพการณ์เหล่านี้ เป็นเรื่องที่ทุกฝ่าย จักต้องให้ความสำคัญ พิจารณาถึงบทบาทสื่อมวลชนแห่งนี้ให้มั่น
คงไม่สายเกินไปที่จะเขียนถึงลูกผู้ชายที่ชื่อว่า "จักร์กฤษ เพิ่มพูล" ปัจจุบันเขาผู้นี้ ดำรงตำแหน่งบรรณาธิการฝ่ายผลิต หนังสือพิมพ์ กรุงเทพฯ ธุรกิจ เครือเดอะเนชั่น
จักกฤษ ผ่านร้อนผ่านหนาวบนถนนน้ำหมึกมานานนับสิบปี มีความรู้ทางนิติศาสตร์จากรั้วพ่อขุน กระโดดขึ้นไปคว้าปริญญาโท จากรั้วจามจุรี
ขณะที่สื่อมวลชน พากันกระหน่ำโจมตีเอาผิดเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ไปในทิศทางเดียวกัน และมีการเสนอข่าวเชิงชี้นำสังคมว่า วัดพระธรรมกายผิด
จักร์กฤษ ได้หยิบมาตรฐานของสถานีโทรทัศน์ "ซีบีเอส" ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสื่อมวลชนที่เคร่งครัด ต่อจรรยาบรรณ มาเปรียบเทียบ กับสื่อมวลชนไทย ต่อการเสนอข่าววัดพระธรรมกาย ในคอลัมน์ "จอกอ" 26 พ.ค. นสพ.กรุงเทพฯ ธุรกิจ
เขาเห็นว่า สื่อมวลชนทกุฉบับยกเว้น "พิมพ์ไทย" ต้องขีดเส้นใต้ด้วยตัวแดง เสนอข่าวชี้นำปลุกเร้า ชี้ผิดชี้ถูก โดยไม่ผ่านกระบวนการคิด อย่างมีเหตุผล และปัญหาแห่เสนอข่าวไปทิศทางเดียวกัน ไม่มีใครฉุกคิด ใช้ปัญญาไตร่ตรองว่า ที่เราเสนออยู่นั้น ถูกต้องไหม แฟร์กับคนที่ถูก กล่าวหาเพียงใด สื่อต้องการอะไรกันแน่
"จอกอ" ระบุด้วยว่า อีเมล์ของเขาเปิดแสดงความเห็นเกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย สรุปว่า มีคนสนับสนุนวัด 3 และไม่สนับสนุน เพียง 2 จากจำนวน 5 ราย จึงตั้งสมมติฐานว่า อาจมีคนศรัทธาวัดแห่งนี้ มากกว่ารังเกียจก็เป็นไปได้
กรณีเครือ "มติชน" เรียกเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่า "ไอ้แว่น" จักร์กฤษเห็นว่า เป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะพระธัมมชโย ยังมี สมณศักดิ์ เป็นพระราชภาวนาวิสุทธิ์ เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ที่จะสิ้นสภาพได้ก็ต่อเมื่อ มีหนังสือกราบบังคมทูลลาจาก สมณศักดิ์ หรือมีพระบรมราช โอการโปรดเกล้าฯ ให้ออกจากราชทินนาม
ดังนั้นที่ว่า นายไชยบูรย์ หรือ ไอ้แว่น ของหนังสือพิมพ์คุณภาพ เครือมติชน จึงเป็นบทบาทของสื่อที่สำคัญหน้าที่ของตนเองผิด และยังเป็น การสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในพระศาสนา ทั้งที่การพิจารณาต่างๆ มีกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ กฎมหาเถรสมาคม สื่อมวลชน ชอบทำหน้าที่ล้ำเส้น แม้แต่ฆาตกรเอง สื่อก็พาดหัวกันว่า ไอ้โหด ก็ไม่ถูกต้อง เขายังเป็นผู้ต้องหา ซึ่งต้องผ่านกระบวนการยุติธรรมก่อน
ความเห็นของจักร์กฤษ ถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์ผ่านคอลัมน์ "แมลงวันในไร่ส้ม" มติชนสุดสัปดาห์ "ธวัชชัย จารนัย" แก้ต่างแทนมติชนว่า จักร์กฤษรู้หรือไม่ว่า ที่มาที่ไปของคำว่า ไอ้แว่นมาจากไหน มาจากพระที่เคยใกล้ชิดเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายมาก่อน แต่ภายหลัง เกิดเห็นไม่ดี ไม่งามกับพระธัมมชโยขึ้น
สอดรับกับวินิจฉัยสมเด็จพระสังฆราชที่ว่า เป็นพระปลอม ควรเรียก "ไอ้แว่น" เหมือนสมัยที่เป็นนิสิตเกษตรฯ เพื่อสมกับเพศที่แท้จริง
แมลงวันในไร่ส้ม ใจกว้างพอที่จะนำเหตุผลของจักร์กฤษมาบันทึกไว้ในหนังสือของตัวเอง จักร์กฤษปฏิเสธว่า เขาไม่รู้ที่มาที่ไปของคำว่า ไอ้แว่น แต่ถึงอย่างไร ก็ไม่ควรไปให้น้ำหนักกับพระที่ขัดแย้งกับพระธัมมชโย เป็นธรรมดาที่พระรูปนั้น จะต้องให้ข้อมูลด้านลบต่อ พระธัมมชโย แน่ๆ
"แต่คงมีคนกลุ่มหนึ่งสะใจที่เรียกแบบนี้ แต่อย่าลืมว่า หน้าที่ของหนังสือพิมพ์ ไม่ใช่สนองความสะใจ ต้องยืนอยู่ข้างความถูกต้องไม่ลำเอียง ซื่อสัตย์ต่อข่าว" นั่นคือเหตุผลของคนข่าวอย่างจักร์กฤษ
ผมขอจบเรื่องของแมลงวันตอมแมลงวันไว้แค่นี้ก่อน และต้องขอขอบคุณในความหาญกล้าของ "จักร์กฤษ" ที่มีความรู้สึกในฐานะ สื่อมวลชน ที่พึงจะมีมา ณ โอกาสนี้ด้วย
ความจริง ผมจะพูดถึงเรื่อง "สมการ" ที่ว่า "การใช้จิตใจคนชั่วช้า มาคำนวณจิตใจวิญญูชน" แต่ยังค้างคาใจกับกรณีแมลงวัดตอมแมลงวัน ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดีงามของสื่อมวลชนไทย ที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบกันเอง หลังจากที่มีบทบาทตรวจสอบองค์กรต่างๆ มาตลอด ระยะเวลา หลายสิบปี
ที่นี้ มาพูดกันถึงเรื่องฮอตๆ ที่ "สื่อ" หยิบขึ้นมาเป็นประเด็น อาทิ ที่ดิน เจ้าอาวาสเจ้าเล่ห์ไม่ยอมโอน โกง เบี้ยว ฮุบ ฯลฯ หรือ สงสารเด็ก น้อยร้องไห้ วอนขอความเป็นธรรม ถูกหลอกทำบุญ
หากเรานำสมการที่ว่า ใช้จิตใจคนชั่วช้า มาคำนวณจิตใจวิญญูชน มันก็มีผลออกมาดังภาพที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้
ก่อนอื่น ต้องเข้าใจว่า ผมยังไม่ได้ชี้ว่า ใครเป็นคนชั่วช้า หรือวิญญูชน
ดังนั้ จึงตอ้งกลับมาที่ตัว พระธัมมชโย มีความเป็นมาอย่างไร ท่านสนใจธรรมะตั้งแต่เรียน ม.เกษตรฯ จบแล้วก็บวช ครั้นบวชเป็นพระ ก็สามารถสร้างคุณงามความดีให้กับสังคมมากมาย สามารถก่อนสร้างวัดพระธรรมกาย จนเป็นปึกแผ่นมั่นคง ครั้นมีปัญหา ท่านก็ประกาศว่า "จะขอตายคาผ้าเหลือง" นี้คือจุดยืนของท่าน
คิดด้วยหลักและเหตุผล คนอะไรจะเลวชั่วช้าอย่างที่สื่อพากันโหมกระพือข่าว
ส่วนเรื่องการโอนที่ดินที่ล่าช้า ก็ต้องเข้าใจด้วยว่า ต้นสายปลายเหตุของการโอนที่ดินเกิดจากอะไร ก็เกิดมาจากเรื่องที่ไม่ปกติ ไม่ธรรมดา จะให้ท่านเจ้าอาวาสทำอะไรให้มันธรรมดาไปได้อย่างไร?
ที่สำคัญมาตรฐานที่เจ้าหน้าที่บ้านเมือง กำลังเร่งรัดเจ้าอาวาสชนิดเอาเป็นเอาตาย ต้องวันที่ 10 มิ.ย. อย่างโน้น อย่างนี้
ถ้าชนกันด้วยข้อกฎหมายกันจริง ก็พังกันไปข้าง ไม่ทราบว่า จะมีไอ้หรืออีหน้าไหน ติดคุกติดตะรางกันบ้าง?
ส่วนเรื่องแม่ลูกถูกหลอกทำบุญ 2 แสนบาท ทางวัดก็บอกว่า ครอบครัวนี้ มาขอรับเงินช่วยเหลือจากวัดไปแล้ว 9 หมื่นบาท และก่อนหน้านี้ ก็เต็มใจทำบุญ จู่ๆ ก็ออกมาสร้างความสับสนบีบน้ำตา ถูกหลอก
ผมว่า เธอปัญญานิ่มมากๆ ที่ถูกวัดหลอกเงินไปถึง 2 แสนบาท
ไปๆ มาๆ ผมจะเป็นทนายแก้ต่างให้วัดพระธรรมกายหรือไร แต่ที่พูดหรือไร เขียนอย่างนี้ ก็ต้องแสดงให้ทุกคนเห็นว่า จะมองอะไรที่ เป็นไปได้มากกว่าภาพที่ปรากฎอยู่ "โยนิโสมนสิการ" อย่างที่พระธรรมปิฎกว่า
โซตัส