ปีที่ 2 ฉบับที่ 699 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2542
หน้า 1
ธัมมชโย "ยกที่ดินให้วัด"
ทำหนังสือย้ำ จุดยืนไม่ยึดติด
แฉแม่ลูกทวงเงินบุญ น่าสงสาร-เกมลวงโลก
อย่านำใจชั่วหยาบมาวัดใจวิญญูชน เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายย้ำจุดยืน ไม่ติดยึดทรัพย์สิน ทำหนังสือแสดงเจตนายกที่ดิน ให้วัดเรียบร้อย แล้ว ศิษย์ธรรมกายเปิดใจโอนที่ดินละเอียดยิบ ส่วนเรื่องถูกหลอกทำบุญหอบลูกบีบน้ำตา ขอความเป็นธรรม กลายเป็นเรื่องโอละพ่อ ใครตุ๋นใคร วัดแฉกลับ ขอเงินช่วยเหลือไปแล้ว 9 หมื่น ตั้งแต่ต้นปี 42 สุดงงเดินสายขอเงินทำบุญคืน
ประมุขสงฆ์พระอาการดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระอาการดีขึ้น ในวันนี้ (9 มิ.ย.) เป็นวันแรกที่ทรงมีเมตตาให้คณะบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิษยานุศิษย์ใกล้ชิดเข้าเฝ้า ถวายสักการะ ที่พระตำหนักที่ประทับคอยท่าปราโมช คณะ เหลืองรังษี วัดบวรนิเวศวิหาร และมีพระปฏิสันถารด้วยเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ขณะทรงพระกระยาหารว่าง จากนั้นเวลา 08.00 น. สมเด็จ พระสังฆราชเสวยพระกระยาหารบริเวณด้านหน้าพระตำหนักที่ประทับคอยท่าปราโมช โดยตลอดระยะเวลาที่ประชาชนเข้าเฝ้า สมเด็จพระ สังฆราชทรงมีสีพระพักตร์แจ่มใส และทรงพระสรวล
สำหรับการเปิดให้ประชาชนเข้าเฝ้า พระสะท้าน จิตตวโร พระเจ้าหน้าที่สำนักเลขานุการ สมเด็จพระสังฆราช กล่าวว่า หากวันต่อ ๆ ไป สมเด็จพระสังฆราชทรงหายจาก พระอาการประชวรตามลำดับ ก็สามารถจะเปิดให้ประชาชนเข้าเฝ้า ได้ตามปกติ
20 มิ.ย. เข้าเฝ้าได้ตามปกติ
นายทินกร รัตนกุสุมภ์ เลขานุการในสมเด็จพระสังฆราช ฝ่ายคฤหัสถ์ เปิดเผยว่า สมเด็จพระสังฆราช จะทรงให้ประชาชนเข้าเฝ้า ได้ในเวลา 07.15 น.ของทุกวัน ซึ่งเป็นเวลาที่เสด็จจากพระตำหนักที่ประทับคอยท่าปราโมช เพื่อเปลี่ยนพระอิริยาบทและเสวยพระกระยาหารว่าง พระสุธารส (ชา) และให้ประชาชนที่ต้องการจะขอพรในวันเกิด หรือวันสำคัญและวันมงคลของตนเอง ได้มีโอกาสเข้าเฝ้า คาดว่าจะกำหนดให้เข้าเฝ้าได้ อย่าง เป็นทางการตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายนนี้ เป็นต้นไป
นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงยกสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต เป็นผู้ปฏิบัติดีอยู่ในพระธรรมวินัย
เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กล่าวด้วยว่า สมเด็จพระสังฆราช ทรงรับสั่งเกี่ยวกับเรื่องที่จะจัดงานฉลองสมโภช พระพุทธรูปจำลอง พระแก้วมรกต ซึ่งมีผู้นำมาถวาย ในโอกาสที่สมเด็จพระสังฆราช จะเจริญพระชนมายุครบ 86 พรรษาในวันที่ 3 ตุลาคมนี้
อาคมรับศึกหนัก
ทางด้านนายอาคม เอ่งฉ้วน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงการดำเนินการให้พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (พระธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย โอนที่ดินให้วัดพระธรรมกาย ว่า เพื่อรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน เมื่อครบกำหนดให้เจ้าอาวาส วัดพระธรรมกาย โอนที่ดินให้เป็นของวัดในวันที่ 10 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ตนเป็นผู้กำหนดไว้ ถ้ายังไม่ปฏิบัติตามที่ได้แจ้งไป ก็จะให้กรมการศาสนาไป ร้องกล่าว โทษเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในคดีอาญาแผ่นดินทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอคำตอบ หารือข้อกฎหมายจากอัยการสูงสุด และถ้านายพิภพ กาญจนะ อธิบดีกรมการศาสนา ไม่ไปกล่าวโทษ ก็จะพิจารณาโทษ อธิบดีกรมการศาสนา โดยจะให้เวลา ตั้งแต่วันที่ 11 - 15 มิ.ย.นี้ เนื่องจาก การ ฟ้องกล่าวโทษนี้ ทั้งฝ่ายกฎหมายและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ชี้ช่องแล้ว กฎหมายสามารถดำเนินคดีได้ ในวันที่ 11-14 มิ.ย. กรมการศาสนายังไม่ไปดำเนินการ ตามที่ตนแถลง ตนก็ต้องสั่งการให้อธิบดีกรมการศาสนาชี้แจงว่า เหตุใดจึงไม่ไปกล่าวหา รมช.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า วันพรุ่งนี้ (10 มิ.ย.) จะมีการประชุมคณะกรรมการศึกษาปัญหา และปรับปรุงการปกครองคณะสงฆ์ เป็นครั้งแรก ซึ่งพระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต) เจ้าอาวาส วัดญาณเวศกวัณ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการ ได้ตอบรับนิมนต์จะมาร่วมประชุมด้วย
ส่วนเรื่องที่หลายคนสงสัยว่า หากมีการดำเนินคดีในเรื่องที่ดิน จะทำให้กระบวนการทางศาลสงฆ์ ยุติชะงักหรือไม่ นายอาคม กล่าวว่า ได้คุยกับผู้รู้แล้วว่า เรื่องคดีอาญากับเรื่องที่ดินกับเรื่องศาลสงฆ์ เป็นคนละเรื่องกัน ในเรื่องนิคหกรรมมีการกล่าวหาในหลายประเด็น เป็นข้อหา อาบัติน้อยไปหามาก จนถึงขั้นปาราชิก ดังนั้น ตามกฎนิคหกรรมก็ดำเนินการต่อไปได้ แต่อยู่ที่เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี อาจจะหยุดเพื่อจะรอ พิจารณาไว้ก่อน เพราะการรอรับคนให้เข้ามา ฟ้องกล่าวหาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้การพิจารณารับฟ้องช้า
พิภพย้ำจุดยืนแก้ไขปัญหา
นายพิภพ กาญจนะ อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า เรื่องการโอนที่ดินนั้นตนผิดหวังมาตลอด จนถึงผิดหวังมากจากการพูดคุย และประสาน งาน ทั้งที่มีการตกลงโอนกันตามเจตนาของเจ้าอาวาสทั้งหมดแล้ว แต่ไม่มีการโอนเกิดขึ้น จนต้องมายื่นคำขาด ตนได้รับการสั่งการจากนายอาคม ให้ไปยื่นคำขาดภายใน 7 วัน ซึ่งจะครบในวันพรุ่งนี้ เพื่อความยุติธรรมก็ต้องรอว่า วันพรุ่งนี้จะมีการโอนหรือไม่ ในระหว่างที่กรมการศาสนารอ 7 วัน ได้วางแผนมาตลอดแล้วว่า ถ้าวัดไม่โอน จะต้องทำรายงานผล ให้นายอาคมทราบ และจะมีการพูดคุยขอความเห็นกันว่า จะให้ทำอย่างไรต่อไป ถ้านายอาคมสั่งการให้กรมการศาสนา ฟ้องได้ทันที กรมการศาสนา ก็จะไปฟ้องทันทีเหมือนกัน แต่ถ้าหารือกันแล้วว่า จะรอตามเงื่อนไข ที่จะรอให้ อัยการสูงสุดตอบข้อกฎหมายมาก่อน ก็แล้วแต่นายอาคม เพราะถือว่ารักษาการตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
มั่นใจยุติปัญหาได้
"ผมได้แต่หวังว่า จะสมหวังบ้างคงไม่ผิดหวังเหมือนเดิมมาโดยตลอด ซึ่งการทำงานของผม ยืนยันได้ว่า ทำงานด้วยการใช้ปัญญาและสติใน การแก้ปัญหา ไม่ได้ใช้ปัญญาเพียงอย่างเดียว ที่ผ่านมาใครจะพูด ใครจะสงสัยอะไร ในตัวตนก็ไม่สนใจ แต่ขอให้งานที่ทำครั้งนี้สำเร็จก็พอ" นายพิภพ กล่าว และว่า เมื่อเช้าได้พูดคุยกับคณะกรรมการ ที่พิจารณาในเรื่องของการโอนที่ดินต่าง ๆ ซึ่งคณะกรรมการก็ได้รวมกลุ่มกันพิจารณา เรื่องนี้เพราะดูท่าทางแล้ว
วันนี้วันที่ 9 มิถุนายน เป็นเลขดีน่าจะมีการติดต่อมาบ้าง ซึ่งหวังว่าอยากให้วัดมาดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ แต่ก็ไม่แน่ว่าจะมาหรือ เปล่า นายพิภพ กล่าว
หลวงพ่อคำมั่นโอนที่ดิน
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวของวัดพระธรรมกาย เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในที่ดินของพระราชภาวนาวิสุทธิ์ ได้หารือกันถึง การยก ที่ดินของเจ้าอาวาส ให้กับวัดพระธรรมกาย ตามเจตนาของเ จ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ซึ่งได้ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร และยืนยันตั้งแต่ต้น แล้วว่า จะยกที่ดินให้กับวัด อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่า มีกระแสเรียกร้องเร่ง ให้เจ้าอาวาสโอนที่ดินโดยเร็ว โดยไม่สนใจว่า เจ้าอาวาสจะมีปัญหากับ ผู้ที่เป็นเจ้าของที่เดิมหรือไม่ และที่สำคัญอำนาจของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นอธิบดีกรมการศาสนา หรือรัฐมนตรี ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาบีบบังคับ ให้เจ้าอาวาส ซึ่งถือครองกรรมสิทธิ์โอนที่ดิน ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย และยังได้ความคุ้มครองจากกฎหมายรัฐธรรมนูญด้วย
เจ้าหน้าที่มูลนิธิธรรมกายเปิดเผยว่า แม้ทางด้านกฎหมายจะเป็นกลไกอุ้มชูความถูกต้อง ความชอบธรรมของเจ้าอาวาสก็ตามที แต่ พระราช ภาวนาวิสุทธิ์ ไม่ต้องการให้เกิดความแตกแยกในสังคม จึงยินดีที่ยกที่ดินให้วัด อย่างไรก็ตาม เจ้าของที่ดินเดิมหลายราย ไม่เห็นด้วยกับการบีบ บังคับให้เจ้าอาวาสโอนที่ดิน จึงต้องมีการพูดคุยกันเพื่อหาข้อยุติ แม้ว่า กฎหมายจะให้สิทธิในการโอนที่ดินกับเจ้าอาวาสก็ตามที แต่นั้นเป็นไป ตามเงื่อนไขของหลักนิติศาสตร์ หากแต่เรื่องพระพุทธศาสนา เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องใช้หลักของรัฐศาสตร์ เข้ามาตัดสิน ปัญหาที่เกิดขึ้น
"เรื่องการโอนที่ดิน ไม่อยากให้นำความรู้สึกคนใจชั่วหยาบ มาวัดหรือจับกับความรู้สึกสำนึกคิดของวิญญูชน เพราะไม่สามารถวัดผล ที่แท้ จริงได้" เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ กล่าวในที่สุด
ออกหนังสือเจตนาโอนที่ดิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ได้ทำหนังสือแสดงเจตนาเรื่องที่ดิน เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. มีความสาระสำคัญยืนยันว่า เพื่อประโยชน์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา อบรมศีลธรรมให้กับประชาชน โดยให้เป็นไปตามความยินยอมและวัตถุประสงค์ ของผู้บริจาค แต่ละรายต่อไป และจัดการอันก่อประโยชน์สูงสุด แก่งานพระพุทธศาสนา ทั้งนี้หนังสือดังกล่าวลงชื่อ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ นายพิภพ กาญจนะ นายสุทธิวงศ์ ตันตยาพิศาลสุทธิ์ รองอธิบดีกรมการศาสนา และนายสำรวย สารัตถ์ ในฐานะพยาน
หลอกทำบุญใครตุ๋นใคร
สำหรับกรณี นางกนกวรรณ เลิศตระกูลพิทักษ์ และบุตรสาว 2 คน ขอเงินบริจาค 200,000 บาท ของเงินคืนจากวัดพระธรรมกาย โดยให้ เหตุผลว่า ถูกวัดหลอกลวง จนได้รับความเดือดร้อน ไม่มีค่าเทอมให้บุตรและอาหาร และได้นำเรื่องไปฟ้องเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี แต่ถูกปฏิเสธ จนต้องไปพึ่งสภาทนายความนั้น
ทางมูลนิธิธรรมกายชี้แจงว่า ก่อนที่จะมีการร้องทุกข์ นางกนกวรรณได้เดินทางมากับสามีมาขอความช่วยเหลือทางมูลนิธิ ได้มอบเงิน ช่วยเหลือ จำนวน 90,000 บาท เมื่อปลายเดือน ม.ค.42 ซึ่งครอบครัวดังกล่าวได้ทำหนังสือถึงวัดเมื่อวันที่ 24 ม.ค. มีความว่า เข้าใจถึงการทำบุญ ไม่สามารถเรียกขอคืนได้ อย่างไรก็ตาม จะมาปฏิบัติธรรมที่วัดตามปกติเช่นเดิมในวันที่ 31 ม.ค.ในวันบวชอุบาสกแก้ว เรื่องต่างน่าจะจบลงด้วยดี แต่แล้วจู่ๆ ก็มีการเดินสายร้องทุกข์
นางกัญจนา อังคะอุไร ผู้อำนวยการบริหารสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยถึงกรณีที่นางกนกวรรณ เลิศตระกูลพิทักษ์ และบุตรว่า ขณะนี้กรมประชาสงเคราะห์ติดตามข่าวอยู่ แต่ยังไม่ได้เข้าไปช่วยอะไร เพราะรอดูทางวัดพระธรรมกาย จะแก้ ปัญหาอย่างไร