ปีที่ 2 ฉบับที่ 623 ประจำวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2542

ปุจฉา-วิสัชนา

แค่เสียงลมผาย

เรียน คุณ "ไอ้ทิด" ที่นับถือ

ดิฉันเป็นศิษย์วัดพระธรรมกาย โดยเป็นกันทั้งครอบครัว รวมทั้งพ่อแม่น้องและลูก วันนั้นในวันมาฆบูชาเวลาช่วงบ่ายสองโมง - สามโมงเย็น เราได้มาพักผ่อน ในที่พักบ้านสวน ตะวันธรรม เพื่อรอเวลาไปเวียนเทียน ที่มหาธรรมกายเจดีย์ ได้เปิดทีวีดูข่าว ก็พอดีได้เห็นรถที่ถูกระเบิดของ นาย เสฐียรพงษ์ วรรณปก

ได้ยินคำสัมภาษณ์ทางทีวี พวกเราก็ทราบว่า มิใช่ฝีมือของฝ่ายตรงข้ามเขาหรอกค่ะ เพราะ "เบา" เกินไป กับความเจ็บช้ำ ตอนย้ำ ซ้ำๆ มานานหลายเดือน ถ้าใครคิดจะทำ ..... แล้วทำแค่นี้น่ะ เรียกว่า แยะมากๆ แย่ที่ออมมือ ออมเท้าอะไรขนาดนั้น เราคนใต้เห็นแล้วเซ็งมากๆ กับการ จัดฉากๆ นี้ คนปากอย่างนายเสฐียรพงษ์ ด่าพระด่าเจ้า ด่าศิษยืวัดที่เขามุ่งปฏิบัติธรรม

ที่บ้านเรา ถ้าทำอย่างนายคนนี้ เขาต้องให้ชิมลูกขวานเชื่อม ไอ้ขวดพลาสติกใส่กอฮอล์ไปให้ห่างๆ ที่บ้านเราเมืองนครฯ (ปากพนัง) ถ้าเรา ไม่เข้าทางพระ เอาพระเข้าข่ม อ่านนสพ.ที่ฟังคำพูดของพวกใจบาปหยาบช้า ก็ให้คิดถึงญาติพี่น้องผู้ชาย อยากเรียกให้เขาขึ้นมา จัดฉากทั้งที ต้องให้ สมศักดิ์ศรี ต้องให้ถึงใจกว่านี้ เราชาวใต้ มาเข้าวัด ก็เพื่อหาทางสงบ ทางสว่าง

เราอดทนมากเลยค่ะ ที่จะไม่โต้ตอบสื่อใด ๆ เขียนจดหมายต่อว่า สื่อมวลชนหลายฉบับ ที่นั่งเทียนเขียนข่าวสกปรก เขียนจนดึก จนดื่น ลูกมาเห็นก็ห้ามว่า อย่าเลยแม่ พวกเขาไม่รู้สึกรู้สาอะไรหรอก คนเรามีม่านเป็นแบ็งค์ม่วงมาบังตา อย่าว่าแต่คำตัดพ้อต่อว่า ของมนุษย์อย่างเราเลย นรกเขาก็ไม่กลัว เพราะเขายังไม่แน่ใจว่า มีจริงหรือไม่ และเขาจะไม่มีวันเชื่อในกรรมอันมหันต์นี้ จนกว่าจะได้พบกับตนเอง อย่างกรณีที่ฆ่าคนอื่น ตนเองก็ต้องโดนฆ่าเช่นเดียวกัน คนพวกนี้จะไม่สำนึกจนกว่าจะถึงวันหลับตาลาโลก ตาเขาจะหลับไม่ลง เทปแห่งความทรงจำ จะรีวายด์ (กรอกลับ) มาให้เขาได้รู้ถึงกรรมหนักอันชั่วช้า

คนโบราณ ต้นตระกูลของเรา ผู้ใดสร้างวัดไว้จะเป็นเคารพเลื่อมใส อนุโมทนา นี่คือจิตใจชาวสยาม

คนสมัยนี้ ใครคิดจะล้มล้างวัด ทำลายสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ กลับเห็นกงจักรเป็นดอกบัว กลับไปอนุโมทนากับเขา มีเพื่อนฝูงบางคน ที่ไม่ค่อยชอบการทำบุญ กระดี้กระด้ากมาก เพราะตัวเองเป็นคนตระหนี่ ถามว่า เป็นไงบ้าง นสพ. โจมตีเยอะนะ .. แย่เลย

ก็ตอบกลับเขาไปว่า ยังคงปรกติทุกอย่าง อย่ามาห่วงเสียให้ยากเลย ยิ่งมีข่าวบิดเบือนออกไปเช่นนี้ กลับยิ่งให้เกิดความศรัทธา เพิ่มขึ้นมา เท่านั้น

นับถือยิ่ง

จันทร์อุษา ชนะบุรี

เคยตั้งคำถามถามตัวเองไหมครับว่า ? อะไรคือความต้องการของชีวิต ถ้าเป็นคนทั่วๆ ไป ส่วนใหญ่คำตอบก็คงไม่พ้นในเรื่อง ลาภ ยศ สรรเสริญ ซึ่งเป็นความสุขทางโลก หรือที่เรียกว่า โลกียสุข แต่ถ้าเป็นผู้ที่ได้ศึกษาในพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์แล้ว

คำตอบคงหาเป็นเช่นนนั้นไม่ เพราะต่างทราบดีว่า ความสุขทั้งหลายทั้งปวงบนโลกนี้นั้น ล้วนเป็นสิ่งไม่จีรัง ดังคำกล่าวที่ว่า "สุขใดไหนอื่น ฤาจะสุขเท่ากับความสงบเย็น ไม่มี"

เมื่อสิ่งที่เราปฏิบัติอยู่เป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งบริสุทธิ์แล้ว ใยต้องมาทุกข์ร้อน กับเสียงลม ผายออกจากปากของพวกนอกรีตเล่า??? "ไอ้ทิด" ว่าอย่างนั้นนะ


เจตนาบริสุทธิ์

เรียน ท่านบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย

ดิฉันกลับมาจากไปธุดงค์ที่วัดพระธรรมกาย เมื่อวันที่ ๒ มี.ค. ๔๒ ข่าววิทยุ-โทรทัศน์ ว่าบ้านนายเสฐียรพงษ์ ถูกระเบิดไฟ โทษวัด พระธรรมกาย อีกแล้วไม่คิดว่ามีมือที่ ๓ บ้างล่ะ ดิฉันไปวัดทุกครั้งหลวงพ่อท่านสอนว่าอย่าไปโกรธอย่าไปด่าเขานะลูก เพราะเขายังไม่เข้าใจวัดเรา ยังไม่รู้ซึ้ง แต่บัณฑิตจะพูดจะจา อะไรก็ต้องมีสติ รู้ไม่จริงก็อย่าพูด

นายเสฐียรพงษ์พูดว่า วัดพระธรรมกายเหมือน แม่ค้าปากตลาด เราทุกคนเป็นศิษย์หลวงพ่อ จะไม่โมทนาบาปค่ะ หลวงพ่อสอนให้ โมทนาบุญ โบราณปู่ ย่า ตา ยาย สอนว่า ใครไปทำบุญ สร้างโบสถ์ สร้างวิหาร สร้างเจดีย์ ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า บวชพระ ฯลฯ เราก็ยกมือโมทนา สาธุกับเขา เป็นบุญกริยาวัถตุ ๑๐ ของศาสนาพุทธเรา ก็ได้บุญกับเขาด้วย คุณลงหนังสือพิมพ์ ช่วยถามนายเสฐียรพงษ์ว่า เคยอ่านพระไตรปิฎก หรือเปล่า พระพุทธเจ้าตรัสว่า ลงโทษผู้บริสุทธิ์ และผู้ให้อภัยมีโทษ ๑๐ ประการ

๑. ทรัพย์สมบัติโภคะที่ทำกินเกิดขัดข้องทำให้เสื่อมกะทันหัน

๒. เจ็บป่วยด้วยภัยร้ายแรง

๓. จิตฟุ้งซ่าน

๔. พบความย่อยยับทางเครือญาติ

๕. ทรัพย์สมบัติที่มีอยู่เสื่อมสูญหมดไป

๖. อุบัติเหตุจากไฟไหม้

๗. ได้รับการดูหมิ่นจากพระราชาหรือรับโทษทางราชการ

๘. ถูกผู้คนกล่าวหาอย่างร้ายแรง

๙. ต้องพิการด้วยอุบัติเหตุบางทีอาจถึงตาย และ

๑๐ .มีเวทนาอยู่ดีๆเกิดเจ็บปวดอวัยวะใดๆขึ้น โดยไม่ทราบสาเหตุ

สุดท้ายขอขอบคุณหนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย ที่ลงแก้ข่าวให้วัดพระธรรมกายมาตลอด กุศลผลบุญนี้ ขอให้ครอบครัวของคุณทุกคน ตลอดจน พนักงานในบริษัททุกคน และหนังสือพิมพ์ไทยของท่าน จงเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไปด้วยคะ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

วรรณา แซ่ลิ้ม

ปล.คุณช่วยส่งหนังสือพิมพ์ฉบับที่ลง จ.ม.ดิฉัน ไปให้นายเสฐียรพงษ์ด้วยจะขอบคุณมากเลย และส่งใบโอวาทปาติโมกข์มาด้วยค่ะ

ก่อนอื่นคนในชายพิมพ์ไทยทุกคนขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งกับคำอวยพร เพราะมันเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ ให้กับคนทำงานข่าว อย่างเรา ให้มีแรงรุกขึ้นสู้ต่อกับ ความไม่ถูกต้องในสังคม ประเภทให้ทำขาวเป็นดำเราไม่ทำ เพราะว่าเรากล้าพอ กล้าที่จะชนกับ ความยุติธรรม ทั้งหลายในสังคม และตรงนี้ อยากจะขอทำความเข้าใจ สักนิดว่า การที่พิมพ์ไทยนำเสนอข่าววัดพระธรรมกายนั้น ไม่ได้หมายความว่า เราแก้ข่าว ให้วัดธรรมกายนะ อันนั้นไม่ใช่ การนำเสนอข่าวของเรานั้น ทุกอย่างตั้งอยู่บนพื้นฐาน ความถูกต้องเป็นสำคัญ

อย่างกรณีวัดธรรมกายเราเห็นว่า หากวัดนี้ไม่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ไม่สอนคนให้อยู่ในศีล ในธรรม แล้วมีหรือ ? จะมีคนศรัทธามากมาย เป็น เรือนแสน เรือนล้าน เข้าวัดมาทำบุญ ซึ่งเราเองไม่อยากเห็นวัดดีๆ ต้องมาแปดเปื้อนด้วยคนเพียงไม่กี่คน และนี่ก็คือเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ ของเรา ทุกคนในพิมพ์ไทย

[หน้าหลัก] [หน้า1] [วิวาทะ] [สหัสวรรษ][ปุจฉา]

1