ปีที่ 2 ฉบับที่ 637 ประจำวันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2542

หน้า 1

อันตรายหัวคิดส.ศิวรักษ์

ให้ฆราวาสบริหารมส.

พุทธถึงกาลล่มสลาย

แนวคิด ส.ศิวรักษ์อันตรา หวั่นเปลี่ยนโครงสร้างมหาเถรสมาคม ให้พระหนุ่ม-ฆราวาสบริหารองค์กร เท่ากับเปิดช่องให้ "มาร" เสียบเข้าเป็น กรรมการมส.   พุทธศาสนามีสิทธิสูญพันธุ์ โดยเฉพาะกรณีพระดีถูกใส่ร้าย จะถูกจับสึกทันที ไม่มีโอกาสแก้ตัว เปิดโฉม "กลุ่มชาวพุทธจรรโลงธรรม" เดินแผนล้มพุทธ 6 ขั้นตอน พระครูสุวรรณวชิรธรรม เตือนสื่อมวลชน เลิกโจมตีพระได้แล้ว ก่อนแผ่นดินลุกเป็นไฟ เผยพระเณรอดอยาก เตรียม เดินขบวน ดีที่ "ธัมมชโย" ห้ามทัพไว้ทัน

พระครูสุวรรณวชิรธรรม วัดสกุณปักษี ประธานกลุ่ม 5 กลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ต.สนามคลี อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ในปัจจุบันสื่อมวลชนพากันบิดเบือนข่าวกันเป็นส่วนใหญ่ จนทำให้พระเณรแทบบิณฑบาตไม่ได้อยู่แล้ว เมื่อไม่นานมานี้ พระเณร ต่างจะออกมาเดินขบวนกัน เพื่อประท้วงขอความเป็นธรรม สื่อมวลชนโจมทุกวัน วันหนึ่งเมื่อถึงจุดอิ่มตัว เชื่อว่า คงห้ามพระเณร ไม่ให้เดินขบวน ไม่ได้เป็นแน่

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทางกลุ่มโรงเรียนพระปริยัติธรรม ได้ไปปรึกษา พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) แล้ว ท่านก็ได้ ห้ามปรามไว้ เพราะนอกจากจะไม่เป็นผลดีต่อพระเณรแล้ว ยังไม่เป็นผลดีต่อสถาบันชาติอีกด้วย ในอดีตที่ผ่านมา ในประเทศไทย ไม่เคยมี พระเณรออกมา เดินขบวนประท้วง ถ้าหากเกิดการประท้วงขึ้นมาจริง รัฐบาลนั่นแหละจะเสียหายมากกว่าใครเพื่อน หลวงพ่อธัมมชโย จึงได้ห้าม ปรามกันไว้

ต้องยอมรับว่า หลวงพ่อธัมมชโย ท่านเป็นพระแท้ แม้ว่า จะถูกโจมตีอย่างหนัก แต่ก็ไม่ได้ออกมาโต้ตอบแม้แต่คำเดียว อีกทั้งยังไม่เข้ามา ยุ่งเกี่ยวกับสื่อมวลชบอีกด้วย ท่านไม่ให้ความสนใจเท่าใดนักในเรื่องเหล่านี้ ถ้าเป็นคนธรรมดาคงเป็นโรคประสาทไปแล้ว แต่ตนเองเชื่อว่า เมื่อถึง จุดหนึ่งพระสงฆ์ทั่วประเทศ คงยอมให้สื่อมวลชนทำอย่างนี้ต่อไปไม่ได้

"ทีข่าวดี ๆ   พระเณรได้รับทุนการศึกษาทั่วประเทศ ไม่เห็นสื่อมวลชนนำไปลง ที่ลงมีแต่ร้าย ทำลายพระพุทธศาสนา สื่อมวลชนน่าจะหันมา ช่วยเหลือสังคม มาร่วมมือกันสร้างสรรค์สิ่งดี ให้กับประเทศชาติมากกว่า เมื่อไม่นานมานี้ ก็มีข่าวลงว่า หลวงพ่อธัมมชโยสึกแล้ว พระที่จะเข้าไป ประชุมที่วัดพระธรรมกาย ก็เลยหยุดชะงักกันไป ทั้ง ๆ ที่เรื่องเหล่านี้ไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่า เอาไปลงกันได้อย่างไร"

พระครูสุวรรณวชิรธรรมกล่าวต่อไปว่า การโจมตีวัดพระธรรมกายครั้งนี้ มีคนจงใจสร้างกระแสว่าวัดไม่ดี ตนเองรู้เรื่องนี้มานานกว่า 10 ปี แล้ว เขาเตรียมข้อมูลมานาน พอได้เวลาก็รุมถล่มกันเลย เพราะเขาพร้อม เชื่อว่า ต้องมีองค์กรอะไรบางอย่างอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่มีการเปิดเผย องค์กรนี้ ให้ประชาชนได้รับรู้ เพราะดูการโจมตีแล้ว มันทำกันเป็นระบบมากเกินไป

การทำเช่นนี้ถือว่า เป็นการทำให้คณะสงฆ์ไทยเกิดความแตกแยก พระสงฆ์คือผู้เสียหาย สามารถฟ้องร้อง ดำเนินคดีกับสื่อมวลชน ที่โจมตี ได้ ในบางเรื่องพระที่สื่อมวลชนกล่าวอ้างถึง ไม่เคยให้สัมภาษณ์แม้แต่นิดเดียว แต่กลับมีข่าวลงในหน้าหนังสือพิมพ์ มันเขียนกันไปเอง โดยตั้ง สมมติฐานกันจากจินตนาการ เรียกว่า อ้างกันส่งเดชไปโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย

"จำไว้นะ ถ้าประเทศไทยเปลี่ยนแปลงพระศาสนา จะต้องตายกันเยอะ ที่ทุกวันนี้ ไม่มีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นในประเทศไทย เป็นเพราะว่า เรามีพุทธศาสนาเป็นแกนกลาง เป็นเครื่องเกาะเกี่ยว ทำให้ศาสนาอื่นไม่รบกัน เพราะว่า ชาวพุทธเป็นคนส่วนใหญ่ ที่ทำให้สถาบันต่างๆ เกิด ความมั่นคง" พระครูสุวรรณวชิรวรรณกล่าว

ขณะเดียวกัน ตัวแทนกลุ่มกัลยาณมิตรกว่า 1 พันคน โดยมีอาจารย์พิศมัย แสงหิรัญ เป็นแกนนำ ได้ส่งหนังสือเรื่องวัดพระธรรมกาย กับ ความมั่นคงของชาติ มาที่กองบก.พิมพ์ไทย โดยเนื้อหาในหนังสือระบุว่า

ขณะนี้มีคณะบุคคลกลุ่มหนึ่งใช้ชื่อว่า "กลุ่มชาวพุทธจรรโลงธรรม" ได้พยายามบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พุ่งเป้าไปที่สถาบันพระพุทธศาสนา โดยมี "วัดพระธรรมกาย" เป็นเป้าหมายหลัก พฤติกรรมของคณะบุคคลกลุ่มนี้ พยายามให้ข่าวเท็จ บิดเบือนความจริง ใส่ร้ายป้ายสีโดยให้ข่าวกับสื่อมวลชน ทั้งทางหน้าหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ ซึ่งได้เสนอข่าวต่อเนื่องกันมาทุกวัน ตลอด 4 เดือน

คณะบุคคลกลุ่มนี้ใช้ยุทธวิธีการดำเนินงาน 5 ขั้นตอน คือ จุดประเด็น ตีแผ่ หาแนวร่วม ชี้นำความคิดประชาชน สร้างผลทางการเมือง โดยมีการกล่าวกันว่า 5 ขั้นตอนนี้ ได้สำเร็จลุล่วงไปแล้ว โดยใช้สื่อทุกรูปแบบ เป็นเครื่องมือ ส่วนขั้นตอนที่ 6 กำลังจะทำคือ ขุดรากถอนโคน "วัดพระธรรมกาย" ให้สำเร็จตามเป้าหมาย

ตัวแทนจากวัดพระธรรมกาย รายหนึ่งให้ความเห็นว่า กรณีวัดพระธรรมกายยังคง ไม่จบลงง่ายอย่างที่คิด เพราะดูจากท่าทีสื่อมวลชน ทุกวันนี้ ก็ยังคงพยายามเสนอข่าววัดในแง่ลบเหมือนเดิม มิหนำซ้ำยังลามระบาด ไปถึงมหาเถรสมาคมอีกด้วย โดยเฉพาะการไม่พอใจต่อคำตัดสิน ของมหาเถรสมาคม ที่มีต่อวัดพระธรรมกาย ที่ถือเป็นข้อยุติตามกฎหมายแล้ว แต่ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากมายขึ้นมาอีก

โดยเฉพาะการพยายามเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของมหาเถรสมาคม ให้คนรุ่นใหม่เข้าไปบริหารตามแนวคิดของ นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ นักคิดชื่อดัง ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่กว่าจะได้เข้าเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม จะต้องใช้เวลานานมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอายุมากกว่า 70 ปี ขึ้นไปแล้ว

ถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกรรมการมหาเถรสมาคม ให้คนหนุ่มและฆราวาสเข้าไปบริหารงานได้ เท่ากับว่า ศาสนาพุทธจะอยู่ใน จุดล่อแหลมเป็นอย่างยิ่ง เพราะกลุ่มผู้ต้องการทำลายพระพุทธศาสนา จะมีโอกาสแทรกแซงเข้าไปเป็น กรรมการมหาเถรสมาคม จะทำได้ง่าย มากยิ่งขึ้น

หากว่ากลุ่มนอกศาสนาสามารถเข้าแทรกแซงตรงนี้ได้ ต่อไปเขาก็สามารถจัดการพระสงฆ์ ที่มีความรู้ความสามารถ และมีอนาคต จะเป็น กำลังสำคัญของพระศาสนาได้รวดเร็วทันใจ ด้วยการใส่ร้ายตามแบบที่เขาถนัด เท่ากับเป็นการตอนพุทธศาสนา ไม่ให้เติบโต เป็นไม้แคระแกรน รอวันตายเท่านั้นเอง

[หน้าหลัก] [หน้า1] [วิวาทะ] [ปุจฉา]

1