ปีที่ 2 ฉบับที่ 623 ประจำวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2542
วิวาทะ
โง่ในล้าน นิพพาน-อนัตตา "เจิมศักดิ์-ตูมตาม" อย่ามั่ว อ้าง Reference ไร้หลักการ |
ข่าวท่านเจ้าคุณพระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 วินิจฉัยปัญหาวัดพระธรรมกาย จากเอกสารข้อมูลที่มีความหนากว่า 200 หน้า ที่หน่วยงานราชการรวบรวมหลักฐาน ส่งให้มหาเถรสมาคม (มส.) พิจารณา
คำกล่าวหาทั้งวัด และพระราชภาวนาวิสุทธิ์มากมาย แต่เป็นที่น่าสงสัยว่า เหตุใด เจ้าคณะภาค 1 จึงมิวินิจฉัยให้ มส.วินิจฉัยแต่เรื่อง พระนิพพานเป็นอัตตา
ซึ่งไม่ได้หมายความว่า พระนิพพานเป็นอัตตา ตามที่วัดพระธรรมกายสั่งสอนลูกศิษย์ลูกหา มากว่า 20 ปี เป็นเรื่องที่ผิดพลาด
แต่สื่อมวลชน
ก็ออกมาประโคมข่าวว่า
เจ้าอาวาสสั่งเจ้าคณะภาค 1
ทึกทักเปลี่ยนคำสั่งสอนของท่าน
จาก "อัตตา" เป็น "อนัตตา"
หนังสือพิมพ์ต่างลงพาดหัวข่าวทำนองนี้ทั้งสิ้น
ไม่เว้นแม้แต่ท่านรัฐมนตรี คุณอาคม เอ่งฉ้วน ก็ออกมาแสดงความเห็นร่วมกับ คุณเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ถึงท่าทีของ พระธัมมชโย พลิ้วสั่งสอนคนผิด จู่ๆ กลับมาเปลี่ยนยอมรับว่า พระนิพพานเป็นอนัตตาโดยง่าย
ฟังธงลงไปว่า พระธัมมชโย กลิ้งกลอก เอาตัวรอด ทำนองนั้น
ผมฟังทั้งสองสนทนาผ่านทางคลื่นวิทยุ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรี ทำตัวเสมือน "จิ้งจก" เปลี่ยนสีรายวัน อยู่บนฝาเพดาน ก็ปรับผิวเป็นสีขาว อยู่ใกล้กับความมืดก็เปลี่ยนผิวเป็นสีดำ
ความจริง คุณอาคม ก็พูดเสียงดังฟังชัด แม้จะผสมเสียงทองแดงให้ชาวบ้านต้องถ่างหูฟัง ก็ตามที แต่ผมก็จับความได้ว่า คุณอาคมยอมรับ ด้วยตัวเองว่า "ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องพระพุทธศาสนา"
ตลอดเวลาการสนทนา รัฐมนตรี กับคุณเจิมศักดิ์ หลายต่อหลายครั้ง ผมเห็นคนทั้งสองอ้างแต่ตำราๆๆๆ และก็คำพูดแนวคิด ของท่านเจ้าคุณ พระธรรมปิฎก
อยากบอกท่านผู้รู้จริง ไม่จริงทั้งสองว่า Reference ข้อมูลอ้างอิงของท่าน มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ เพียงพอแล้วหรือ และเป็นความถูกต้อง ตามหลักพุทธศาสนา หรือเป็นแค่เพียงการลอกตำรา ฟังขี้ปากคนนั้นทีคนคนนี้ที แล้วนำความรู้สึกที่ต้องจริตของตน มากล่าวหาวัด โดยมีเป้า หมายใหญ่ ถอดจีวร พระธัมมชโย
ถ้าไม่แน่ใจ
ไม่แน่ชัด
ก็อย่าด่วนใช้เป็นบรรทัดฐาน
เรื่องอย่างนี้ ถ้าผิดพลาด
จะออกมาขอโทษขอขมา
ก็เป็นเรื่องที่ยึดถึงปฏิบัติกันอยู่
แต่ตามหลักพระพุทธศาสนาแล้ว
สถานที่ไม่พึงประสงค์ "นรก"
จะเป็นเรือนรับรองคนทุกศีล
อย่างไม่ต้องสงสัย
จะเป็นรู้สึกที่คับแคบไปหรือไม่
ที่ท่านทั้งสองเปิดรับฟังแต่ข้อมูลสื่อของพวกท่าน และจริตของพวกท่านสัญญาที่กลุ่มพวกท่าน หมายเอาเป็นวิชาความรู้ หมายเอาเป็น ความถูกต้องแท้ โดยที่ไม่ได้รับฟังข้อมูล กระแสเสียงจากพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ที่มีอยู่หลายรูปด้วยกัน
ผมไม่อยากพูดเรื่องบาลี ไม่อยากใช้ภาษาบาลี เดี๋ยวพวกท่านก็จะหาว่า ผมตีความพระไตรปิฎก ทั้งที่พระพุทธเจ้ามิได้ตรัสถึงเรื่องนิพพาน มีรูปฐาน สภาวะอย่างไร ไม่มีใครล่วงรู้ได้ด้วยตำรา และตำรา หรือแม้แต่ตัวบุคคลที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่า เขาผู้นั้น ผู้นี้ มีเปอร์เซ็นต์ เฉียดดินแดนพระนิพพานหรือไม่
หรือดีแต่บิณฑบาต โปรดสัตว์ไปวันๆ รอข้าวเพล ข้าวหลวง ไม่ต้องเจ็บส้นตีน เดินให้เมื่อยตุ้มนับ 10 โลต่อวัน เหมือนพระป่าผู้ปฏิบัติ ฉะนั้นหรือ...???
พระนิพพาน ซึ่งเป็นแก่นสูงสุดท่านพุทธศาสนา เป็นเรื่องสูญเปล่า ว่างเปล่า จะมีประโยชน์อันใดเล่า สำหรับความดี ความพากเพียรพยายาม รบราฆ่าฟันกับกองกิเลสน้อยใหญ่ รวมถึงพญามารหลายรูปแบบ เพื่อไปหาแก่นแท้สูงสุดทางพุทธศาสนา ละสังขาร ละกิเลสน้อยใหญ่ ไปสู่ความ ว่างเปล่า พระนิพพาน "อนัตตา"
และโปรดอย่าเข้าใจว่า การสั่งสมความดี เพื่อตีตั๋วไปดินแดนพระนิพพานเป็นกิเลส ตัณหา หากคิดอย่างนี้ ก็เชิญไปลงนรกดีกว่า อย่าเสนอ หน้า มาพูดเรื่องพระพุทธศาสนา ชาตินี้ ชาติไหน ไม่ต้องเกิดเป็นมนุษย์ ดีไหม
ผมมิบังอาจดูหมิ่น ลบหลู่เกียรติภูมิของใคร แต่มีความมุ่งมั่นที่จะเห็นพุทธศาสนานิกชน มีความยึดมั่นถือมั่น ในสิ่งที่ถูกต้อง ตามหลัก คำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ยืนยันอีกครั้งว่า ข้อเขียนนี้ มิได้มีประสงค์เพื่อดิสเครคิต หรือลบหลู่ใคร หากแต่เป็นความมุ่งมั่น ในฐานะพุทธศาสนิกคนหนึ่ง ที่ต้องการ เห็นพุทธศาสนา อันเป็นสถาบันสูงส่ง สถาบันหนึ่งของคนไทย ดำรงยั่งยืน สืบทอดไปยังลูกหลานของเรา อย่างหาที่สุดมิได้เท่านั้น
โซตัส