ปีที่ 7 ฉบับที่ 661 ประจำวันอังคารที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2542

ปุจฉา - วิสัชนา

ที่ดิน - ธรรมะ - ปลัดขิก

เรียน "ไอ้ทิด" ที่นับถือ

ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ติดตามข่าวของวัดพระธรรมกายมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่มีข่าวขึ้นมาใหม่ ๆ ราวเดือนพฤศจิกายน 2541) ซึ่งตอนนั้น ก็รู้สึกไม่สบายใจ คิดจะเขียนไปชี้แจงหลายครั้ง แต่เมื่อไตร่ตรองดูแล้ว คงจะไม่มีประโยชน์อะไร และหลวงพ่อก็สอนว่า ให้สงบนิ่งไว้ก่อน แล้วจะดีเอง ก็ได้แต่ข่มใจตลอดมา

จนกระทั่ง นสพ.พิมพ์ไทย ได้กลับมาเป็นทนายแก้ต่างให้ จึงรู้สึกดีขึ้นเป็นอย่างมาก จึงขอเป็นกำลังใจ ให้ได้ทำหน้าที่เป็นกัลยาณมิตร (มิตรที่ดี, มิตรที่น่าคบหา, น่าเข้าใกล้ และ คิด พูด ทำ แต่ในสิ่งที่ดี มีประโยชน์ฝ่ายเดียว) ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจากโลกนี้ไปพร้อมกัน

ปัจจุบัน ผมสนับสนุนพิมพ์ไทย วันละ 2 ฉบับ (บางวัน มากกว่านี้) คิดว่า "ไอ้ทิด" ตอบปัญหาได้เข้าใจดี จึงขอคำปรึกษาดังนี้

1. ในเรื่องที่ดินของเจ้าอาวาสนั้น ถ้ามีปัญหากันมากนัก ผมว่าให้เจ้าภาพที่ถวายมา ขอรับคืนไปก่อนดีไหมครับ เมื่อเรื่องสงบลงแล้ว ค่อยมาถวายใหม่ เรื่องจะได้จบกันเสียที หรือ "ไอ้ทิด" คิดว่าอย่างไร

ถ้าพิจารณาวัตถุประสงค์ของผู้ให้ และผู้รับแล้ว ก็เพื่อทำเป็นสถานที่ปลูกฝังคุณธรรม เป็นที่สร้างคนดีให้กับสังคม ไม่ว่าจะชื่อวัด หรือชื่อ เจ้าอาวาส ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ทางวัดพระธรรมกาย ก็พัฒนาที่ดินให้เป็น ที่ปฏิบัติธรรม สร้างคนดีให้กับสังคม มาตลอด

อีกอย่าง ถ้าหากเจ้าอาวาสสึกไป หรือมีเหตุที่ไม่ได้อยู่ที่วัดแล้ว สมบัติต่างๆ ก็จะตกเป็นของสงฆ์ หรือของวัดทันที ไม่สามารถจะนำ มาทำ เป็นอย่างอื่นได้เลย เขาน่าจะเข้าใจกันนะครับ สำคัญแต่ว่า เมื่อโอนเป็นของวัดแล้ว เขาจะใช้อำนาจรัฐ หรืออำนาจสงฆ์ ออกกฏมาบังคับ เป็นอย่างอื่นหรือเปล่า?

2. เรื่องข้อกล่าวหาของกรรมาธิการศาสนา และองค์กรพุทธนั้น กล่าวว่าวัดพระธรรมกาย เป็นภัยต่อพระพุทธศาสนา และความมั่นคง ของชาติ รู้สึกจะรุนแรงมาก และเกิดความเสียหายต่อวัดพระธรรมกาย สาธุชนที่ไปวัด รวมไปถึงภาพรวมของพระพุทธศาสนา ผมว่าเราควร รวมตัวกันไป ฟ้องกับกองปราบปราม ดีไหมครับ ผมว่า มีผู้ที่รอท่าทีเรื่องนี้อยู่เป็นแสน ๆ คน ถ้าไปกองปราบไม่สะดวก ก็กระจายกันไป แจ้งความ ที่สถานีตำรวจตามภูมิลำเนา งานนี้ผมว่า โรงพักทั่วประเทศ คงจัดแฟ้มไว้ให้แจ้งความโดยเฉพาะแน่ๆ เลยครับ

3. เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (25/4/42) ผมได้ดูรายการ "ตามหาแก่นธรรม" ทางช่อง 11 ดูตอนแรก การตั้งกระทู้ถามปัญหาเรื่องนรก-สวรรค์ , พระของขวัญ ก็น่าสนใจดี แต่พอดูไปดูมา ผมแทบจะไม่เชื่อว่า ทั้งผู้ดำเนินรายการ คุณเจิมศักดิ์ และคณะ พร้อมผู้ร่วมรายการหลายท่าน (แม้แต่ พระบางรูป) ยังไม่เข้าใจกฏแห่งกรรม ไม่เชื่อว่า นรก-สวรรค์นั้นมีจริง น่าสงสารจริงๆ (อย่างนี้ทำไมไม่ถือว่า สอนบิดเบือน หรือ ปฏิเสธ พระไตรปิฎก เพราะมีกล่าวถึงเทวดา นรกสวรรค์อยู่มากมาย สงสัยจริงๆ ???)

อย่างนี้นี่เอง คนถึงไม่กลัวบาปกลัวกรรม ทำชั่วกันได้เต็มบ้านเต็มเมือง ยิ่งฟังเรื่องพระเครื่อง ยิ่งไปกันใหญ่ แทนที่จะพูดกล่าวสรรเสริญ ในทางที่ดี ความจริงที่พระท่านให้เป็นพระของขวัญ เพื่อเอาไว้ให้เตือนระลึกนึกถึงบุญที่ได้ทำ และเมื่อนึกถึงแล้ว จะทำให้เราคิด ที่จะทำความดี ต่อไป ให้นึกถึงเรื่องบุญมากกว่าเรื่องบาป

แต่ก็มีคนเอาไปแปลความหมายผิด และเอาไปใช้ในทางที่ผิด นำไปตั้งโต๊ะขายองค์เท่านั้นเท่านี้ เห็นให้เกลื่อนแถวท่าพระจันทร์ แถมบางท่าน พูดว่า เป็นเดรัจฉานวิชา

อย่างท่าน อ.ผาณิตมีเพื่อนฝากถามว่า ปัจจุบัน ห้อง "ปลัดขิก" ยังอยู่หรือเปล่า? อยากนำเทปรายการ "เจาะใจ" เมื่อปีที่แล้ว มาเปิด อีกครั้ง จังเลย ท่านอ.ผาณิต เคยคลั่งไคล้ "ปลัดขิก" เป็นอย่างมาก ถึงขนาดบอกว่า เทพจุติลงมาสิงสถิต แล้วอย่างนี้จะหาว่า คนอื่นเขางมงายได้อย่างไรกัน ในเมื่ออาจารย์ยังติดยึด "เดรัจฉานวิชา" อยู่ สงสัยอาจารย์จะได้ไปสวรรค์ชั้น 7 อย่างที่ท่านพูด "ไอ้ทิด" ว่าจริงมั๊ย

สุดท้ายนี้ ขอให้พิมพ์ไทยอยู่คู่พระพุทธศาสนาตลอดไป อย่างน้อย 1,000 ปี เท่ากับมหาธรรมกายเจดีย์ เลยนะครับ

ขอแสดงความนับถือ

วราวุธ ตระกูลดี

การที่หลวงพ่อสอนให้ "สงบนิ่ง" ไว้ก่อน แล้วจะดีเอง ถูกต้องแล้วครับ เพราะถ้าเราโต้ตอบกับสื่อ มันก็จะมาประเด็น ต่อข่าวออกไปอีก ไม่มีที่สิ้นสุด ตอนนี้ข่าวก็ซาลงมากแล้ว เขากำลังหมดประเด็น หมดมุขเล่น อีกไม่นาน ก็เลิกกันไปเองแหละครับ ของปลอม มันจะชนะของจริง ได้อย่างไร

1. เรื่องที่ดินของหลวงพ่อเจ้าอาวาสนั้น เรื่องนี้ไม่ต้องดิ้นรนอะไรมากหรอกครับ เพราะไม่มีคำสั่งอะไรออกมา อย่างเป็นทางการ และ ชัดเจน ตามที่สื่อมวลชนต่างกล่าวอ้างถึง "พระลิขิต" ของสมเด็จพระสังฆราชฯ นั้น จนกระทั่งบัดนี้ ยังไม่มีใครเห็น "พระลิขิต" ดังกล่าวเลย เลยไม่รู้ว่า เป็นความจริงหรือเท็จกันแน่

ขนาดลูกศิษย์ที่บวชกับสมเด็จสังฆราชถึง 4 ครั้ง ยังพูดในรายการตามหาแก่นธรรมว่า ไม่แน่ใจว่า จะเป็นเรื่องจริง ข้อคิดเห็นว่า ต้อง พิจารณากันให้ละเอียดว่า ทรงรับสั่งในฐานะอะไร ฐานะเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศน์ หรือฐานะองค์พระประมุขสงฆ์ และที่สำคัญต้องดูให้ดีด้วยว่า เจตนาของพระองค์ทรงเป็นอย่างไร รับสั่งในภาพรวม หรือให้จัดการกับวัดพระธรรมกายกันแน่

"ไอ้ทิด" อยากให้ข้อสังเกตอย่างนี้ครับว่า ถ้า "พระลิขิต" ตรงนี้ชัดเจนว่า ให้จัดการกับวัดพระธรรมกาย ป่านนี้สื่อที่จ้องโจมตีวัด เขาคงเอา ต้นฉบับจริง มาตีพิมพ์ให้รู้เห็นกันทั่วไปแล้วแหละครับ ตอนนี้สื่ออ้างกันลอยๆ ไม่ชัดเจน

สรุปเอาเป็นว่า รอให้มีคำสั่งอย่างชัดเจนลงมาก่อน ค่อยขยับ ถ้าเป็นเรื่องที่สื่อพยายามชี้นำ หาทางบีบคั้นวัดพระธรรมกาย ก็ดูเล่นกัน เพลินๆ ไปก่อน ภาษาเซียนหุ้นเขาเรียกว่า Wait And See ครับ

2. การกล่าวหาว่า เป็นภัยต่อพระพุทธศาสนา กับเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาตินั้น คงต้องอธิบายทีละประเด็นครับ

การเป็นภัยต่อพระพุทธศาสนา ข้อใหญ่ที่เขานำมาโจมตีเลย ก็คือ การถวายข้าวพระพุทธเจ้า ในพระนิพพาน ตรงนี้เป็นเรื่องที่ไม่เห็นได้ ด้วยตา จะถวายได้จริงหรือไม่นั้น ไม่มีใครทราบ ต้องคนที่ได้ "ทิพย์จักษุ" เท่านั้น ที่จะยืนยันเรื่องนี้ได้

ถ้าสมมติว่า ดร.เจิมสามารถหาพระ หรือผู้มีทิพย์จักษุ มาพิสูจน์ยืนยันในเรื่องนี้ได้ โดยที่พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ให้การยอมรับนับถือ ถ้าผลของการพิสูจน์ ปรากฎออกมาว่า วัดพระธรรมกาย "หลอกลวง" ประชาชน เพราะไม่มีการถวายข้าวพระพุทธเจ้ากันจริง ตรงนี้เป็นอาบัติหนัก แน่ ท่านเจ้าอาวาส คงไม่สามารถ ดำรงสมณเพศได้อีกต่อไป

แต่เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น เป็นเพียงแค่การโจมตีของสื่อมวลชน ไม่มีการพิสูจน์ให้ทราบชัด ประชาชนยังไม่พ้นสงสัย ดังนั้น เมื่อไม่มี การพิสูจน์กันในเรื่องนี้ การกล่าวโจมตีจึงเป็นเรื่องโคมลอยเท่านั้นเอง ไม่ได้เป็นแก่นสารหรือสาระอะไรหรอกครับ

อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือ เรื่องที่วัดพระธรรมกายว่า พระนิพพานเป็น "อัตตา" ก็ถูกกล่าวหาว่า สอนเพี้ยนจากพระไตรปิฎก ผู้ที่คัดค้าน เรื่องนี้ เต็มตัว ก็คือ พระธรรมปิฎก ที่ท่านเขียนหนังสือออกมา 2 ภาคแล้ว ท่านยืนยันชัดเจนว่า พระนิพพานเป็น "อนัตตา" ถ้ามองในแง่ของ "ไอ้ทิด" แล้ว ขอฟันธงลงไปเลยว่า ท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎก "ตกม้าตาย" จริงๆ ขว้างงูไม่พ้นคอครับ

พระพุทธองค์ตรัสไว้ชัดเจนว่า

"สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นเป็นอนัตตา"

เป็นไปตามกฏไตรลักษณ์ หรือ สามัญญลักษณะทั้ง 3 ประการ

ถ้าพระนิพพานเป็น "อนัตตา" แบบที่พระธรรมปิฎกว่า ก็แสดงว่า พระนิพพานเป็นทุกข์ และไม่เที่ยงอีกด้วย พระนิพพาน จะเป็นไตรลักษณ์ ได้อย่างไร จริงมั้ยครับ

ความเห็นของพระธรรมปิฎกค้านกับคำสอนของพระพุทธเจ้าชัดเจน และค้านกับพระไตรปิฎกมากกว่า คำสอนของวัดพระธรรมกายเสียอีก

เรื่องของพระนิพพานนั้น ถ้าจะพูดให้ถูกต้องที่สุด คงต้องเอาคำสอนของ "นิกายเซ็น" มาเปรียบเทียบ น่าจะชัดเจนมากที่สุด เพราะจุด มุ่งหมาย ของ "เซ็น" นั้น เขามุ่งให้จิตพ้นไปจาก "คติทวินิยม" หรือ "ความเป็นคู่" พ้นไปจาก ความมืด-สว่าง, ดี-ชั่ว, บุญ-บาป, อัตตา-อนัตตา เมื่อจิตไม่ติด ยึดในคติทวินิยมแล้ว ย่อมหมายถึง "ความหลุดพ้น" หรือ พระนิพพานนั่นเอง

พระพุทธเจ้าท่านทรงให้ "ดาบ" แก่ชาวพุทธ ไว้ฟาดฟันสรรพกิเลสทั้งปวง นั่นก็คือ "ดาบอนัตตา" เมื่อกิเลสจรเข้ามาครอบงำจิต ผู้บำเพ็ญ เพียรก็จะใช้ "ดาบอนัตตา" ฟาดฟันกิเลสให้หลุดกระเด็นออกไปจากใจ เมื่อกิเลสขาดหลุดออกไปแล้ว จิตของผู้บำเพ็ญเพียรยังอยู่ แต่เป็นจิต ที่บริสุทธิ์ ไม่มีกิเลสเครื่องเศร้าหมอง พระพุทธองค์ทรงเรียกบุคคลนี้ว่า "พระอรหันต์" ผู้แจ้ง "พระนิพพาน"

สรุป อนัตตา คือ ดาบปราบกิเลส ส่วนจิตบริสุทธิ์ ที่แจ้งในกฏไตรลักษณ์นั้น เป็นจิตพระอรหันต์ มีพระนิพพานเป็นที่ไป ส่วนพระนิพพาน จะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรนั้น ผู้ที่อยากรู้ ควรจะฝึกปฏิบัติให้ถึงให้รู้ และไปดูเอาเองนะครับ ไม่ควรไปด่าคนอื่นเขา ทั้งที่ตนเอง ก็ยังไม่มีญาน หยั่งรู้

วันนี้ สถานะของชาวพุทธ เปรียบเหมือนคนตาบอด กำลังเถียงกันเรื่องรูปร่างของช้าง ที่ไม่มีใครรู้จริงว่า ช้างมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร

สำหรับเรื่องจะไปแจ้งความกองปราบนั้น ไม่ต้องไปแจ้งแล้วแหละครับ เพราะเรื่องกำลังจะจบแบบ Happy Ending

3. คนเชื่อสวรรค์-นรก เดี๋ยวนี้มีน้อย เพราะไม่สามารถเห็นด้วยตา ไม่เป็นหลักวิทยาศาสตร์ คนเชื่อกันว่า สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ ก็เลยไม่กลัวบาป เขากำลังแสวงหาความสุขทางวัตถุ ที่คิดว่า มันคือสวรรค์ และพร้อมที่จะทำบาป เพื่อสวรรค์ทางวัตถุ โลกมันจึงได้เละอย่างที่เห็น

ส่วนเรื่องพระเครื่องนั้น เป็นภูมิปัญญาของนักปราชญ์ทางพุทธ มีมาแต่โบร่ำโบราณ ไม่เห็นเป็นเรื่องเสียหายอะไร "ไอ้ทิด" เอง ก็มีหลาย ร้อยองค์ เต็มห้องพระไปหมด ก็รู้สึกว่า เมื่อได้ดูพระเครื่องเหล่านั้นแล้ว มีความสุขดี ดีกว่าดูอย่างอื่นเยอะ ใครจะเชื่อไม่เชื่อ เป็นเรื่องสิทธิ ส่วน บุคคลครับ แต่ "ไอ้ทิด" เชื่อในพุทธานุภาพ ไม่เคยสงสัยเลย

สำหรับอาจารย์ผาณิตนั้น ท่านเหมาะกับการพูดตลกโปกฮา อย่าไปถือสาเลยครับ ส่วนท่านจะห้อย "ปลัดขิก" ถ้าท่านเชื่อของท่านอย่างนั้น ก็เป็นสิทธิของท่าน "ไอ้ทิด" ไม่คิดก้าวก่าย กลัว "ปาก" น่ะครับ

ไอ้ทิด

[หน้าหลัก] [วิวาทะ] [ปุจฉา] [สหัสวรรษ]

1